Search Results
พบ 70 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา
- ญี่ปุ่นออกกฏห้ามขับขี่ ‘กระเป๋าเดินทางไฟฟ้า’ ในสนามบิน
เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวที่เป็นไวรัลไปทั่วบ้านทั่วเมือง เพราะมีหญิงสาวคนหนึ่งขับขี่ประเป๋าเดินทางบนถนน จนทำให้มีคนสงสัยถึงความปลอดภัย และกฏหมายข้อบังคับในประเทศไทย กระเป๋าเดินทางไฟฟ้าแบบขับขี่ได้ ทำให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางไปมาในสนามบินหรือในเมืองต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องลากกระเป๋าเดินทางหนักๆ ตาม และด้วยความนิยมนี้ ส่งผลให้ผู้ใช้งาน นำมาใช้งานแบบผิดๆ ด้วยการใช้แบบผิดกฎหมาย ล่าสุด หญิงชาวจีนคือคนแรกที่ถูกส่งตัวไปยังอัยการในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากนำกระเป๋าเดินทางแบบขับได้ไปใช้บนทางเท้าในโอซากาแต่ไม่มีใบขับขี่ เดือนกรกฎาคม มีเด็กผู้ชายชาวอินโดนีเซียใช้กระเป๋าเดินทางแบบขับได้บนถนนย่านโดทงโบริ โอซากา ซึ่งมีคนหนาแน่น ครอบครัวของเด็ก แจ้งว่าเขาสามารถใช้ขับขี่ไปไหนก็ได้ในอินโดฯ แต่สำหรับในญี่ปุ่นถือว่าผิดกฎหมาย ญี่ปุ่นมีข้อห้ามในการใช้งานกระเป๋าเดินทางแบบขับขี่ได้ยังไง? ภายใต้กฎหมายจราจรของญี่ปุ่น กระเป๋าเดินทางแบบขับขี่ได้นี้ถูกจัดอยู่ในประเภทรถจักรยานยนต์ (กระเป่าเดินทางไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถเดินทางด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคาประมาณ 100,000 เยนหรือประมาณ 23,000 บาท) กฎหมายดังกล่าวรวมถึงรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กที่มีเครื่องยนต์ขนาด 50 ซีซีหรือเล็กกว่า ต้องมีการลงทะเบียนและติดกระจกมองหลัง มีสัญญาณไฟเลี้ยว ต้องสวมใส่หมวกกันน็อคและต้องมีประกันภัยความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับสถิติอุบัติเหตุในการใช้สกูตเตอร์ไฟฟ้าเริ่มมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและมีการให้ขับขี่ได้โดยไม่ต้องใช้ใบขับขี่ การใช้งานของผู้ขับขี่กระเป๋าเดินทางแบบขับได้ก็โดนวิพากษ์วิจาร์ณเช่นกันเมื่อขับผ่านคนที่กำลังเดินอยู่ในสนามบิน ขณะเดียวกันการใช้กฎหมายก็มีการวิจารณ์เช่นเดียวกันว่า ควรมีการจัดหมวดหมู่จักรยานใหม่หรือไม่เช่นกัน ญี่ปุ่นให้ใช้ได้แต่ต้องทำตามกฎ ส่วนสิงคโปร์แบนไม่ให้ใช้แล้ว นอกจากญี่ปุ่นที่ยังพอยืดหยุ่นให้ใช้ได้บ้างแต่ต้องทำตามกฎ แต่สำหรับสิงคโปร์แล้ว The Straits Times รายงานว่า ทาง Changi Airport Group ระบุว่า ห้ามไม่ให้มีการขับขี่กระเป๋าเดินทางในสนามบินชางงี เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้มาเยือน แต่ผู้โดยสารสามารถนำเป็นสัมภาระถือขึ้นเครื่องหรือโหลดใต้ท้องเครื่องได้ หากตรงตามคุณสมบัติที่กำหนด ซึ่งก็รวมถึงให้ถอดแบตเตอรี่ออกด้วยทาง Land Transport Authority (LTA) ระบุว่า สัมภาระหรือกระเป๋าเดินทางแบบติดเครื่องยนต์และสกูตเตอร์ไฟฟ้าคืออุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคล ไม่อนุญาติให้ใช้ขับขี่บนทางเท้าหรือถนนสาธารณะ ถ้าอยากนำมาใช้ก็ต้องเป็นไปตามกฎที่ LTA กำหนดไว้
- เตือนภัยลูกค้าทุกท่าน !
หากนำกระเป๋าเดินทางไปส่งซ่อมแล้วมีบุคคลนำกระเป๋าเดินทางของท่านไปซ่อมให้ โดยเก็บเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีส่วนตัว โดยอ้างว่าซ่อมได้รวดเร็วด้วยเวลา 5-10 นาที #โปรดระวัง อาจเกิดความเสียหายกับกระเป๋าเดินทางของท่านโดยการใช้อะไหล่ที่ไม่มีคุณภาพ หรือเกิดความเสียหายเพิ่มเติม อีกทั้งเสี่ยงถูกลักทรัพย์ โดยบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหากท่านจ่ายเงินให้กับผู้อื่นแล้วเกิดความเสีหายต่างๆ จึงอยากขอเตือนภัยลูกค้าทุกท่าน ด้วยความห่วงใยจาก @blservice ช่องทางและระยะเวลาการส่งซ่อมสินค้า ลูกค้าสามารถเลือกส่งซ่อมได้ 4 ช่องทาง 1. ส่งซ่อมผ่านห้างสรรพสินค้า / จุดจำหน่ายบนห้างสรรพสินค้า ระยะเวลา 30-45 วัน 2. ส่งไปรษณีย์เข้าโรงงานปทุมธานี ระยะเวลา 2 สัปดาห์ 3. ส่งด้วยตนเอง ผ่านศูนย์ศรีย่าน ระยะเวลา 2 สัปดาห์ 4. ส่งด้วยตนเองที่โรงงานปทุมธานี ประมาณ 2-4 ชม. (รอรับกลับได้ กรณีนัดช่างล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ) ในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้า อาจใช้เวลานานเกินกว่ากำหนด ลูกค้าที่นำสินค้ามาซ่อม จะต้องมารับสินค้าภายใน 30 วัน นับจากวันที่พนักงานขายโทรแจ้งให้มารับสินค้า หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว จะถือว่าท่านได้สละสิทธิ์และทางบริษัท จะไม่รับผิดชอบ หากพ้นกำหนดดังกล่าว หากลูกค้าต้องการใช้กระเป๋าเดินทางด่วน ในช่วงระหว่างรอ ทางบริษัทมีกระเป๋าสำรองไว้บริการ โดยขอติดต่อรับบริการได้ที่ Luggage Care Center ช่องทางติดต่อ Luggage Care Center สอบถามราคาอะไหล่ และค่าซ่อมกระเป๋า แผนกซ่อม (Caggioni)บริษัท บูลไล้ท์ อุตสาหกรรม จำกัด 76 ม.1 ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี 12160 โทร. 088 022 0023 (คุณเมย์) Line ID : @blservice
- How To การจองพื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ บนรถไฟชินคันเซน
ตั้งแต่ปี 2019 JR Central ผู้ให้บริการรถไฟชินคันเซน ได้ประกาศว่าจะเพิ่มระบบใหม่ ระบบจองที่วางกระเป๋าสำหรับผู้โดยสารที่มี “กระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระขนาดใหญ่พิเศษ” เพื่อเตรียมรับมือกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ในช่วงโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก โดยระบบนี้จะเริ่มใช้ที่รถไฟชินคันเซนสาย Tokaido , Sanyo และ Kyushu สำหรับกระเป๋าหรือสัมภาระที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ ‘ขนาดใหญ่พิเศษ’ คือสัมภาระที่มีความกว้าง ยาว และความหนารวมกันแล้วเกิน 160 ซม. แต่ล่าสุด (สค 2024) กลับมีรายงานข่าวจากผู้โดยสารชินคันเซ็นรายหนึ่ง พบว่า ที่วางกระเป๋าที่จองมา โดนคนอื่นเอากระเป๋ามาวางจนเต็ม แถมยังอัดแน่น จนไม่สามารถปรับเอนที่นั่งได้ สร้างความเดือดร้อน ทั้งๆที่มีกฎประกาศออกมาชัดเจนแล้ว ดังนั้นเพื่อนๆนักเดินทาง หากต้องการจะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น และใช้บริการรถไฟชินคันเซน อาจจะกังวลว่ากระเป๋าที่เราใช้อยู่ต้องจองที่นั่งหรือไม่ บีแบค ได้สรุปขั้นตอนการเดินทางแบบเข้าใจง่ายมาให้แล้ว 1.