top of page

Search Results

พบ 65 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา

  • เลือกกระเป๋าเดินทางแบบไหนดีนะ?

    หลายคนคงมีปัญหาแบบเดียวกัน อยากจะไปเที่ยวแล้ว อยากได้กระเป๋าเดินทางใหม่ เลือกแบบไหนดี เลือกขนาดไหนดี วันนี้ เราจะมาแนะนำ เคล็ดลับที่ 1 - เลือกขนาดให้พอเหมาะกับจำนวนวัน ก่อนอื่นต้องนึกก่อนว่า สัมภาระเรามีอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน ของแต่งตัว รองเท้า เครื่องสำอาง ยาที่จำเป็น แล้วอย่าลืมคิดด้วยว่าขากลับจะมีของฝากติดไม้ติดมือกลับมาหรือไม่ โดยปกติแล้วขนาดกระเป๋าเดินทางตามมาตรฐาน คือ ขนาด 20 นิ้ว, 24 นิ้ว และ28 นิ้ว เดินทาง 1-2 วัน > > > กระเป๋าเดินทางขนาดไม่เกิน 20 นิ้ว การเดินทางแบบเร่งด่วน อาจจะไปทำงานหรือเดินทางไปทำธุระที่ด่วนมาก ๆ มีเวลาพักค้างคืนแค่ 1 คืนเท่านั้น แนะนำกระเป๋าเดินทาง ขนาดไม่เกิน 20 นิ้ว เพราะถือหิ้วขึ้นเครื่องได้ ไม่ต้องเสียเวลารอโหลด และในการเดินทางแค่คืนเดียว นำไปแต่ของจำเป็นก็เพียงพอ เดินทาง 3-4 วัน > > > กระเป๋าเดินทาง 24 นิ้ว ใครมีแพลนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด / ต่างประเทศ อยากให้ใช้กระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว ใส่สัมภาระพอดีๆ ไม่มากไปไม่น้อยไป แถมมีพื้นที่เหลือสำหรับสายช้อปใส่ของกลับได้เพิ่มอีก ไหนๆก็ไปเที่ยวแล้ว เลือกซื้อรองเท้าสักคู่ เสื้อสวยๆสักตัวกลับมาด้วยเป็นที่ระลึก เดินทาง 5 วันขึ้นไป > > > กระเป๋าเดินทาง 28 นิ้ว การเดินทางระยะยาว เดินทางไปศึกษาต่อ หรือเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศที่มีอากาศหนาวมากๆ จนอากาศแทบจะติดลบ ควรใช้กระเป๋าขนาดใหญ่ เพราะเสื้อผ้าที่จำเป็นต้องนำไป มักจะเป็นเสื้อโค้ตสวย ๆ หนา ๆ เอาไปใช้งาน เอาไปถ่ายรูป นึกให้ออกแล้วเลือกขนาดที่พอดีกับการเดินทาง เคล็ดลับที่ 2 - ข้อจำกัดของสายการบิน โดยปกติกระเป๋าที่สามารถถือติดตัวขึ้นเครื่อง (Carry on) ได้นั้น แต่ละสายการบินจะกำหนดขนาด และน้ำหนักเอาไว้เสมอ เพื่อนๆต้องศึกษาและเลือกกระเป๋าให้เหมาะกับสายการบินนั้นๆด้วยนะคะ ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ไม่เกิน 7 กิโลกรัม หากมีน้ำหนักมากกว่ากำหนด หรือขนาดใหญ่กว่าที่กำหนด จะต้องโหลดลงใต้เครื่อง (Checked Luggage) ไม่สามารถถือขึ้นเครื่องได้ ลองเช็ครายละเอียดตามตารางด้านล่างค่ะ CAGGIONI : Explore the world เคล็ดลับที่ 3 - วัสดุของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเดินทางประเภทอ่อน (Soft Case) ผลิตจากวัสดุผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมไนล่อน ข้อดี : กระเป๋ามีความเบาและยืดหยุ่น สามารถใส่ลงไปในช่องเก็บสัมภาระที่แคบและจำกัดได้ และยังเหมาะมากสำหรับผู้ที่รักการช้อปปิ้งหรือมีเสื้อผ้าสิ่งของเยอะมากๆ เพราะกระเป๋าสามารถยืดหยุ่นและเพิ่มพื้นที่ความจุได้มากขึ้น ข้อเสีย : ป้องกันการกระแทกได้น้อยกว่าแบบแข็ง และอาจฉีกขาดได้หากทำมาจากวัสดุที่คุณภาพไม่ดีพอ บางรุ่นไม่สามารถกันน้ำได้ กระเป๋าเดินทางประเภทแข็ง (Hard Case) ผลิตจากเม็ดพลาสติก ส่วนมากเป็นโพลีคอร์บอเนต (PC), อะคริโลไนไตรล์-บิวทาไดอีน-สไตรีน (ABS) และโพลีพร๊อพโพลีน (PP) ข้อดี : มีความแข็งแรงทนทาน มีโครงสร้างกันกระแทก กระเป๋าเดินทางบางรุ่นมีการผลิตจากวัสดุพิเศษที่ทำให้กระเป๋ามีน้ำหนักเบาแต่ยังคงทนแข็งแรง ทำให้ของภายในไม่เสียทรงหรือเสียหายหากเกินแรงกดทับหรือการกระแทกแรงๆ สามารถกันน้ำได้ และยังสามารถป้องกันขโมยได้ระดับหนึ่งเพราะมีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นเฟรมล๊อครหัส หรือบางรุ่นเลือกใช้ซิป 2 ชั้นกันกรีดเปิดได้ยาก ข้อเสีย : กระเป๋าเดินทางประเภทนี้ไม่สามารถยืดหยุ่นได้ จึงยากต่อการเก็บ ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือในรถ ในการใช้งานกระเป๋าแบบแข็งเมื่อเกิดรอยขีดข่วน จะเห็นได้ชัด นอกจากนี้หากกระเป๋าทำมาจากวัสดุที่คุณภาพไม่ดีหรือถูกมากๆ ก็อาจจะแตกได้ สำหรับกระเป๋าเป้แบ็คแพก ควรเลือกที่ทำจากผ้าที่ทนทานต่อการฉีกขาด มีรอยเย็บที่แข็งแรง