top of page

10 ข้อควรระวัง เที่ยวหน้าฝน ให้สนุกและปลอดภัย

 30 | 06 | 2567


เตรียมตัวเที่ยวฤดูฝน ให้ทริปสนุก เดินทางได้อย่างปลอดภัย


ฤดูฝนเป็นฤดูที่ยาวนานที่สุดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือนตั้งแต่ช่วง พฤษภาคม-พฤศจิกายน ก่อนจะก้าวเข้าสู่หน้าหนาวในช่วงปลายปีนั่นเอง เพราะฉะนั้นฤดูฝนยังอยู่กับเราไปอีกนาน เรามาปรับตัวให้เข้ากับฤดูฝน หาโอกาสออกเดินทางไปพักผ่อน เที่ยวชมธรรมชาติสีเขียวในหน้าฝน ขึ้นไปดูทะเลหมอก สูดอากาศดี ๆ สัมผัสอากาศเย็นสบาย เล่นน้ำตก ชมธรรมชาติ คงจะเป็นอะไรที่ดีต่อใจมากจริง ๆ


ช่วงเดือนนี้เป็นช่วงที่พายุเข้า ฟ้าฝนแปรปรวน การเดินทางออกไปเที่ยวอาจจะลำบากกว่าเดิม เพราะสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ การที่เราออกไปข้างนอกบ้านแล้วเจอกับทั้งถนนเปียก รองเท้าเลอะ เสื้อผ้าไม่แห้ง สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้การเที่ยวของเราหมดสนุกได้  แต่ไม่เป็นไร เพราะวันนี้เรามี 10 ข้อควรระวังเที่ยวหน้าฝน มาฝาก




1. หมั่นตรวจเช็คสภาพอากาศเป็นระยะ ๆ


เที่ยวหน้าฝนสำคัญที่สุดคือ ต้องเช็กสภาพอากาศกันก่อน ก่อนการออกเดินทางและระหว่างการเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพอากาศเป็นระยะ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า เราสามารถไปเที่ยวที่นั้น ๆได้หรือไม่ ดูพยากรณ์อากาศแล้ว พบว่ามีฝนตกปรอยๆ ธรรมดา อย่างน้อยก็จะได้รู้ตัวล่วงหน้าเวลาขับรถบนถนนลื่นๆ ก็ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น  แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถเที่ยวได้อย่างปลอดภัยไหม อาจจะโทรศัพท์ไปสอบถามสภาพอากาศกับเจ้าหน้าที่ในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ด้วย เช่น อุทยานแห่งชาติต่างๆ มักจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตามหน่วยงานที่รับผิดชอบในสถานที่นั้นโดยตรง


ถ้ายังไม่เคยมีประสบการณ์ในการเดินทางช่วงหน้าฝน ต้องระวังสภาพอากาศ เพราะภูมิอากาศหน้าฝนอาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว อาจมีฝนตกหนัก ฟ้าคะนอง หรือพายุ ซึ่งอาจทำให้เราต้องปรับแผนการเดินทางหรือย้ายที่เที่ยวเพื่อความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นควรตรวจเช็คสภาพอากาศก่อนเที่ยวอันนี้สำคัญมากจริง ๆ

 



 2. หาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว


เลือกสถานที่ท่องเที่ยวควรเลือกให้เหมาะสมกับฤดูกาลท่องเที่ยวของสถานที่นั้น ๆ ว่าเหมาะสมจะมาเที่ยวในฤดูฝนหรือไม่ ?


ควรทำการบ้านหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ก่อนไปเที่ยวเสมอ ศึกษารายละเอียดของสถานที่ที่จะเดินทางไปว่าตั้งอยู่ไหน เดินทางไปอย่างไรถึงจะสะดวก ควรเช็กเส้นทางที่จะเดินทางไปเที่ยวว่าเส้นทางนั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือเป็นทางขาดเนื่องจากพายุฝนหรือไม่ รวมถึงศึกษาสภาพแวดล้อมต่างๆ


นอกจากนี้ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทางเอาไว้  เช่น กรมทางหลวง 1586 , ตำรวจทางหลวง 1193 , ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม 1356 , ตำรวจท่องเที่ยว 1195 , ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 1155 , ศูนย์นเรนทร (แจ้งป่วยฉุกเฉิน) 1669 , ศูนย์ควบคุมการจราจร 1197 รวมถึงเบอร์ประกันภัยรถยนต์



