"SSSS" บน Boarding Pass คืออะไร? ฝันร้ายที่นักเดินทางไม่อยากเจอ พร้อมวิธีรับมือด้วยกระเป๋าที่ใช่!
- Golf Thananthorn
.png/v1/fill/w_320,h_320/file.jpg)
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

เคยไหม? เช็คอินออนไลน์ไม่ผ่าน หรือพอได้ Boarding Pass มาแล้วเห็นตัวอักษร "SSSS" ตัวใหญ่ๆ พิมพ์อยู่บนตั๋ว ถ้าคุณเจอแบบนี้ บอกเลยว่า "ยินดีด้วย คุณคือผู้โชคดี!" แต่ความโชคดีนี้อาจจะมาพร้อมกับการต้องเสียเวลาเพิ่มอีกนิด เพราะนี่คือรหัสลับที่ทำให้การผ่านด่านตรวจสนามบินของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

🔍 SSSS คืออะไร? ทำไมต้องโดน?
SSSS ย่อมาจาก Secondary Security Screening Selection พูดง่ายๆ คือคุณถูก "เลือก" ให้เข้ารับการตรวจค้นร่างกายและสัมภาระแบบละเอียดเป็นพิเศษ (มากกว่าคนอื่น 2-3 เท่า!) ซึ่งส่วนใหญ่จะเจอในเที่ยวบินที่เดินทางไปหรือกลับจากสหรัฐอเมริกา โดยหน่วยงาน TSA เป็นผู้กำหนด
ทำไมเราถึงโดนสุ่ม?
หลายคนตกใจว่า "ฉันทำอะไรผิดหรือเปล่า?" จริงๆ แล้วสาเหตุมีตั้งแต่เรื่องบังเอิญไปจนถึงพฤติกรรมการจอง:
ระบบสุ่ม (Random Selection) : บางครั้งมันก็แค่ดวง เป็นระบบสุ่มมาเพื่อความปลอดภัยมาตรฐานสูง
การจองตั๋วนาทีสุดท้าย : ซื้อตั๋วกะทันหันก่อนบินไม่กี่วัน
ตั๋วเที่ยวเดียว (One-way Ticket) : การเดินทางแบบไม่มีตั๋วกลับมักถูกจับตามองเป็นพิเศษ
ชำระเงินด้วยเงินสด : ซึ่งปัจจุบันหาได้ยากแล้วสำหรับตั๋วเครื่องบิน
ประวัติการเดินทาง : หากคุณเคยไปประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ระบบอาจจะปักธงไว้ก่อน
⚠️ 5 สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมี SSSS บนตั๋ว
ถ้าเห็นโค้ดนี้ เตรียมใจไว้เลยว่าจะต้องเจอขั้นตอนเหล่านี้:
เช็คอินออนไลน์ไม่ได้: คุณต้องไปแสดงตัวที่เคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น
การตรวจค้นร่างกายแบบละเอียด (Pat-down): เจ้าหน้าที่จะขอตรวจค้นตัวแบบใกล้ชิดกว่าปกติ และอาจมีการใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด
รื้อกระเป๋าถือ (Carry-on): เตรียมตัวจัดกระเป๋าใหม่ได้เลย เจ้าหน้าที่จะขอเปิดกระเป๋าเดินทางของคุณเพื่อตรวจเช็กของทุกชิ้นอย่างละเอียด
ตรวจหาคราบระเบิด (Swab Test): เจ้าหน้าที่จะใช้แผ่นสำลีเช็ดตามมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเข้าเครื่องตรวจสารต้องห้าม
ใช้เวลาที่ Gate นานกว่าคนอื่น: แม้คุณจะผ่านด่านตรวจกลางมาแล้ว แต่หน้าประตูขึ้นเครื่อง (Gate) คุณอาจถูกเชิญไปตรวจซ้ำอีกรอบ กระบวนการนี้อาจกินเวลาเพิ่มขึ้น 15-30 นาที หรือมากกว่านั้น
💡 วิธีรับมือแบบมือโปร (Tips for Travelers)
ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้อง "รับมือให้ง่ายที่สุด" การมีกระเป๋าเดินทางที่ดีจะช่วยลดความตึงเครียดได้เยอะมาก
เผื่อเวลาอย่างน้อย 30-60 นาที : อย่าชะล่าใจเดินช้อปปิ้งจนวินาทีสุดท้าย เพราะขั้นตอนนี้กินเวลาพอสมควร
ใจเย็นและให้ความร่วมมือ : ยิ่งคุณสุภาพและทำตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ กระบวนการจะจบลงเร็วขึ้นมาก (ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งตรวจนานนะบอกก่อน!)
เช็ค Redress Number : ถ้าคุณโดน SSSS ทุกครั้งที่บิน คุณสามารถไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ของ TSA DHS Traveler Redress Inquiry Program (DHS TRIP) เพื่อขอหมายเลขยืนยันตัวตนพิเศษ (Redress Number) ให้ระบบเลิกสุ่มเจอคุณบ่อยๆ
เลือกกระเป๋าแบบ "เปิดหน้า" (Front Opening) : เวลาเจ้าหน้าที่ขอดูสัมภาระ แค่รูดซิปด้านหน้าแล้วเปิดออกได้ทันที ไม่ต้องกางกระเป๋าแผ่หลาให้คนอื่นเห็นของส่วนตัวทั้งหมด
จัดระเบียบของเหลวและ Gadget ไว้ด้านหน้า : เลือกกระเป๋าที่มีช่องใส่ของด้านหน้าที่หยิบง่าย แนะนำให้เอา Power Bank หรือถุงใส่ของเหลวไว้ตรงนี้ พอโดนตรวจปุ๊บ หยิบโชว์ปั๊บ รวดเร็ว ไม่เสียเวลา
ความคล่องตัวคือหัวใจ : ล้อลื่นๆ ของกระเป๋าเดินทางในร้าน bbag ช่วยให้คุณลากกระเป๋าไปมาระหว่างจุดตรวจได้แบบไม่เหนื่อยหอบ
การเจอ SSSS อาจจะเป็นเรื่องน่ารำคาญ แต่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย และไม่ได้หมายความว่าคุณติด Blacklist แต่มันคือมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้ทุกคนบนเครื่องบินอุ่นใจ
ดังนั้น ถ้าเห็นรหัสนี้บนตั๋วครั้งหน้า แค่เผื่อเวลาและยิ้มรับการตรวจ ถ้าเราเตรียมตัวมาดีและมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้การตรวจค้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว อย่าง กระเป๋าเดินทางแบบเปิดฝาหน้าฝันร้ายนี้ก็จะเป็นแค่เรื่องเล่าตื่นเต้นอีกเรื่องในทริปของคุณ!



ความคิดเห็น