ตัวกระเป๋ามีความเบาแต่รับน้ำหนักได้ดี และมีโครงสร้างที่ซัพพอร์ตหลัง สะพายนานๆ แล้วไม่ปวดหลัง ไม่เมื่อย บางรุ่นกันน้ำกันฝนได้ ระบายอากาศได้ดี เคล็ดลับที่ 4 - ช่องใส่ของ แน่นอนว่ากระเป๋าเดินทางแบบผ้า จะมีช่องใส่ของเยอะกว่ากระเป๋าเดินทางแบบพลาสติกแข็งๆ เพราะลักษณะโครงสร้างของกระเป๋าแบบแข็งไม่เอื้อต่อการมีช่องใส่ของได้มากมายนัก รวมถึงช่องใส่ของด้านนอกด้วย จึงควรพิจารณาว่าเรามีสิ่งของที่จะใส่ลงไปในกระเป๋ามากเท่าไหร่ ชอบซื้อของช้อปปิ้งเพิ่มจนกระเป๋าล้นหรือไม่ หรือเป็นคนที่ชอบจัดแจงสิ่งของให้เป็นระเบียบหรือไม่ เพื่อให้ตรงไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด แต่ล่าสุดกระเป๋าเดินทางแบบแข็งก็มีรุ่นที่สามารถเปิดฝาหน้าได้มาเป็นตัวเลือกเพิ่ม บางรุ่นสามารถจัดเก็บแล๊ปท๊อปตัวโปรด เพื่อใช้เดินทางไปทำธุรกิจได้แบบง่ายในใบเดียวพร้อมสัมภาระ หิ้วขึ้นเครื่องสบายๆ เดินลากได้แบบไม่เสียภาพลักษณ์ และอย่าลืมดูภายในกระเป๋าเดินทาง ควรมีสายรัดสัมภาระช่องเก็บของ หรือแผงผ้ากั้นแบ่งสัมภาระ นอกจากช่วยเรื่องความเป็นระเบียบแล้ว ยังช่วยให้สัมภาระในกระเป๋าไม่กระจัดกระจายอีกด้วย เคล็ดลับที่ 5 - ซิป หูหิ้ว ตัวล๊อกและคันชัก อย่าลืมตรวจดูซิปกระเป๋าให้ดีว่ามีความแข็งแรง เปิดง่าย ไม่กินเนื้อผ้า กระเป๋าบางรุ่นจะมีซิป 2 ด้าน ทำให้สะดวกต่อการเปิดใช้งานอีกด้วย บางท่านนิยมเลือกกระเป๋าเดินทางแบบซิป 2 ชั้น ช่วยป้องกันการโดนกรีดหรือซิปแตก หูหิ้วกระเป๋าต้องมีความแข็งแรง เพราะต้องรับน้ำหนักของกระเป๋าทั้งใบเวลายก หูหิ้วควรเป็นแบบยึดเกาะติดกับตัวกระเป๋า ยืดหดได้เป็นอย่างดี จับได้ถนัดมือไม่เจ็บมือหากต้องหิ้วเป็นระยะเวลานานๆ คันชักกระเป๋า ควรเลือกแบบที่สามารถปรับระดับความยาวได้เหมาะกับความสูงของเรา ปกติแล้วคันชักกระเป๋า จะปรับได้สูงสุดที่ระดับเอวเพื่อให้สะดวกต่อการลาก อย่าลืมทดลองจับและลาก หากลากกระเป๋าแล้ว กระเป๋ากระแทกกับขาของเราแสดงว่าความยาวของคันชักยังไม่สัมพันธ์กับความสูง ลองปรับระดับจนมั่นใจว่าพอเหมาะเพื่อความสะดวกระหว่างการเดินทาง ตัวล็อก เลือกกระเป๋าเดินทางที่มีตัวล็อก TSA ซึ่งเป็นการล็อกด้วยรหัส เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกันไม่ให้ใครก็ตามเปิดกระเป๋าของเราได้ ป้องกันการขโมยหรือการเปิดกระเป๋าเดินทางของเราโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงปลอดภัยกว่ากระเป๋าที่ไม่มีตัวล็อกเลย แต่หากกระเป๋าเดินทางที่ใช้อยู่ไม่มีตัวล็อก ก็สามารถหาซื้อตัวล็อกกุญแจ หรือสายรัด TSA มาล็อกป้องกันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือสะดุดตามากจนเกินไป เนื่องจากจะล่อตาล่อใจเหล่ามิจฉาชีพซึ่งอาจคาดเดาไปว่าของในกระเป๋าน่าจะมีมูลค่ามากมาย และเสี่ยงต่อการถูกขโมยได้ ล้อ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้ายกระเป๋า กระเป๋าเดินทางล้อลากรุ่นแรก ๆ มักมี 2 ล้อ แต่ปัจจุบันกระเป๋าหลายยี่ห้อทำแบบ 4 ล้อ หมุนได้ 360 องศา ช่วยให้เพื่อนๆมีทางเลือกในการเข็นและดึงกระเป๋า อีกทั้งสามารถลากได้ง่ายกว่าแบบ 2 ล้อ เซฟแรง ไม่ทำให้ปวดข้อมือหรือไหล่ นอกจากนี้ล้อที่สามารถหมุนได้ 360 องศา จะทำให้เคลื่อนย้ายกระเป๋าได้ง่ายแม้ในพื้นที่ที่จำกัด เช่น บนรถไฟ บนทางเดินในเครื่องบิน และในลิฟต์ เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับ การเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง การรับประกันสินค้า และบริการหลังการขายเป็นเรื่องสำคัญ เลือกกระเป๋าที่บริการหลังการขายดี ช่องทางติดต่อสื่อสารหลากหลาย ติดต่อสะดวก เก็บของมีค่าและเอกสารการเดินทางไว้ในกระเป๋าถือที่คุณสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา ติดป้ายกันน้ำบนกระเป๋าแต่ละใบพร้อมข้อมูลติดต่อล่าสุดของคุณ หากกรณีที่กระเป๋าของคุณสูญหาย ก็จะมีโอกาสสูงที่คุณจะได้รับกระเป๋าคืนอย่างรวดเร็ว ตรวจเช็คกระเป๋าเดินทางของคุณทันทีที่คุณรับกระเป๋าลงจากสายพาน หากพบความเสียหาย ให้คุณถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และติดต่อสายการบินหรือบริษัทประกันภัยของคุณทันทีก่อนออกจากพื้นที่สนามบิน