 3. เลือกที่พักให้เหมาะกับฤดูฝน


การเลือกสถานที่ที่ปลอดภัยในช่วงฤดูฝนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเลือกที่พักให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ พิจารณาถึงปลอดภัยและเหมาะสม  เลือกที่พักที่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยว คำนึงถึงระยะทางและเวลาที่ต้องการใช้ในการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยว


ในกรณีที่มีการตั้งแคมป์ ไม่ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำมากเกินไป หรือบริเวณหุบเขาที่เคยเป็นช่องทางน้ำไหล เพราะในเวลากลางคืน อาจจะมีน้ำป่าไหลหลากลงมาได้ อีกทั้งสัตว์ป่าโดยเฉพาะสัตว์ล่าเหยื่อจะชอบมากินน้ำยามค่ำคืน ส่วนเป้ที่ใช้ในการเดินป่าควรเป็นเป้ที่กันน้ำได้ อย่าลืมติดต่อที่พักก่อนถึงวันเดินทาง เพื่อยืนยันรายละเอียดการจองและสอบถามสภาพอากาศ


ในกรณีที่มีการตั้งแคมป์ ไม่ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำมากเกินไป หรือบริเวณหุบเขาที่เคยเป็นทางน้ำ เพราะในเวลากลางคืน อาจจะมีน้ำป่าไหลหลาก อีกทั้งสัตว์ป่าโดยเฉพาะสัตว์ล่าเหยื่อจะชอบมากินน้ำยามค่ำคืน




 4. เตรียมเสื้อผ้าเบาสบาย แห้งง่าย


แนะนำว่าอย่าเอาของแต่งตัวไปเยอะเกินความจำเป็น เลือกชุดที่ใส่สบาย เนื้อผ้าบาง แห้งเร็ว เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าร่ม เป็นต้น ควรหลีกเลี่ยงพวกผ้ายีนส์ ถึงแม้จะดูสมบุกสมบัน แต่เมื่อโดนน้ำแล้วจะมีน้ำหนักเพิ่มทวีคูณ เวลาตากกว่าจะแห้งสนิทก็ใช้เวลานาน ที่สำคัญต้องเลือกชุดให้เหมาะกับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไป

 

ในส่วนของรองเท้า ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นยางที่ดี สามารถเกาะพื้นราบ พื้นดินหรือหินได้เป็นอย่างดี ไม่บางจนเกินไป ไม่ขาดง่าย เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุป้องกันการลื่นไถล และ อย่าลืมพกรองเท้าแตะไปด้วย




 5. ตรวจสอบยานพาหนะก่อนออกเดินทาง


สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถไปเอง การตรวจสอบยานพาหนะเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับต้น ๆ เพื่อความปลอดภัย สภาพรถต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพราะในช่วงหน้าฝนบนท้องถนนค่อนข้างลื่น อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และที่สำคัญไม่ควรขับรถเร็วขณะฝนตก รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการขับรถในตอนกลางคืน

สิ่งที่ควรต้องตรวจสภาพ มีดังนี้

- ตรวจยางใบปัดน้ำฝน จะช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับรถขณะฝนตกสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

- เติมน้ำล้างกระจกให้เพียงพอ เพราะอาจจะต้องฉีดล้างกระจกบ่อยครั้ง

- ตรวจระบบไฟส่องสว่างทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟตัดหมอก ไฟฉุกเฉินให้พร้อมใช้งาน

- ตรวจอุปกรณ์สำรองในรถยนต์ เช่น ยางสำรอง อะไหล่ต่างๆ



6. เตรียมร่างกายให้พร้อม

ตรวจเช็คสภาพร่างกายและเตรียมร่างกายของตัวเองให้พร้อม เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เจ็บป่วยระหว่างการเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะในการท่องเที่ยวหน้าฝนต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแอาจมีผลต่อสุขภาพ แล้วยิ่งถ้าเราไม่มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจจะยิ่งทำให้ทริปนี้ไม่สนุก กลับมาแล้วอาจจะป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างเที่ยวได้