เช็คเส้นทางการเดินทาง หากคุณวางแผนที่จะใช้เส้นทางชินคันเซ็นใดๆ ต่อไปนี้ คุณจะต้องจองที่นั่งพร้อมพื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ รถไฟชินคันเซ็นโทไคโด ที่เดินระหว่างโตเกียวและชินโอซาก้า และรวมถึงสถานีชินคันเซ็นในเกียวโต รถไฟชินคันเซ็นซานโย ที่เดินระหว่างชินโอซาก้าถึงฮากาตะ, ฟุกุโอกะและรวมถึงสถานีหิเมจิและฮิโรชิม่า รถไฟชินคันเซ็นคิวชู ที่เดินระหว่างฮากาตะถึงคาโกชิมะ ชูโอ ซึ่งครอบคลุมการเดินทางผ่านเมืองใหญ่ต่าง ๆ จาก Tokyo, Nagoya, Kyoto, Osaka, Hiroshima, Fukuoka, Kumamoto จนสุดสายที่ Kagoshima ส่วนเส้นทาง Shinkansen ที่เหลือ จะยังสามารถนำกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นรถได้โดยไม่ต้องจองที่วางกระเป๋า 2. คำนวนขนาดกระเป๋า ว่านับเป็นใบใหญ่หรือไม่ โดยตามกฎระบุว่า กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ (Oversized Baggage) คือกระเป๋าที่เมื่อรวม ความสูง + ความหนา + ความกว้าง เข้าด้วยกันแล้ว มีขนาดเกิน 160 เซนติเมตร ซึ่งหากเทียบเป็นความจุแล้ว จะมีประมาณกระเป๋าเดินทางขนาด 30 นิ้วที่ใบใหญ่หน่อย ซึ่งอันที่จริงตัวเลขดังกล่าวก็ใกล้เคียงกับขนาดกระเป๋าเดินทางใหญ่พิเศษที่กำหนดโดยสารการบินต่าง ๆ นั่นเอง ส่วนกระเป๋าที่มีขนาดเกิน 250 เซนติเมตร จะไม่ให้นำขึ้นรถไฟ ถ้าหากจำเป็นต้องเดินทางจริงๆก็สามารถใช้บริการขนส่งกระเป๋าแทนได้ ทาง JR Central ได้เตรียมพื้นที่สำหรับวางสัมภาระขนาดใหญ่พิเศษโดยเฉพาะไว้ให้แล้วบนรถไฟชินคันเซน ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะอยู่ที่ด้านหลังของที่นั่งข้างหลังสุด หากใครที่ต้องการจะใช้พื้นที่นี้วางกระเป๋าเดินทาง จะต้องทำการจองเพื่อใช้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต , เครื่องจำหน่ายตั๋ว หรือที่ช่องติดต่อสอบถามก่อนจะขึ้นรถซึ่งหากทำการจองมาก่อนแล้ว ก็จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่ม แต่ถ้าหากนำสัมภาระขนาดใหญ่พิเศษขึ้นมาบนขบวนรถโดยที่ยังไม่ได้จอง จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 1,000 เยน 3. จองที่วางกระเป๋า สุดท้ายถ้าเดินทางในเส้นทางที่บอกไป และมีกระเป๋าใบใหญ่ ก็ต้องทำการจองที่วางกระเป๋าก่อนเดินทาง ซึ่งจำเป็นจะต้องจองที่นั่งแบบ Reserved seat แล้วแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของ JR ว่าเรามีกระเป๋าขนาดใหญ่พิเศษ ที่เคาเตอร์ภายในสถานีรถไฟ หรือจองผ่านระบบ Online การจองตั๋วที่นั่งรถไฟชินคันเซ็นพร้อมพื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ จะรวมพื้นที่ที่จองไว้สำหรับกระเป๋าเดินทางของคุณโดยอัตโนมัติ นั้นหมายถึงคุณสามารถดำเนินการจองที่นั่งตามปกติและไม่จำเป็นต้องจองพื้นที่สำหรับจัดเก็บโดยเฉพาะ คุณสามารถจองที่นั่งและพื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ผ่านเครื่องจำหน่ายตั๋วที่สถานี JR ตามขั้นตอนต่อไปนี้: คลิก 'สำรองที่นั่งด้วยตั๋วคูปอง' ใส่บัตร JR Pass ของผู้โดยสารทุกคน เลือกเส้นทาง วันที่ และเวลา คลิก 'ยืนยัน' เมื่อคุณได้รับแจ้งว่า ‘จำเป็นต้องจองพื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สำหรับเส้นทางนั้น’ คลิก 'ที่นั่งพร้อมพื้นที่สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่' คลิก 'เลือกจากแผนผังที่นั่ง' เลือกขบวนและที่นั่งที่คุณต้องการ อย่าลืมรับบัตร JR Pass และตั๋วสำรองที่นั่ง สาย Tokaido-Sanyo จองที่เว็บ https://smart-ex.jp/en/lp/app/ สาย Kyushu จองที่เว็บ https://kyushurailpass.jrkyushu.co.jp/reserve/ โดยที่นั่งที่ได้จะอยู่ท้ายตู้โดยสารติดกับประตูขึ้น-ลงรถไฟ เพราะเป็นที่นั่งที่มีพื้นที่ว่างเยอะ สามารถนำกระเป๋าใบใหญ่ไปวางบนพื้นได้ ส่วนใครที่ไม่ได้จองไปก่อน จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 1,000 เยน ต่อกระเป๋า 1 ใบ
- สรุปสายการบินที่ไม่อนุญาตให้ “กระเป๋าเดินทางไฟฟ้า” ขึ้นเครื่อง
แม้ว่ากระเป๋าเดินทางดังกล่าวจะได้รับความนิยมในกลุ่มนักเดินทางเป็นอย่างมาก แต่ก็มีกระเป๋าเดินทางบางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ “แบตเตอรี่ลิเธียม” ที่ไม่สามารถถอดแยกออกจากตัวกระเป๋า ถูกจำกัดห้ามนำขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากอาจเกิดระเบิดและเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารและลูกเรือได้ สำหรับ “แบตเตอรี่ลิเธียม” เป็นแบตเตอรี่คุณภาพสูง มีพลังงานไฟฟ้าอยู่ในระดับสูง ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง แม้จะชาร์จแบตเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าถูกบรรจุผิดวิธีหรือได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง อาจทำให้เกิดการลัดวงจรและลุกไหม้ได้ บางสายการบินจึงมีมาตรการประกาศว่า กระเป๋าเดินทางไฟฟ้า บางรุ่นไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ สาเหตุเพราะมีแบตเตอรี่ในตัวและไม่สามารถถอดออกได้ การบินไทย หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่อนุญาตให้นำกระเป๋าเดินทางไฟฟ้าขึ้นเครื่อง รวมถึงห้ามนำยานพาหนะขนาดเล็กทุกชนิดที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการถือขึ้นเครื่อง (Carry on) หรือสัมภาระลงทะเบียน (Checked Baggage) ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ ที่มีกำลังไฟเกิน 2.7 วัตต์ โดยในที่นี้รวมถึงกระเป๋าที่มีมอเตอร์ขับเคลื่อน หรือมีลักษณะใกล้เคียงกัน และกระเป๋าเดินทางที่ขี่ได้ Motorize Baggage, Rideable Carry-On Baggage อีกด้วย อเมริกันแอร์ไลน์ (American Airlines) หรือ AAL มีประกาศขอตรวจสอบกระเป๋าไฟฟ้าอัจฉริยะของผู้โดยสาร และผู้โดยสารต้องนำแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ออกจากกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่อง และจะถูกห้ามใช้งานตลอดการเดินทาง แต่ยังสามารถใช้งานภายในสนามบินและบริเวณโดยรอบได้ตามปกติ เดลต้าแอร์ไลน์ (Delta Air Lines) หรือ DAL ออกประกาศและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 ม.ค. 2018 ให้ผู้โดยสารที่ใช้กระเป๋าเดินทางไฟฟ้าอัจฉริยะ ต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากกระเป๋าก่อนเดินทางขึ้นเครื่อง อลาสกาแอร์ไลน์ (Alaska Airlines) หรือ ALK มีประกาศให้ผู้โดยสารนำแบตเตอรี่ออกจากกระเป๋าเดินทางไฟฟ้าอัจฉริยะก่อนขึ้นเครื่องเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการนำสัมภาระขึ้นเครื่องแบบ Carry on อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ห้ามนำขึ้นเครื่องบิน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกหลายอย่าง ที่เกือบทุกสายการบินมีประกาศห้ามนำขึ้นเครื่องเด็ดขาด โดยเฉพาะสิ่งของที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นส่วนประกอบสำคัญ หรือวัตถุที่อาจเกิดประกายไฟได้ง่าย เช่น แบตเตอรี่สำรอง หรือ Power Bank ที่มีความจุไฟฟ้าไม่เกิน 32,000 mAh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกินคนละ 2 ชิ้น ยานพาหนะขนาดเล็กส่วนบุคคลที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมในการขับเคลื่อน เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า วัตถุไวไฟ หรือ วัตถุระเบิดทุกชนิด เช่น น้ำมันไฟแช็ก เชื้อเพลิงแข็ง เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระเบิดหรือเพลิงไหม้ สารอันตราย เช่น สารกำจัดแมลง สารหนู วัตถุออกซิไดซ์ แอมโมเนียมไนเตรท เป็นต้น แม้ว่า “กระเป๋าเดินทางไฟฟ้า” จะถูกห้ามนำขึ้นเครื่องจากบางสายการบิน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปไกลมากจนทำให้กระเป๋ารุ่นใหม่ๆ สามารถถอดแบตเตอรี่แยกออกจากตัวกระเป๋าได้ จะมีก็แค่เพียงกระเป๋ารุ่นเก่าบางรุ่นเท่านั้น ที่มีแบตเตอรี่ฝังกับตัวกระเป๋าไม่สามารถถอดออกได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น การประกาศข้อห้ามดังกล่าวของสายการบิน ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารส่วนรวม รวมถึงลูกเรือ และนักบินที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดอีกด้วย ดังนั้นกรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสายการบินที่เพื่อนๆใช้บริการ จะได้ปลอดภัยกับตนเองและเพื่อนร่วมเดินทาง