  • CAGGIONI ESPACE : ใหม่ถอดด้าม - จบครบเรื่องเดินทาง

    กระเป๋าเดินทางคาจิโอนี่ กระเป๋าเดินทางสัญชาติไทย เปิดตัวคอลเล็กชั่น Espace ตอบโจทย์การเดินทาง ของคนรุ่นใหม่ เป็นกระเป๋าที่สามารถเปิดฝาข้างหน้าที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถเปิดหยิบของได้ง่าย พร้อมกับซิปขยายที่ใส่ของได้ เพิ่มอีก 20% เรียกได้ว่า จบครบเรื่องการเดินทาง ไปกับกระเป๋าใบเดียว * Open – Open to a new journey เปิดเพื่อพบกับการท่องเที่ยวครั้งใหม่ ลดปัญหาความยุ่งยากในการเปิดกระเป๋าเปิดเมื่อไหร่ก็ได้เปิดง่ายให้คุณอยากออกไปท่องเที่ยวอีกครั้ง * Easy – Easy for use everywhere ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ง่ายต่อการใช้งาน * Space – Space of all thing ใส่ได้ทุกอย่างตามใจนึกลดปัญหาพื้นที่น้อยใส่ของไม่พอเพราะเรามี function ซิปขยายให้คุณใส่ของได้เพิ่ม Espace เป็นกระเป๋าเดินทางเปิดฝาหน้า สะดวกต่อการใช้งานในพื้นที่จำกัดไม่ว่าจะเป็นบนตู้นอนรถไฟ หรือห้องพักขนาดเล็ก ให้คุณมั่นใจที่จะรับมือกับการเดินทางไกล ไม่ต้องห่วงเรื่องของเล็กๆ แต่สำคัญ หากเกิดเรื่องระหว่างการเดินทางแบบฉุกเฉิน ด้วยกระเป๋าเดินทางเปิดฝาหน้าที่ค้นหาของได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของกระเป๋า สะดวกในการเก็บของและใช้งาน สำหรับการเดินทางระยะสั้นๆ หรือทริปธุรกิจ ก็สามารถใส่โน๊ตบุ๊คได้ ลดปริมาณสัมภาระลงในกระเป๋าใบเดียว มาใช้ชีวิตสะดวกสบายในการเดินทาง ด้วยกระเป๋าเดินทางเปิดฝาหน้า ให้คุณรู้สึกมั่นใจและสบายใจในทุกที่ หาซื้อได้ที่ห้าง Central, Robinson, Paragon, The Mall, Siam Takashimaya และ online store: www.bbag.co.th

