[อัปเดต] JESTA คืออะไร? ญี่ปุ่นเตรียมใช้ระบบคัดกรองใหม่ 2028 คนไทยต้องรู้ก่อนบิน!
- Golf Thananthorn
.png/v1/fill/w_320,h_320/file.jpg)
- 24 ก.พ.
- ยาว 1 นาที

เคยไหม? แค่มีพาสปอร์ตไทยก็บินไปเที่ยวญี่ปุ่นได้เลยแบบตัวปลิว... แต่เร็วๆ นี้กฎนี้กำลังจะเปลี่ยนไป! รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมนำระบบ JESTA มาใช้คัดกรองนักท่องเที่ยวล่วงหน้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับคนไทยแน่นอน วันนี้เราจะมาเจาะลึกแบบเนื้อๆ ว่า JESTA คืออะไร และเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง |
JESTA คืออะไร? ทำไมต้องมี?
JESTA ย่อมาจาก Japan Electronic System for Travel Authorization คือ ระบบอนุญาตเดินทางทางอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ที่บังคับใช้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ได้รับสิทธิ "ยกเว้นวีซ่า" (รวมถึงประเทศไทยด้วย)
พูดง่ายๆ คือ ถึงแม้เราจะไม่ต้องขอวีซ่าเล่มใหญ่แบบสมัยก่อน แต่เราต้อง "ขออนุญาตออนไลน์" ก่อนขึ้นเครื่องนั่นเอง ระบบนี้ถอดแบบมาจากระบบ ESTA ของสหรัฐอเมริกา เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาการแอบเข้ามาทำงานผิดกฎหมาย
สรุปข้อมูลสำคัญ JESTA ที่นักท่องเที่ยวไทยต้องรู้
หัวข้อ | รายละเอียด |
กลุ่มเป้าหมาย | พลเมืองจาก 71 ประเทศ/ดินแดนที่ "ฟรีวีซ่า" (รวมไทย) |
วันเริ่มใช้งาน | ปรับแผนใหม่ เลื่อนมาเริ่มใช้ปี 2028 (พ.ศ. 2571) |
ค่าธรรมเนียม | คาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 3,000 เยน (ประมาณ 700-800 บาท) |
ขั้นตอนการทำ | ยื่นคำขอออนไลน์ และต้องได้รับอนุมัติ "ก่อน" ออกเดินทาง |
ทำไมญี่ปุ่นถึงต้องใช้ระบบ JESTA?
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า ระบบนี้จะช่วยสร้าง "สังคมที่ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบ" โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ:
ป้องกันการเข้าประเทศของบุคคลที่ไม่พึงประสงค์: คัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงก่อนจะเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่น
แก้ปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย: ลดจำนวนคนไทยหรือชาติอื่นๆ ที่แอบไปทำงานหรืออยู่เกินกำหนด (Overstay)
อำนวยความสะดวก: สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีปัญหา ระบบนี้จะช่วยให้ขั้นตอนที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการเตรียมตัว (Prepare for 2028)
หากคุณวางแผนจะไปชมซากุระหรือไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่นในปี 2028 เป็นต้นไป สิ่งที่ต้องเพิ่มเข้ามาใน Check-list คือ:
ลงทะเบียนออนไลน์: กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันผ่านระบบ JESTA ล่วงหน้าก่อนเดินทาง
ระบุวัตถุประสงค์: แจ้งรายละเอียดการเข้าพัก สถานที่ที่จะไป และข้อมูลส่วนตัว
รอผลอนุมัติ: หากระบบตรวจสอบแล้ว "ผ่าน" คุณถึงจะสามารถซื้อตั๋วหรือขึ้นเครื่องได้
ตรวจสอบวันหมดอายุ: ปกติระบบแบบนี้จะมีอายุการใช้งาน (เช่น 2-3 ปี) ต้องคอยเช็กว่า JESTA ของเรายังไม่หมดอายุ
มีค่าธรรมเนียม: คาดว่าจะมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อยในการดำเนินการ (คล้ายกับระบบ ETA ของอังกฤษหรือ ESTA ของอเมริกา)
เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้ทริปล่ม?
ถึงแม้ระบบ JESTA จะยังไม่เริ่มใช้ในวันนี้ แต่การเตรียมตัวเป็นเรื่องสำคัญ:
ติดตามข่าวสาร: อัปเดตประกาศจากสถานทูตญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
ช็กพาสปอร์ต: ตรวจสอบวันหมดอายุพาสปอร์ตให้มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนเสมอ
อุปกรณ์การเดินทางต้องพร้อม: ไม่ว่าระบบจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ กระเป๋าเดินทางคุณภาพดี และ อุปกรณ์จัดระเบียบ จาก bbag.co.th จะช่วยให้ทริปญี่ปุ่นของคุณราบรื่นและดูดีเสมอ
สรุป: JESTA ไม่ใช่การกลับไปขอวีซ่าแบบยากๆ แต่เป็นเพียงการ "ลงทะเบียนล่วงหน้า" เพื่อความปลอดภัย ใครที่มีประวัติเที่ยวใสสะอาด ไม่ต้องกังวลเลย ไปเที่ยวได้สบายใจแน่นอน!



ความคิดเห็น