- นับถอยหลังสู่โอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ ปารีสกับ 6 ประติมากรรม "VENUS DE MILO"
ฝรั่งเศสเตรียมต้อนรับโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส ซึ่งกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ด้วยประติมากรรม Venus de Milo ‘วีนัส เดอ มิโล’ รูปปั้นเทพธิดาที่สวยงามที่สุด ชวนตื่นตากับการตกแต่งโดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส Laurent Perbos “ โลรองต์ เปร์โบส์” เป็นผลงาน Installation Art เวอร์ชันพิเศษแบบมีแขนครบและเต็มไปด้วยอุปกรณ์กีฬา ถูกจัดทำขึ้นไว้ที่ด้านหน้าขั้นบันไดของรัฐสภาฝรั่งเศส ปาเลส์บูร์บง ในกรุงปารีส เพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน โดยแนวคิดที่ถูกนำมาออกแบบคือจะเป็นอย่างไรหากรูปปั้น วีนัส เดอ มิโล มีแขนและเล่นกีฬา ดังนั้นจึงออกมาเป็นการที่รูปปั้นทั้งหมดมีอุปกรณ์กีฬาแตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละชิ้นแสดงสื่อถึง 6 กีฬาหลักของโอลิมปิก ได้แก่ บาสเก็ตบอล มวย พุ่งแหลน ยิงธนู กีฬาโต้คลื่น และเทนนิส งานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากประติมากรรม Venus de Milo ที่มีฟิกเกอร์เป็นผู้หญิง ที่ทำจากเรซินอะคริลิกมาเป็นสัญลักษณ์เชิงเปรียบเทียบเชื่อมโยงกับกีฬาของผู้ชาย และสะท้อนถึงวิวัฒนาการของเกม ด้วยสีสันสดใสทีืเชื่อมโยงกับเฉดสีรุ้ง อันเป็นสัญลักษณ์ของสิทธิที่เท่าเทียมกัน ประติมากรรมทั้งหมดนี้สร้างขึ้นโดย โลรองต์ เปร์โบส์ ศิลปินชาวฝรั่งเศส โดยจะถูกตั้งไว้ที่นี่ไปจนถึงวันที่ 22 กันยายนนี้ Notes: ผลงานดั้งเดิมของ Venus de Milo หรือ Aphrodite of Milos ค้นพบเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2363 และจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปารีส ซึ่งรูปปั้นวีนัส เดอ มิโล เป็นหนึ่งในการตีความเทพธิดาที่สวยงามที่สุด เชื่อกันว่าเป็นผลงานของประติมากรโบราณนี้เป็นของอเล็กซานดรอสแห่งอันติออค เพื่อนๆท่านใด ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวฝรั่งเศส อย่าลืมแวะไปถ่ายภาพเช็คอินที่รูปปั้นวีนัส ด้านหน้าขั้นบันไดของรัฐสภาฝรั่งเศสด้วยนะ แต่อื่นใดกดเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางสวยๆ แบรนด์แท้จากร้านบีแบค เป็นเพื่อนเดินทางไปเที่ยวจะดีงามมาก
- ไอเดียเลือกกระเป๋าให้ผู้ชาย ไอเทมเด็ดถูกใจคุณแฟน
หากซื้อของขวัญให้แฟนหนุ่มโดยไม่จำเป็นต้องสนใจเท่าที่ควรแล้วสถาบันชิ้นนั้นก็รวมถึงสิ่งธรรมดาๆ ที่ไม่มีความหมายและไม่สร้างความประทับใจให้กับอยากให้เป็น เหตุผลที่เข้าใจได้ในการเลือกของขวัญมีความสำคัญไม่แพ้ตัวของขวัญเลยเพราะจะช่วยให้แฟน ๆ ได้รับรู้ถึงความรับรู้ที่เราให้ด้วย แต่อะไรล่ะ? ที่จะนำเสนอที่ดีที่สุดสำหรับแฟนของเรา แอดมินมีตัวช่วยเลือกซื้อของขวัญให้แฟนมาแบ่งปัน ทีนี้เราจะมาดูแฟนของคุณเป็นวิธีธรรมชาติที่ต้องดูวิถีชีวิตของเขาก่อนอื่น 1. หนุ่มออฟฟิศออฟฟิศทำงาน สาวอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเวลาผู้ชายทำงานเค้าไม่มีกระเป๋านะ หนุ่มๆ สำนักงาน มักจะชอบแต่งตัวแบบกึ่งทางการถ้าคุณเป็นแฟนชอบทำงาน จะต้องให้ความสนใจ เลือกของขวัญการทำงานของเขาเป็นหลัก เช่น กระเป๋าใส่นิสสันที่มีดีไซน์สวยและมีฟังก์ชั่นการทำงานได้หรือกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กการเดินทางไปพรีเซนต์งานฟังก์ชั่นและอาหารที่ดีที่ดี 2. หนุ่มๆ ในตอนเช้า Sportswear แฟนใครชอบออกกำลังกายคุณน่าจะโชคดีมากเลยเพราะนอกจากจะแฟนที่หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มและสุขภาพดีแล้วคนส่วนมากมักจะเป็นห่วงเป็นใยกับสุขภาพของคนรอบข้างที่ตัวคุณด้วย ลองนึกถึงของขวัญที่เพอร์เฟกต์ที่สุดที่นี่ส่วนใหญ่เป็นไปไม่ได้เพื่อตรวจสอบกระเป๋าเอว คาดอกดีๆสักใบควบคุมแบบกันน้ำกันเหงื่อใส่ขวดน้ำได้มีแรงกระแทกที่อาจใช้เวลาออกกำลังกายกลางแจ้งหรือเวลากลางคืนจะ อย่างปลอดภัยให้คุณติดตามไปด้วยกัน 3.หนุ่มสายลุยแอดเวนเจอร์เลิฟเวอร์ เจาะลึกๆชอบเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ปีนภูเขา บุกป่าฝ่าดง นอนกลางดินกินกลางป่า ส่องนกดูดิน ไปเที่ยวแบบต่างๆๆนี่ขอให้กลุ่มบอกเล่าในลักษณะตั้งแคมป์ Style ชอบใส่กางเกงคาร์โก้หรือกางเกงทหาร เพราะถือกางเกงสารพัดประโยชน์เพราะทนทานโดดเด่นเรื่องกระเป๋าที่เยอะจุใจ กระเป๋าแบคแพค (Backpack) ตามหากลิ่นคู่ใจและความจำเป็นที่สำคัญของสำรวจสายลุยที่สามารถทำได้ตอบโจทย์ได้ทำตามคำสั่ง ที่ใส่ของได้เยอะมากๆ สายพวงกุญแจสามารถอ่านได้สามารถตรวจสอบหลังมีตำนานเพื่อให้กระชับได้ในสะพายเป้แล้วจะได้ประสิทธิภาพในการเที่ยวอลูมิเนียม 4. หนุ่มๆ เรียบง่ายในมินิมอล เรียบง่ายตามสไตล์เกาหลีหนุ่มๆกับลุค Korean Minimal โดยหัวใจหลักของสไตล์นี้คือรูปแบบภายนอก เน้นสีที่ไม่ฉูดฉาด ภายนอกสีสันเล็กน้อยในการจัดจ้านมากก็ไปที่สี Earth Tone โทนสีเทาสี ขาวทั้งชุด ลุคเกาหลีเกาใจ ลองค้นหากระเป๋าที่ไม่เน้นไปที่แต่ใช้โทนสีช่วยให้ชุดธรรมดาดูเพิ่มเติมได้ที่จุดเริ่มต้นแบบที่จุดเริ่มต้นเน้นประโยชน์ใช้สอยที่ลงตัวขนาดพอเหมาะไม่เทอะทะจนเกินไปช่วยส่งเสริมให้แฟนของคุณให้ ออร่าเปล่งประกายมากขึ้น 5. หนุ่มแฟชั่นสายสตรีท นับสไตล์ที่ไม่เน้นรูปแบบหรือพิธีรีตองมักจะเน้นไปที่แนวสบายๆ ใส่ได้อย่างสบายๆ สไตล์ทั่วไปในลักษณะของอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลแต่ การแต่งกาย แนวถนน แบบนั้นจะบอกว่าเป็นอีกแนวการแต่งตัวที่ถ้าจัดเต็มราคาไม่เบาเลยที่นี่สามารถนำมามิกซ์และแมชท์ได้หลากหลาย บางทีกระเป๋าเองก็ไม่มีแบบแผนตายตัวเหมือนกันเลือกจากสไตล์ที่ชอบเป็นหลักใบใหญ่เล็ก กระเป๋าสะพายข้างกระเป๋าคาดเอวหรือกระเป๋าก็ลงตัวได้หมด 6. หนุ่มเซอร์สไตล์วินเทจ แต่เก่าแก่แต่ไม่แก่! ด้วยสไตล์ วินเทจ นับเป็นหนึ่งในสไตล์ที่เหนือกาลเวลาในยุคสมัยไหนเราก็พบเห็นได้ตามปกติที่สไตล์ที่น่าดึงดูดเฉพาะตัวสูงเท่านั้นเนรมิตรสะท้อนแสงไปที่นั่นหรือกึ่งทางการก็ได้... อย่าลืมลุคนี้การแต่งกายก็จะเน้นโทนสีหม่นโดยไม่จำเป็นหรือสีสัน คอมพลีคลุคได้ด้วยกระเป๋า crossbody สีเรียบๆ ขนาดกำลังพอเหมาะพอดีดูแต่ไม่เยอะจนเกินไปใส่แท๊บบาลาได้ใส่กระเป๋าสตางค์ใบโปรดได้แค่นี้ก็ลงตัวแล้ว และทั้งหมดนี้ก็คือไอเดียดี ๆ สำหรับการนำเสนอของขวัญให้แฟนข้างกายหากสาว ๆ คนไหนที่ลังเลอยู่แล้วล่ะก็ลองนำไอเดียทานอาหารได้เลยรับรองว่าเก๋คุณแฟนต้องชอบถูกใจแน่นอน
- ไอเดียเลือกกระเป๋าให้ผู้ชาย ไอเทมเด็ดถูกใจคุณแฟน