7. พกยาประจำตัวหรือยาสามัญทั่วไป


ในบางสถานที่ หรือบางสถานการณ์ ระหว่างเดินทางไปท่องเที่ยว อาจจะหาซื้อยาลำบากโดยเฉพาะกับช่วงเวลาที่เราไม่สามารถออกไปซื้อยาเองได้หรืออากาศไม่เป็นใจ ถ้าเกิดป่วยขึ้นมาระหว่างการเดินทาง หมดสนุกแน่ๆ ควรพกยาและเครื่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปให้พร้อมสรรพ ยิ่งถ้าใครมีโรคประจำตัวก็ห้ามลืมเด็ดขาด ส่วนยาที่จำเป็นสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวหรือในกรณีการเดินป่า ได้แก่ ยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาปฏิชีวนะ (กลุ่มยาฆ่าเชื้อ) ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดท้อง แก้ท้องเสีย ผงเกลือแร่




8. ระวังสัตว์มีพิษ


สัตว์ที่มีพิษหรือสัตว์เลื้อยคลาน มักจะมาพร้อมกับฤดูฝน อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและระบบอวัยวะภายใน จึงควรระมัดระวังแมลงทุกชนิด อย่าเข้าไปใกล้ อย่าสัมผัส สัตว์ที่แปลกตา และไม่แน่ใจว่ามีพิษหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นแมลง, สัตว์เลื้อยคลาน


หากเดินทางไปบริเวณที่มีน้ำ เช่นแม่น้ำ หรือชายหาด ระวังสัตว์ที่อยู่ในน้ำด้วย  หากถูกกัดหรือสัมผัสสัตว์มีพิษ เริ่มมีอาการคัน ผื่นแดง ให้พบแพทย์ทันที


ถ้าชื่นชอบการเดินชมธรรมชาติ สิ่งจำเป็น คือ ยากันยุง และยากันทาก อย่าลืมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่ปองกันไม่ให้สัตว์มีพิษสัมผัสกับผิวหนังและป้องกันการกัด  เดินป่าหน้าฝนอาจต้องเตรียมถุงเท้ากันทากเพิ่มไปด้วย




9. คอยฟังเสียงจากธรรมชาติ


ในกรณีที่เดินป่าอยู่แล้วเกิดฝนตกหนักมากๆ  คอยฟังเสียงน้ำ ถ้าได้ยินสายน้ำไหลแรงกว่าปกติอาจหมายถึงเกิดน้ำป่าไหลหลาก ให้รีบขึ้นที่สูง กรณีไปเล่นน้ำตกให้สังเกตสีของน้ำ ถ้าน้ำในลำธารเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น ขุ่น และไหลแรง ต้องรีบขึ้นจากน้ำ ขึ้นที่สูง และติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที เพราะสีน้ำที่ขุ่นเป็นสัญญาณของน้ำป่าไหลหลาก น้ำจะไหลมาอย่างเชี่ยวกราด จนอาจไม่สามารถว่ายน้ำเอาตัวรอดได้


หากไปเที่ยวในพื้นที่ที่มีพายุลมฝนกระโชกแรง ให้เลี่ยงการยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือยืนในที่โล่งแจ้ง ควรหลบอยู่ในตัวอาคารที่มีความปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่มากับลมฝน



10. พกอุปกรณ์กันฝน

เที่ยวช่วงหน้าฝนอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์กันฝน เช่น เสื้อกันฝน รองเท้าสำหรับลุยน้ำ ถุงกันน้ำ (เอาไว้ใส่อุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งกล้อง มือถือ)


ส่วนกระเป๋าเลือกใช้กระเป๋าแบบกันน้ำ กันฝนได้ เพราะเสื้อผ้าที่เปียกแล้วเกิดการอับชื้น หากสวมใส่แล้วอาจจะทำให้เกิดเชื้อรา หรือผดผื่นคันในร่มผ้า



สิ่งสำคัญคือต้องมีแผนสำรองไว้ทุกครั้งที่ ไม่ว่าไปเที่ยวไหน ฤดูไหน ลองต้องคิดแผน B C หรือ D เผื่อไว้ ให้ทริปนั้นของเราจะได้ไม่กร่อย หากเกิดเหตุธรรมชาติใดๆขึ้น


สำหรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้หลังกันน้ำ พร้อมลุยหน้าฝนไปกับทุกคน www.bbag.co.th มีแนะนำหลายรุ่น หลายสไตล์ ขอให้ทุกคนเดินทางเที่ยวหน้าฝนอย่างมีความสุขและปลอดภัย

Comentarios


bottom of page