หากซื้อของขวัญให้แฟนหนุ่มโดยที่ไม่ได้สนใจเท่าที่ควรแล้ว ของขวัญชิ้นนั้นก็จะกลายเป็นเพียงสิ่งของธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีความหมาย และอาจไม่สร้างความประทับใจอย่างที่อยากให้เป็น ดังนั้น ขั้นตอนและวิธีการในการเลือกของขวัญ จึงมีความสำคัญไม่แพ้ตัวของขวัญเลย เพราะจะเป็นการแสดงออกให้คุณแฟนได้รับรู้ถึงความเอาใจใส่ที่เรามีให้ด้วย แต่อะไรล่ะ? ที่จะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับแฟนของเรา แอดมินมีตัวช่วยเลือกซื้อของขวัญให้แฟนมาแบ่งปัน ทีนี้เรามาดูกันว่าแฟนของคุณเป็นแบบไหน ก่อนอื่นต้องดูไลฟ์สไตล์ของเขาเป็นหลักก่อนนะ 1. หนุ่มออฟฟิศ มุ่งมั่นทำงาน สาว ๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเวลาผู้ชายทำงานเค้าไม่มีกระเป๋านะ หนุ่มๆออฟฟิศ มักชอบแต่งตัวแบบกึ่งทางการ หากแฟนคุณเป็นคนที่ชอบทำงาน ไม่ค่อยมีงานอดิเรก ก็น่าจะเลือกของขวัญที่เกี่ยวกับการทำงานของเขาเป็นหลัก อย่างเช่น กระเป๋าใส่แท็บเล็ตที่มีดีไซน์สวยและมีฟังก์ชันเก็บของได้ครบครัน หรือกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กที่ช่วยให้การเดินทางไปพรีเซนต์งานง่ายขึ้น ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี 2. หนุ่มนักกีฬา สไตล์ Sportswear แฟนใครชอบออกกำลังกาย คุณเป็นคนที่โชคดีมากเลย เพราะนอกจากจะมีแฟนที่หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม และสุขภาพดีแล้ว ตัวเขาก็มักจะเป็นห่วงเป็นใยกับสุขภาพของคนรอบข้าง โดยเฉพาะตัวคุณด้วย ตัวเลือกของขวัญที่เพอร์เฟกต์ที่สุด ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากกระเป๋าคาดเอว คาดอกดีๆสักใบ เลือกแบบกันน้ำ กันเหงื่อ ใส่ขวดน้ำได้ มีแถบสะท้อนแสง เผื่อเวลาออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือเวลากลางคืนจะได้เซฟความปลอดภัยให้คุณแฟนไปด้วย 3. หนุ่มสายลุย แอดเวนเจอร์เลิฟเวอร์ ผู้ชายลุยๆ ชอบเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ ปีนภูเขา บุกป่าฝ่าดง นอนกลางดิน กินกลางป่า ส่องนก ดูพระอาทิตย์ตกดิน ไปเที่ยวแบบลำบากๆนี่ขอให้บอก กลุ่มนี้จะแต่งตัวลุค Camping Style ชอบใส่กางเกงคาร์โก้ หรือกางเกงทหาร เพราะถือเป็นกางเกงสารพัดประโยชน์เพราะทนทาน โดดเด่นเรื่องกระเป๋าที่เยอะจุใจ กระเป๋าเป้แบคแพค (Backpack) ถือว่าเป็นไอเทมคู่ใจและเป็นสิ่งที่จำเป็นของนักเดินทางสายลุยเป็นอย่างมาก สามารถตอบโจทย์ได้ตรงตามไลฟ์สไตล์ เรียกได้ว่าใบเดียวก็เที่ยวได้ถึงไหนถึงกัน หากระเป๋าเป้ดีๆ ภายในกระเป๋า เลือกที่ใส่ของได้ค่อนข้างเยอะ ๆ สายกระเป๋าเป้สามารถปรับระดับได้พอดีกับหลัง มีสายรัดอกเพื่อให้กระชับ เมื่อสะพายเป้แล้วจะได้มีความคล่องตัวในการเที่ยวมากยิ่งขึ้น 4. หนุ่มเรียบง่าย สไตล์มินิมอล เรียบง่ายตามสไตล์หนุ่มเกาหลีกับลุค Korean Minimal โดยหัวใจหลักของสไตล์นี้ก็คือรูปแบบภายนอก เน้นสีที่ไม่ฉูดฉาด อาจจะมีสีสันหน่อย ๆ แต่ไม่จัดจ้านมาก หรือไม่ก็ไปทางสี Earth Tone โทนสีเบจ สีขาวทั้งชุด ลุคเกาหลีเกาใจ ลองมองหากระเป๋าที่ไม่เน้นลวดลายแต่ใช้โทนสีช่วยให้ชุดธรรมดาดูมีอะไรขึ้นมา เลือกแบบที่ฟังก์ชั่นด้านใน เน้นประโยชน์ใช้สอยที่ลงตัว ขนาดพอเหมาะ ไม่เทอะทะจนเกินไป จะได้ช่วยส่งเสริมบุคลิกของคุณแฟนให้ออร่าเปล่งประกายมากขึ้น 5. หนุ่มแฟชั่น สายสตรีท นับเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ไม่เน้นรูปแบบหรือพิธีรีตองมากนัก ส่วนมากจะเน้นไปที่แนวสบายๆ สวมใส่ในชีวิตประจำวันแบบทั่วไป นับเป็นสไตล์ที่สามารถบ่งบอกอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี แต่ การแต่งตัวแนวสตรีท เห็นแบบนี้บอกเลยว่าเป็นอีกแนวการแต่งตัวที่ถ้าจัดเต็ม ๆ ราคาไม่เบาเลย แต่ก็สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมชท์ได้หลากหลาย อีกทั้งรูปแบบของกระเป๋าเองก็ไม่มีแบบแผนที่ตายตัว อาจจะเลือกจากสไตล์ที่ชอบเป็นหลัก ไม่ว่าจะใบใหญ่ ใบเล็ก กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าคาดเอว หรือกระเป๋าเป้ก็ลงตัวได้หมด 6. หนุ่มเซอร์ สไตล์วินเทจ เก่าแต่เก๋า เก่าแต่ไม่แก่! ด้วยสไตล์ Vintage นับเป็นหนึ่งในสไตล์ที่เหนือกาลเวลา ไม่ว่ายุคสมัยไหนเราก็ต่างพบเห็นได้อยู่เสมอ นับเป็นสไตล์ที่มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ไม่ว่าจะเนรมิตรลุคไปในลักษณะที่เป็นทางการหรือกึ่งทางการก็ได้เช่นกัน ลุคนี้การแต่งตัวก็จะเน้นโทนสีหม่น ๆ ไม่มีลวดลายหรือสีสัน คอมพลีคลุคได้ ด้วยกระเป๋า crossbody สีเรียบๆ ขนาดกำลังพอเหมาะ ดูคล่องตัวแต่ไม่เยอะจนเกินไป ใส่แท๊บเล็ตได้ ใส่กระเป๋าสตางค์ใบโปรดได้ แค่นี้ก็ลงตัวแล้ว และทั้งหมดนี้ก็คือไอเดียดี ๆ สำหรับการซื้อของขวัญให้แฟนหนุ่มข้างกาย หากสาว ๆ คนไหนที่กำลังลังเลอยู่ล่ะก็ ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปใช้ได้เลย รับรองว่าเก๋ คุณแฟนต้องชอบ ถูกใจแน่นอน
- สคบ. ประกาศ แกะดูสินค้าก่อนได้ แล้วค่อยจ่ายเงิน สินค้ามีปัญหา ขอคืนเงินได้
สคบ. เตรียมออกกฎหมายใหม่ 'แกะดูสินค้าก่อนได้ แล้วค่อยจ่ายเงิน' ในเดือนกรกฎาคม 2567 เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่ชอบ ซื้อสินค้าออนไลน์ แบบเก็บเงินปลายทาง แล้วได้ ของไม่ตรงปก หากพบสินค้ามีปัญหา ขอคืนเงินได้ภายใน 5 วัน ประชาชนจำนวนมากได้สะท้อนความเดือดร้อนจากการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์หรือแอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ มายังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เช่น ผู้บริโภคไม่ได้สั่งซื้อสินค้าแต่มีพัสดุจัดส่งไปยังที่บ้าน โดยมีการเรียกเก็บเงิน ณ ที่จัดส่งปลายทาง กรณีที่ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าแล้วเกิดปัญหาในรูปแบบต่างๆ แต่กลับไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ หรือติดต่อได้แต่ไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ผู้บริโภคเลือกชำระเงินค่าสินค้าโดยการเก็บเงินปลายทาง แต่เมื่อเกิดปัญหากลับไม่ได้รับเงินคืน เนื่องจากผู้ให้บริการขนส่งสินค้าให้เหตุผลว่า จ่ายเงินให้กับผู้ขายสินค้าไปแล้ว ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภค ล่าสุดคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ภายใต้ สคบ. ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ‘เรื่องให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. ….’ ซึ่งจะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา กรกฎาคมนี้ กฎหมายฉบับนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้นักช้อปออนไลน์โดยการใช้ “มาตรการส่งดี (Dee-Delivery)” ให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ส่งสินค้าและผู้ประกอบธุรกิจ ชื่อ-สกุลผู้รับเงินพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าถือเงินค่าสินค้าเป็นระยะเวลา 5 วันก่อนนำส่งเงินให้กับผู้ขาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสแจ้งเหตุที่ขอคืนสินค้าและขอเงินคืน นอกจากนี้ ยังให้สิทธิผู้บริโภคสามารถเปิดดูสินค้าก่อนชำระเงินได้ โดยหากพบว่ามีปัญหาตามที่กล่าวมา ผู้บริโภคสามารถปฏิเสธการชำระเงินและไม่รับสินค้าได้ 8 วิธี ดูว่าร้านออนไลน์ไหนเป็นมิจฉาชีพ 1. ขายสินค้าถูกกว่าท้องตลาด 2. ใช้รูปที่ไม่ใช่รูปจริงของสินค้า 3. หลอกล่อให้โอนเงินค่าสินค้าโดยเร็ว 4. ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอ ทั้งเครดิต ร้าน หรือรีวิวร้านค้า 5. เปลี่ยนข้อมูลการติดต่อที่ไม่ซ้ำกันบ่อยครั้ง ทำให้ยากต่อการติดตาม 6. แอบอ้างเป็นตัวแทน ในการซื้อ ขายสินค้าและ บริการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ 7. การสั่งซื้อ หรือจัดส่ง มีวิธีการที่ไม่ชัดเจน 8. เมื่อผู้ซื้อทำรายการซื้อสำเร็จ ผู้ขายจะปิด ช่องทางการติดต่อทุกช่องทาง สำหรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางแชทต่างๆ อาจจะดูไม่น่าเชื่อถือ ผู้ซื้อ สามารถเช็กชื่อบัญชีโกง หลอกขายของออนไลน์ ถ้าตรงกันห้ามโอนเด็ดขาด Blacklistseller ฉลาดโอน บริษัท บลูไล้ท์อุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัท บลู คอนเนคชั่น จำกัด เป็นผู้ผลิต และตัวแทนจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการ โดยมีแบรนด์ในเครือ ดังนี้ คาจิโอนี่ (Caggioni), แคทเธอร์พิลลาร์ (Caterpillar), แอคโคแล็ค (Echolac), จิโอกราเซีย โปโลคลับ (Giogracia Polo Club), เมนโดซา (Mendoza), ไอที ลักเกจ (IT Luggage) และ แวนเดอร์ สกาย (Wander Skye) จัดจำหน่ายสินค้าผ่านชื่อร้าน บีแบคช้อป (bbag shop) เห็นโลโก้นี้ เชื่อใจได้ว่า ของแท้แน่นอน ไม่ต้องกลัวการถูกฉ้อโกงออนไลน์ สั่งได้เลย . . www.bbag.co.th
- 10 อันดับ ประเทศสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดในเอเชีย ปี 2024
เว็บไซต์ Insiders Monkey ยกประเทศไทยเป็นอันดับ 2 ที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดในเอเชีย ปี 2024 ส่วนอันดับอื่นๆ จะมีอะไรอีกบ้าง ไปดูกันเลยยยย การจัดอันดับดังกล่าวไทยเป็นรองเพียงประเทศจีน ที่มีพระราชวังต้องห้ามเป็นสถาปัตยกรรมสำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ในการจัดอันดับในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะสนับสนุน และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในการตัดสินใจมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีอีกด้วย ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะมีการเตรียมพร้อมและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถจะปรับปรุง และส่งเสริมให้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดเวลา ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย ให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
- 10 ข้อควรระวัง เที่ยวหน้าฝน ให้สนุกและปลอดภัย
30 | 06 | 2567 เตรียมตัวเที่ยวฤดูฝน ให้ทริปสนุก เดินทางได้อย่างปลอดภัย ฤดูฝนเป็นฤดูที่ยาวนานที่สุดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือนตั้งแต่ช่วง พฤษภาคม-พฤศจิกายน ก่อนจะก้าวเข้าสู่หน้าหนาวในช่วงปลายปีนั่นเอง เพราะฉะนั้นฤดูฝนยังอยู่กับเราไปอีกนาน เรามาปรับตัวให้เข้ากับฤดูฝน หาโอกาสออกเดินทางไปพักผ่อน เที่ยวชมธรรมชาติสีเขียวในหน้าฝน ขึ้นไปดูทะเลหมอก สูดอากาศดี ๆ สัมผัสอากาศเย็นสบาย เล่นน้ำตก ชมธรรมชาติ คงจะเป็นอะไรที่ดีต่อใจมากจริง ๆ ช่วงเดือนนี้เป็นช่วงที่พายุเข้า ฟ้าฝนแปรปรวน การเดินทางออกไปเที่ยวอาจจะลำบากกว่าเดิม เพราะสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ การที่เราออกไปข้างนอกบ้านแล้วเจอกับทั้งถนนเปียก รองเท้าเลอะ เสื้อผ้าไม่แห้ง สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้การเที่ยวของเราหมดสนุกได้ แต่ไม่เป็นไร เพราะวันนี้เรามี 10 ข้อควรระวังเที่ยวหน้าฝน มาฝาก 1. หมั่นตรวจเช็คสภาพอากาศเป็นระยะ ๆ เที่ยวหน้าฝนสำคัญที่สุดคือ ต้องเช็กสภาพอากาศกันก่อน ก่อนการออกเดินทางและระหว่างการเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพอากาศเป็นระยะ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า เราสามารถไปเที่ยวที่นั้น ๆได้หรือไม่ ดูพยากรณ์อากาศแล้ว พบว่ามีฝนตกปรอยๆ ธรรมดา อย่างน้อยก็จะได้รู้ตัวล่วงหน้าเวลาขับรถบนถนนลื่นๆ ก็ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถเที่ยวได้อย่างปลอดภัยไหม อาจจะโทรศัพท์ไปสอบถามสภาพอากาศกับเจ้าหน้าที่ในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติต่างๆ มักจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตามหน่วยงานที่รับผิดชอบในสถานที่นั้นโดยตรง ถ้ายังไม่เคยมีประสบการณ์ในการเดินทางช่วงหน้าฝน ต้องระวังสภาพอากาศ เพราะภูมิอากาศหน้าฝนอาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว อาจมีฝนตกหนัก ฟ้าคะนอง หรือพายุ ซึ่งอาจทำให้เราต้องปรับแผนการเดินทางหรือย้ายที่เที่ยวเพื่อความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นควรตรวจเช็คสภาพอากาศก่อนเที่ยวอันนี้สำคัญมากจริง ๆ 2. หาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว เลือกสถานที่ท่องเที่ยวควรเลือกให้เหมาะสมกับฤดูกาลท่องเที่ยวของสถานที่นั้น ๆ ว่าเหมาะสมจะมาเที่ยวในฤดูฝนหรือไม่ ? ควรทำการบ้านหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ก่อนไปเที่ยวเสมอ ศึกษารายละเอียดของสถานที่ที่จะเดินทางไปว่าตั้งอยู่ไหน เดินทางไปอย่างไรถึงจะสะดวก ควรเช็กเส้นทางที่จะเดินทางไปเที่ยวว่าเส้นทางนั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือเป็นทางขาดเนื่องจากพายุฝนหรือไม่ รวมถึงศึกษาสภาพแวดล้อมต่างๆ นอกจากนี้ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทางเอาไว้ เช่น กรมทางหลวง 1586 , ตำรวจทางหลวง 1193 , ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม 1356 , ตำรวจท่องเที่ยว 1195 , ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 1155 , ศูนย์นเรนทร (แจ้งป่วยฉุกเฉิน) 1669 , ศูนย์ควบคุมการจราจร 1197 รวมถึงเบอร์ประกันภัยรถยนต์ 3. เลือกที่พักให้เหมาะกับฤดูฝน การเลือกสถานที่ที่ปลอดภัยในช่วงฤดูฝนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเลือกที่พักให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ พิจารณาถึงปลอดภัยและเหมาะสม เลือกที่พักที่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยว คำนึงถึงระยะทางและเวลาที่ต้องการใช้ในการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยว ในกรณีที่มีการตั้งแคมป์ ไม่ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำมากเกินไป หรือบริเวณหุบเขาที่เคยเป็นช่องทางน้ำไหล เพราะในเวลากลางคืน อาจจะมีน้ำป่าไหลหลากลงมาได้ อีกทั้งสัตว์ป่าโดยเฉพาะสัตว์ล่าเหยื่อจะชอบมากินน้ำยามค่ำคืน ส่วนเป้ที่ใช้ในการเดินป่าควรเป็นเป้ที่กันน้ำได้ อย่าลืมติดต่อที่พักก่อนถึงวันเดินทาง เพื่อยืนยันรายละเอียดการจองและสอบถามสภาพอากาศ ในกรณีที่มีการตั้งแคมป์ ไม่ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำมากเกินไป หรือบริเวณหุบเขาที่เคยเป็นทางน้ำ เพราะในเวลากลางคืน อาจจะมีน้ำป่าไหลหลาก อีกทั้งสัตว์ป่าโดยเฉพาะสัตว์ล่าเหยื่อจะชอบมากินน้ำยามค่ำคืน 4. เตรียมเสื้อผ้าเบาสบาย แห้งง่าย แนะนำว่าอย่าเอาของแต่งตัวไปเยอะเกินความจำเป็น เลือกชุดที่ใส่สบาย เนื้อผ้าบาง แห้งเร็ว เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าร่ม เป็นต้น ควรหลีกเลี่ยงพวกผ้ายีนส์ ถึงแม้จะดูสมบุกสมบัน แต่เมื่อโดนน้ำแล้วจะมีน้ำหนักเพิ่มทวีคูณ เวลาตากกว่าจะแห้งสนิทก็ใช้เวลานาน ที่สำคัญต้องเลือกชุดให้เหมาะกับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไป ในส่วนของรองเท้า ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นยางที่ดี สามารถเกาะพื้นราบ พื้นดินหรือหินได้เป็นอย่างดี ไม่บางจนเกินไป ไม่ขาดง่าย เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุป้องกันการลื่นไถล และ อย่าลืมพกรองเท้าแตะไปด้วย 5. ตรวจสอบยานพาหนะก่อนออกเดินทาง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถไปเอง การตรวจสอบยานพาหนะเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับต้น ๆ เพื่อความปลอดภัย สภาพรถต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพราะในช่วงหน้าฝนบนท้องถนนค่อนข้างลื่น อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และที่สำคัญไม่ควรขับรถเร็วขณะฝนตก รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการขับรถในตอนกลางคืน สิ่งที่ควรต้องตรวจสภาพ มีดังนี้ - ตรวจยางใบปัดน้ำฝน จะช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับรถขณะฝนตกสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น - เติมน้ำล้างกระจกให้เพียงพอ เพราะอาจจะต้องฉีดล้างกระจกบ่อยครั้ง - ตรวจระบบไฟส่องสว่างทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟตัดหมอก ไฟฉุกเฉินให้พร้อมใช้งาน - ตรวจอุปกรณ์สำรองในรถยนต์ เช่น ยางสำรอง อะไหล่ต่างๆ 6. เตรียมร่างกายให้พร้อม ตรวจเช็คสภาพร่างกายและเตรียมร่างกายของตัวเองให้พร้อม เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เจ็บป่วยระหว่างการเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะในการท่องเที่ยวหน้าฝนต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแอาจมีผลต่อสุขภาพ แล้วยิ่งถ้าเราไม่มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจจะยิ่งทำให้ทริปนี้ไม่สนุก กลับมาแล้วอาจจะป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างเที่ยวได้ 7. พกยาประจำตัวหรือยาสามัญทั่วไป ในบางสถานที่ หรือบางสถานการณ์ ระหว่างเดินทางไปท่องเที่ยว อาจจะหาซื้อยาลำบากโดยเฉพาะกับช่วงเวลาที่เราไม่สามารถออกไปซื้อยาเองได้หรืออากาศไม่เป็นใจ ถ้าเกิดป่วยขึ้นมาระหว่างการเดินทาง หมดสนุกแน่ๆ ควรพกยาและเครื่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปให้พร้อมสรรพ ยิ่งถ้าใครมีโรคประจำตัวก็ห้ามลืมเด็ดขาด ส่วนยาที่จำเป็นสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวหรือในกรณีการเดินป่า ได้แก่ ยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาปฏิชีวนะ (กลุ่มยาฆ่าเชื้อ) ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดท้อง แก้ท้องเสีย ผงเกลือแร่ 8. ระวังสัตว์มีพิษ สัตว์ที่มีพิษหรือสัตว์เลื้อยคลาน มักจะมาพร้อมกับฤดูฝน อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและระบบอวัยวะภายใน จึงควรระมัดระวังแมลงทุกชนิด อย่าเข้าไปใกล้ อย่าสัมผัส สัตว์ที่แปลกตา และไม่แน่ใจว่ามีพิษหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นแมลง, สัตว์เลื้อยคลาน หากเดินทางไปบริเวณที่มีน้ำ เช่นแม่น้ำ หรือชายหาด ระวังสัตว์ที่อยู่ในน้ำด้วย หากถูกกัดหรือสัมผัสสัตว์มีพิษ เริ่มมีอาการคัน ผื่นแดง ให้พบแพทย์ทันที ถ้าชื่นชอบการเดินชมธรรมชาติ สิ่งจำเป็น คือ ยากันยุง และยากันทาก อย่าลืมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่ปองกันไม่ให้สัตว์มีพิษสัมผัสกับผิวหนังและป้องกันการกัด เดินป่าหน้าฝนอาจต้องเตรียมถุงเท้ากันทากเพิ่มไปด้วย 9. คอยฟังเสียงจากธรรมชาติ ในกรณีที่เดินป่าอยู่แล้วเกิดฝนตกหนักมากๆ คอยฟังเสียงน้ำ ถ้าได้ยินสายน้ำไหลแรงกว่าปกติอาจหมายถึงเกิดน้ำป่าไหลหลาก ให้รีบขึ้นที่สูง กรณีไปเล่นน้ำตกให้สังเกตสีของน้ำ ถ้าน้ำในลำธารเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น ขุ่น และไหลแรง ต้องรีบขึ้นจากน้ำ ขึ้นที่สูง และติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที เพราะสีน้ำที่ขุ่นเป็นสัญญาณของน้ำป่าไหลหลาก น้ำจะไหลมาอย่างเชี่ยวกราด จนอาจไม่สามารถว่ายน้ำเอาตัวรอดได้ หากไปเที่ยวในพื้นที่ที่มีพายุลมฝนกระโชกแรง ให้เลี่ยงการยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือยืนในที่โล่งแจ้ง ควรหลบอยู่ในตัวอาคารที่มีความปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่มากับลมฝน 10. พกอุปกรณ์กันฝน เที่ยวช่วงหน้าฝนอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์กันฝน เช่น เสื้อกันฝน รองเท้าสำหรับลุยน้ำ ถุงกันน้ำ (เอาไว้ใส่อุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งกล้อง มือถือ) ส่วนกระเป๋าเลือกใช้กระเป๋าแบบกันน้ำ กันฝนได้ เพราะเสื้อผ้าที่เปียกแล้วเกิดการอับชื้น หากสวมใส่แล้วอาจจะทำให้เกิดเชื้อรา หรือผดผื่นคันในร่มผ้า สิ่งสำคัญคือต้องมีแผนสำรองไว้ทุกครั้งที่ ไม่ว่าไปเที่ยวไหน ฤดูไหน ลองต้องคิดแผน B C หรือ D เผื่อไว้ ให้ทริปนั้นของเราจะได้ไม่กร่อย หากเกิดเหตุธรรมชาติใดๆขึ้น สำหรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้หลังกันน้ำ พร้อมลุยหน้าฝนไปกับทุกคน www.bbag.co.th มีแนะนำหลายรุ่น หลายสไตล์ ขอให้ทุกคนเดินทางเที่ยวหน้าฝนอย่างมีความสุขและปลอดภัย
- “น้องหมีสีรุ้ง” จุดเช็คอินใหม่ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต
แต่งตัวเสร็จแล้ว...น้องหมีสีรุ้ง เฟซบุ๊กเพจเทศบาลนครภูเก็ตลงภาพ น่ารักสดใสต้อนรับ Pride Month กับ “น้องหมีสีรุ้ง” ตัวใหญ่ที่ตั้งเด่นสะดุดตา เรียกว่าเป็นจุดเช็กอินสุดชิคแห่งใหม่ย่านเมืองเก่าภูเก็ตในตอนนี้เลยทีเดียว คอสตูมใหม่สีสันสดใส รับเดือน Pride month เนรมิตให้เมืองภูเก็ตเป็นสีรุ้ง โดยมีน้องหมี คอยเปิดพื้นที่ต้อนรับเทศกาล “𝗗𝗶𝘀𝗰𝗼𝘃𝗲𝗿 𝗣𝗵𝘂𝗸𝗲𝘁 𝗣𝗿𝗶𝗱𝗲 𝟮𝟬𝟮𝟰 @𝗢𝗹𝗱 𝗧𝗼𝘄𝗻” พิกัด สี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ ภูเก็ต ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย กระตุ้นเศรษฐกิจในเขตเมืองตลอดทั้งปี เทศบาลนครภูเก็ตจึงร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ และบริษัทเอกชน ในจังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดงาน Discover Phuket Pride 2024 @ Old Town ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567 ณ บริเวณพื้นที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ในระหว่างเวลา 17.00-19.00 น. นอกจากนี้ ตามจุดท่องเที่ยวริมหาดก็ประดับไปด้วยธงสีรุ้ง พร้อมยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น แอดมินเห็นแล้วอดใจไม่ไหว รีบมาแนะนำจุดเช็คอิน 6 จุด ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ Cr : ภาพจากเทศบาลนครภูเก็ต 1. น้องหมีสีรุ้ง สุดสดใสน่ารัก บริเวณสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ 2. โค้งสายรุ้ง จุดถ่ายภาพเก๋ๆ รอบวงเวียนสุรินทร์ (หอนาฬิกา) 3. สาวน้อยสายรุ้ง สุดฟรุ้งฟริ้งที่วงเวียนน้ำพุ 4. “Rainbow Crosswalk” หรือ ทางม้าลายสีรุ้ง สีสดใสอยู่ทั้งสี่ด้านของแยกธนาคารชาร์เตอร์ 5. น้องกุ้งมังกร 7 สีแห่งทะเลภูเก็ต จุดถ่ายคิ้วท์ๆ ตรงร้านตู้กับข้าว Cr : เฟซบุ๊คร้านตู้กับข้าว 6. ทางเชื่อมสายรุ้ง @Central Floresta ณ จุดนี้หากใครมีโอกาสมาเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ตในช่วงนี้ แล้วก็อย่าลืมไปแวะชมกระเป๋าเดินทางของเรา แบรนด์คาจิโอนี่ ที่ชั้น 3 ด้วยนะ พนักงานพร้อมต้อนรับและแนะนำสินค้าดีๆที่เหมาะสมกับเพื่อนๆเผื่อได้ใช้ใส่สัมภาระกลับบ้านกัน
- 10 ไอเทมเด็ดแนะนำสำหรับสายเที่ยวในช่วงหน้าฝน หน้าฝนปีนี้ฉันจะต้องไม่เละ!
ซัมเมอร์กำลังจะหมดไปแทนที่ด้วยสายฝนที่เริ่มเข้ามา สำหรับสายเที่ยวอย่างเรานั้น สายฝนไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยต่อการเดินทาง แถมยังชื่นชอบในบรรยากาศอันเขียวขจีของหน้าฝนเสียด้วยซ้ำ แต่ในช่วงฝนตก ก็อาจจะทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้น สัมภาระทั้งเสื้อผ้า รองเท้า หมวก ของใช้จุกจิก ก็อาจจะเปียกชื้นได้จากกระเป๋าที่เราใช้งาน เพราะกระเป๋าไม่กันน้ำ เราขอแนะนำตัวช่วยสำหรับการเดินทางในช่วงหน้าฝน 10 ไอเทมเด็ด สำหรับการเดินทางในฤดูนี้ 1. Echolac : Celestra Frame กระเป๋าเดินทางแอคโคแล๊ค กระเป๋าเดินทางแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น รุ่นนี้สวยหรู ดูเนี๊ยบไปทุกองศา สวยแม้กระทั่งหมุดที่ยิงรอบตัวกระเป๋า ตัวกระเป๋าผลิตจากโพลีคาร์เนต (PC) คุณภาพสูงจากเยอรมัน ประกบด้วยเฟรมอลูมิเนียมน้ำหนักเบา แถมยังมีมุมกันกระแทกเพิ่มเข้าไปอีก แล้วที่ชนะขาดลอยคือ ตัวล๊อกรหัส 2 จุดทั้งซ้ายขวา ด้านละ 3 หลัก เท่ากับกระเป๋าใช้รหัส 6 หลักในการล๊อกรหัสสัมภาระ จะหาที่ไหนปลอดภัยได้มากกว่านี้อีก ราคาเริ่มต้น 6,995 - 8,995.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 2. Echolac : Fusion แบรนด์ดีจากญี่ปุ่นมาเข้าไทยทั้งที แนะนำแค่รุ่นเดียวไม่ได้ ยังมีรุ่นฟิวชั่นอีกรุ่นที่อยากนำเสนอ รุ่นนี้ตัวกระเป๋าผลิตจากโพลีพร๊อพโพลีน (PP) เพิ่มความปลอดภัยด้วยตัวล๊อก 3 จุดรอบกระเป๋า กันน้ำ กันขโมย กันแรงกระแทก แต่ไม่กันกระแทกใจเลย เพราะมีให้เลือก 6 สีละลานตาไปหมด สีนั้นก็ดี สีนี้ก็สวย จะสีแนวคลาสสิคขรึมๆ แนวพาสเทลหวานๆ หรืออยากจะจี๊ดจ๊าดก็มี ทางนี้คือเลือกไม่ถูกแล้ว ราคาเริ่มต้น 5,595 - 6,997.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 3. Mendoza : Panzer แบรนด์ยอดฮิตจากฮ่องกง ที่กำลังฟีเวอร์ในหมู่ดารา เซเลปเกาหลี แบรนด์ “เมนโดซา” มาพร้อมกับสไตล์ที่แตกต่าง กระเป๋ารุ่นแพนเซอร์กับดีไซด์ล้ำๆ เหมือนถังน้ำมัน เฟรมอลูมิเนียมอย่างหนาเห็นแต่ไกลยังรู้สึกได้ถึงความแข็งแรง ทนทาน เปิดด้านในเป็นผ้าซับลายพรางเก๋ๆ มีช่องสำหรับไม้แขวนเสื้อ ช่องตาข่ายใส่ของเป็นสัดส่วน ครบจนไม่รู้แล้วว่าจะต้องการอะไรอีก เลือกรุ่นนี้เลย ถ้าอยากบอกความเป็นตัวเองให้โลกรู้แบบตะโกน ราคาเริ่มต้น 6,500 - 8,500.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 4. Caggioni : Marco มาที่แบรนด์ไทยแท้ๆแต่กำเนิด แบรนด์นี้อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 67 ปี เรียกได้ว่า รุ่นปู่ รุ่นย่ายังรู้จัก กระเป๋าเดินทางรุ่นมาโคร รุ่นนี้ยอดฮิตติดลมบน ด้วยสีที่หลากหลายแมตท์สีด้วยเส้นคาดที่เข้ากันอย่างลงตัว สายท่องเที่ยวเก็บภาพแทบจะเอากระเป๋าเป็นพร๊อพถ่ายภาพได้เลย รุ่นนี้มีตัวล๊อก 3 จุดรอบตัวกระเป๋า ผ้าซับในถอดออกได้ ไม่อยากใช้ก็ถอด สกปรกก็ซัก ส่วนเรื่องกันน้ำไม่ต้องห่วงลุยไปเลย กระเป๋าโครงรุ่นนี้บอกเลยว่า สวยเก๋ น่ารัก ลงตัวเป็นที่สุด ราคาเริ่มต้น 2,995 - 3,995.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 5. Caggioni : Joy แบรนด์ไทยยอดฮิตอีกสักรุ่น รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นไอเทมลับ หายากสักหน่อยเพราะไม่มีขายในห้างสรรพสินค้าทั่วไป จำหน่ายเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้น ทั้ง ช้อปปี้ , ลาซาด้า , เซ็นทรัลออนไลน์ หรือ ไลน์มายช้อป ผลิตมากี่รอบๆ ก็หมดตลอด หมดไวเหลือเกินโดยเฉพาะสีนู๊ด สีละมุนอก ละมุนใจ เรียบหรูดูดี๊ ดีย์ รุ่นนี้ก็มีตัวล๊อก 3 จุดรอบกระเป๋า สีเอิร์ธโทน ซื้อใบเดียวใช้ได้ทั้งบ้าน ที่สำคัญราคาย่อมเยา ราคาน่ารัก คุณแม่บ้านสบายกระเป๋า มีเงินเหลือไปเที่ยวต่อได้อีก มันถูกใจตรงนี้แหละ ราคาเริ่มต้น 2,295 - 3,295.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 6. Echolac : Purist Collection กลับมาที่แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นอีกสักรอบ นอกจากกระเป๋าเดินทางแล้ว ยังมีกระเป๋าเป้หลังคุณภาพดีมาแนะนำ สีสันสดใส มีช่องแยกใส่แล็บท๊อปเป็นสัดส่วน และใช่แล้วใส่แล็บท๊อปได้แต่กระเป๋ากันน้ำ เริ่ดไหมล่ะ ในประเทศไทยตอนนี้มีให้เลือก 2 ขนาด M (Laptop 13”) และ L (Laptop 15”) ใช้เป็นกระเป๋าประจำวันก็ดี จะใช้ไปเที่ยวก็เก๋ รุ่นนี้สวย คลาสสิค ไม่มีคำว่าตกยุคแน่นอน ราคาเริ่มต้น 3,750 - 3,950.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 7. Echolac : Blocco แอคโคแล็คบล๊อคโค กระเป๋ารุ่นนี้มาใหม่ล่าสุด เห็นว่าเพิ่งจะมีจำหน่ายในไทย สะพายแล้วดูเป็นสาวญี่ปุ่นขึ้นมาเลย เรียกได้ว่าสะพายปุ๊ป เจแปนปั๊บ นอกจากจะใช้เป็นเป้หลังแล้ว ยังสามารถสะพายข้างได้ด้วยใช้งานได้ทั้ง 2 แบบ รุ่นนี้มีช่องแยกเป็นสัดส่วน สำหรับใส่แล็บท๊อป ด้านหน้ามีช่องแยก 3 ช่อง ซ้าย/ขวา/ล่าง เปิดใช้สะดวกเหมาะกับสาวๆ ข้าวของจุกจิก ใส่โทรศัพท์ ใส่กุญแจ ใส่แปรง ใส่ลิป หยิบง่าย ราคาเริ่มต้น 3,750 - 3,950.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 8. Caterpillar : Sixty Collection หันมาเอาใจหนุ่มๆสายลุยกันบ้าง น้อยคนที่จะไม่รู้จักแบรนด์นี้ แบรนด์ชั้นนำจากอเมริกาอายุกว่า 100 ปี “แคทเธอร์พิลลาร์” วางใจได้เรื่องความดีไซน์ ความอึด ความทน กระเป๋าคอลเลคชั่นซิกตี้ มีความย้อนยุคแบบร่วมสมัย ด้วยสายคาดสกรีนชื่อแบรนด์สีดำตัดตัวอักษรเหลืองเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลคชั่นนี้ คอลเลคชั่นซิกตี้มีจุดเด่นที่ใช้วัสดุ PU และผ้าริปสต๊อปกันน้ำเป็นหลัก ผลิตมาหลายแบบให้เลือก ทั้ง กระเป๋าเป้หลัง ใส่แล็บท๊อปได้ , กระเป๋าสะพายขวาง ก็ไม่ธรรมดาใหญ่พอใส่แท๊ปเลตได้เลย, กระเป๋าสะพายข้าง , กระเป๋าคาดอก/คาดเอว ใบใหญ่หรือขนาดย่อมก็มี แล้วรุ่นนี้กันน้ำ กันฝน ทนทุกสถานการณ์ ราคาเริ่มต้น 890.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 9. Caterpillar : William Collection วิลเลียม ว๊าวว!! ชื่อมาก็รู้สึกแล้วว่าเท่ห์แน่ๆ คอลเลคชั่นนี้ การเปิด-ปิดกระเป๋าจะคล้ายๆถุงทะเล ด้านบนจะใช้วิธีการม้วนปลายกระเป๋าเข้าเพื่อเก็บสัมภาระ ข้อดีก็คือจะของมากของน้อย ก็ปรับขนาดได้ดังใจเลย ของน้อยๆก็ม้วนเข้า ของมากหน่อยก็คลายออก กระเป๋าจะดูไม่เทอะทะ เสียทรง ตัวกระเป๋าเป็นผ้าริบสตอปกันน้ำ สีสันสดใส รุ่นนี้เท่าที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมี 2 ขนาด ขนาด L จะเป็นรูปทรงเป้หลัง เหมาะกับสายลุยป่าหน้าฝน ผจญภัย ส่วนขนาด S ใช้เป็นกระเป๋าสำรองได้ ม้วนเก็บเป็นกระเป๋าคาดเอว แต่สามารถขยายออกเป็นเป้หลังน้ำหนักเบาสบาย ใช้งานง่ายเลย ราคาเริ่มต้น 1,860.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ 10. Caterpillar : Urban Mountaineer Collection แค่ชื่อคอลเลคชั่นก็บอกแล้วว่ากระเป๋าสำหรับสายลุยแท้ๆ เหมาะกับสายลุยป่า ฝ่าฝน จักรยานเสือภูเขาเพราะคอลเลคชั่นนี้จะเน้นไปที่ตัวผ้าริบสตอปกันน้ำ น้ำหนักเบา ออกแบบและพิถีพิถันในการเลือกวัสดุเพื่อให้คุ้มค่าและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมกับเพิ่มฟังก์ชั่นด้วยช่องสำหรับหนีบไฟสะท้อน ตัวสายคาดกระเป๋ามีเส้นสะท้อนแสง ว่าง่ายๆคือเน้นความปลอดภัยของนักเดินทางเป็นหลัก คุณภาพเน้นๆ พร้อมออกไปลุยทุกสถานการณ์ ลุยไปทุกเส้นทางอย่างเต็มพิกัด เท่าที่เห็นตอนนี้ในไทย มีให้เลือกหลากหลายรุ่นเลยทีเดียว ทั้งเป้หลังแบคแพค กระเป๋าสะพาย และกระเป๋าคาดเอว ราคาเริ่มต้น 1,860.- สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ เลือกกระเป๋าใส่สัมภาระ ให้เหมาะกับการใช้งาน เท่านี้ก็ลุยฝนได้แบบสบายใจหายห่วง แต่การเดินทางทุกครั้ง อย่าลืมเผื่อพื้นที่ส่วนน้อยให้กับยาประจำตัวด้วย รักษาสุขภาพกันด้วยนะ ดูแลสุขภาพตนเอง และคนที่คุณรักให้ปลอดภัย
- Visa on Arrival แตกต่างจาก Visa Free อย่างไร
Visa Free คือการที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า นักท่องเที่ยวจากไทยสามารถถือหนังสือเดินทาง (Passport) เข้าไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางได้เลย ซึ่งมีระยะเวลาให้เที่ยวได้ไม่เกินกำหนดที่ประเทศนั้น ๆ รองรับ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 36 ประเทศ และดินแดน ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถไปเที่ยวได้เลยโดยที่ไม่ต้องขอวีซ่าก่อนการเดินทาง Visa on Arrival (VOA) คือ การตรวจลงตราเมื่อต้องการเข้าประเทศ ผู้ถือหนังสือเดินทางสามารถขอได้ ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ถือว่าเป็นวีซ่าประเภทหนึ่ง เพียงแต่ต้องขอก่อนเข้าประเทศจุดหมายปลายทาง ใช้เวลาเพียง 20-25 นาทีเท่านั้น และพำนักอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 15 วัน จึงมีรหัสวีซ่าว่า TR15 ซึ่งอนุญาตสำหรับคนต่างชาติในบางสัญชาติเท่านั้นตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้กำหนดไว้ ถ้าให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเราสามารถที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินไป-กลับยังประเทศนั้น ๆ แล้วค่อยไปทำวีซ่าเข้าเมืองที่สนามบินของประเทศนั้น ๆ ได้เลย จำไว้ว่า Visa Free คือไม่ต้องขอวีซ่า ลงเครื่องบินปุ๊บเดินไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองได้เลย แต่ Visa on Arrival จะต้องขอก่อนที่จะไปยังจุดตรวจคนเข้าเมืองเสมอ แต่ก่อนจะออกเดินทางมาแนะนำให้เตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการยื่นเรื่องและเตรียมค่าธรรมเนียมให้พร้อม ทั้งนี้การเข้าประเทศต่าง ๆ ทั้งประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า และต้องขอ Visa on Arrival นักท่องเที่ยวจะได้เข้าประเทศจุดหมายปลายทางหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งสิ้น หากตรวจสอบพบว่ามีเอกสารการเดินทางครบถ้วน และมีจุดประสงค์เข้าประเทศตรงตามที่ได้ยื่นขอวีซ่าไว้ ก็จะได้รับการพิจารณาให้เข้าประเทศได้ ประเทศที่ขอ Visa on Arrival ได้มีอะไรบ้าง สำหรับประเทศปลายทางที่สามารถขอ Visa on Arrival ได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น ปัจจุบันมีอยู่ 11 ประเทศด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเทศก็อาจมีระยะเวลาในการเที่ยวหรือพำนัก ตลอดจนค่าธรรมเนียมในการทำ Visa on Arrival ที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลที่อัปเดตใหม่ก่อนเดินทางไปเที่ยวด้วยทุกครั้ง หมายเหตุ: เนื่องจากเป็นการอนุญาตของประเทศปลายทางซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนเดินทางที่สถานทูตของประเทศปลายทางที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือที่กระทรวงการต่างประเทศดังนี้ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ 02 643 5128 กรมยุโรป 02 643 5138 กรมเอเชียตะวันออก 02 643 5194 กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 02 643 5062
- TSA Lock คืออะไร? ทำไมกระเป๋าเดินทางไม่มีกุญแจให้?
TSA LOCK คืออะไร? TSA ย่อมาจาก Transportation Security Administration ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นมาตรฐานสากลที่มีไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของประเทศนั้นๆ สัญลักษณ์ TSA จะติดไว้บริเวณกุญแจล็อกกระเป๋าเดินทาง (จุดสังเกต คือจะมีสัญลักษณ์สีแดงทรงข้าวหลามตัด หรือภาพคบเพลิง และเขียนคำว่า TSA ) ตามมาตรฐานสากลจะมีไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของประเทศนั้นๆ ไว้เพื่อคัดกรองสิ่งของข้ามแดน ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ ในการตรวจและยึดสิ่งของต้องห้ามเฉพาะ เช่น ยาเสพติด สิ่งของต้องห้าม เป็นต้น เมื่อตรวจสอบเรียบร้อย หากไม่มีสิ่งต้องห้าม ก็จะส่งคืนทรัพย์สินอื่นๆ ภายในกระเป๋าของเราให้อยู่ในสภาพเดิม เนื่องจากบางครั้งเราเดินทางไปยังประเทศที่เข้มงวด อาจเผลอทำผิดกฎโดยไม่ได้เจตนา โดยไม่ทราบกฎหรือข้อห้าม บางประเทศเข้มงวดมากกับการนำสิ่งของต่างๆเข้ามาในประเทศ เช่น พืช ผัก ผลไม้ อาหารแห้ง เป็นต้น ทำไมกระเป๋าเดินทางต้องมี TSA Lock การเดินทางไปต่างประเทศในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือประเทศที่มีการใช้มาตรฐาน TSA Lock อยู่ บางครั้งเราอาจโดนตรวจสอบสัมภาระในกระเป๋า และเจ้าหน้าที่จะเปิดกระเป๋าโดยใช้กุญแจเฉพาะ ที่มีมาตรฐาน TSA หากกระเป๋าของเราไม่มีมาตรฐานที่ว่ามา เจ้าหน้าที่จะใช้ทุกวิธีที่จะเปิดกระเป๋าของคุณ เช่น การตัดกุญแจ ทำลายตัวล๊อก การงัดกระเป๋า เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้กระเป๋าของคุณเกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นกระเป๋าที่มี TSA Lock ก็จะปลอดภัยหายห่วง กระเป๋าจะปลอดภัยหรือไม่? เจ้าหน้าที่ ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้น จึงจะสามารถเปิดกระเป๋าของคุณได้ เช่น เจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะเปิดได้ในกรณีที่สแกนแล้วภายในกระเป๋ามีวัตถุต้องสงสัย เข้าข่ายพกยาเสพติด หรืออุปกรณ์อันตรายเท่านั้น ซึ่งกระเป๋าจะอยู่อย่างปลอดภัยหากไม่มีสิ่งต้องสงสัยดังกล่าว และไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายต่อของในกระเป๋า ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกระเป๋าที่มี TSA Lock ถึงมีแต่ระบบล็อคแต่ไม่มีกุญแจมาให้ ระบบนี้ใช้กันที่ไหนบ้าง จากข้อมูล ตอนนี้ระบบ TSA Lock ถูกนำมาใช้ในประมาณ 600 สนามบิน จาก 13 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฟินแลนด์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม เยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์อิสราเอล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับใครก็ตามที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ หรือนานๆ ครั้งไป จึงไม่ควรมองข้ามระบบ TSA Lock เพราะมันมีประโยชน์มากทีเดียว ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสัมภาระของคุณเอง
- 36 ประเทศ คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า 2024
หลังข้อตกลงความร่วมมือของรัฐบาลไทยและจีน “ ฟรีวีซ่าไทย-จีน ” เริ่มต้นใช้กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา นอกจากนักท่องเที่ยวจีนจะสามารถเข้ามาเมืองไทยได้โดยไม่ขอวีซ่าแล้ว นักเดินทางไทยยังสามารถเดินไปจีนได้แบบไร้ข้อจำกัดเช่นเดียวกัน Free Visa เป็นนโยบายยกเว้นวีซ่าซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศนั้น ๆ แค่แสดงพาสปอร์ตและเอกสารจำเป็นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและลงตราให้คุณเข้าประเทศได้ทันที bbag blog จะมาบอกว่า นอกจากจีนแล้ว ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยถือพาสปอร์ตไทยสำหรับบุคคลธรรมดา (ปกสีน้ำตาล) ไปเที่ยวที่ประเทศไหนอีกบ้าง มาดูกัน! (อัปเดตล่าสุดปี 2567) หมายเหตุ: เนื่องจากเป็นการอนุญาตของประเทศปลายทางซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนเดินทางที่สถานทูตของประเทศปลายทางที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือที่กระทรวงการต่างประเทศดังนี้ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ 02 643 5128 กรมยุโรป 02 643 5138 กรมเอเชียตะวันออก 02 643 5194 กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 02 643 5062 ข้อควรรู้ก่อนการเดินทาง ถึงแม้ว่าเราไม่ต้องขอวีซ่าในการเดินทางเข้าประเทศเหล่านั่น แต่เราก็ควรเตรียมเอกสารติดตัวไปให้พร้อม เอกสารสำคัญ 5 อย่างนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง กรณีที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางเรียกตรวจสอบ เราก็ต้องแสดงหลักฐานให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเราเดินทางมาท่องเที่ยว โดยไม่มีเจตนาอื่นที่ผิดกฎหมาย บีแบค ขอแนะนำให้เตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ติดตัวไปด้วย หลักฐานการเรียน/การทำงาน : หนังสือรับรองการทำงาน บัตรพนักงาน หรือถ้าเป็น Freelance ก็แสดงผลงานของเรา หรือถ้ายังเป็นนักเรียน นักศึกษาก็แสดง สถานะการเรียน หรือใบรับรองการศึกษา สมุดบัญชีที่มีการเคลื่อนไหว ตั๋วโดยสารเครื่องบินทั้งขาไป และขากลับ : แสดงให้เห็นว่าคุณมีแผนที่จะกลับประเทศหลังจากการเดินทางสิ้นสุด หลักฐานการจองที่พัก : ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือสถานที่พักชั่วคราว ให้แสดงหลักฐานการจองเพื่อยืนยันว่าคุณมีที่พักที่เหมาะสมระหว่างเดินทาง แผนการ ท่องเที่ยว : จัดทำรายละเอียดแผนการท่องเที่ยวในประเทศนั้น ๆ เพื่อชี้แจงว่าคุณมีกำหนดการที่ชัดเจน การมีเอกสารเหล่านี้จะช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือและแสดงให้เห็นว่าคุณมีแผนการที่ชัดเจนและไม่มีเจตนาที่จะอยู่ในประเทศเกินกำหนด