  • เที่ยวต่างประเทศควรเตรียมอะไรบ้าง !!!

    ใกล้สิ้นปีแบบนี้ หลายๆ คนอาจจะกำลังมีแพลนไปเที่ยวรับลมหนาว หรือจะไปนับเคาน์ดาวน์ถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ที่ต่างประเทศ วันนี้แอดมินจะชวนมา Check-list สิ่งของที่จำเป็น และขาดไม่ได้มาฝาก ใครพร้อมจัดกระเป๋าแล้วไปดูกันเลยจ้า 1. หนังสือเดินทาง หนังสือเดินทางถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเดินทางไปต่างประเทศ ลืมไม่ได้เด็ดขาด!ต้องนำมาแสดงตัวตั้งแต่เข้าประเทศ ไปจนถึง Check-in เข้าพักที่โรงแรม เป็นสิ่งที่ต้องพกติดตัวตลอดการเดินทางเลยก็ว่าได้ แอดมินขอแนะนำให้ถ่ายเอกสารหน้าพาสปอร์ตไว้ติดตัวด้วยจะได้ไม่ต้องหยิบเล่มจริงออกมาบ่อยๆ เพราะหากทำหายทริปนั้นไม่สนุกแน่ๆ 2.เอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินขาไป ขากลับ เอกสารสำหรับจองโรงแรม จองเครื่องบิน จองรถ และบัตรประชาชน แอดมินขอแนะนำเหมือนเดิมค่ะถ่ายเอกสารเก็บไว้ซักชุด สองชุด เพื่อความสบายใจ 3.ยาสามัญ หรือยาประจำตัว ขอบอกก่อนว่า ในบางประเทศไม่สามารถเดินเข้าไปร้านขายยาแล้วซื้อได้เลยนะ ต้องมีใบรับรองแพทย์ต่างๆฉะนั้นเราควรพกยาสามัญติดไปด้วยจะดีมากๆ โดยเฉพาะใครที่มีโรคประจำตัวควรพกติดตัวไปเลยจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลระหว่างการเดินทาง 4. ตัวแปลงปลั๊กไฟ (universal adapter) แน่นอนค่ะ แต่ละประเทศมีตัวปลั๊กไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นนักเดินทางควรมีตัวแปลงนี้พกติดตัวไปด้วย ไม่เช่นนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราแบกเอาไปอาจจะใช้ไม่ได้เลยก็เป็นได้ 5. บัตรเครดิต หรือบัตรเครดิต ​ ท่องเที่ยวการพกเงินสดเยอะๆ ในต่างประเทศเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ ทางที่ดีควรพกเงินสดแต่พอดี และมีบัตรเครดิต และกดมาใช้อย่างพอประมาณ แต่อย่ามัวรูดเพลินควรเช็คค่าธรรมเนียมก่อนด้วยนะจ๊ะ เตรียมของให้ครบ 5 ข้อนี้ ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอย่างไม่ต้องกังวลอะไรแล้วค่ะ เอกสารพร้อม เงินพร้อม ยาพร้อม เดินทางกันเลยยยยย!!!!

  • ให้คุณมากกว่า"กระเป๋าเดินทางคาจิโอนี่"คู่หูทุกการเดินทาง

    จะซื้อกระเป๋าเดินทางแบบไหนดี ? คงเป็นคำถามบอดฮิตสำหรับใครหลายๆ คน เพราะราคาของกระเป๋าเดินทางนั้นก็ไม่ได้ราคาที่ถูก จนสามารถตัดสินใจซื้อได้ทันทีทันใด วันนี้เลยจะมาาเล่าในส่วนของกระเป๋าเดินทางขนาด Carry on ที่ใช้ประจำ ซึ่งหลักการที่ต้องซื้อกระเป๋าเดินทางแบบ Carry on นั้น ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นหลักคิดในการซื้อกระเป๋าที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องได้ 2 ข้อหลักง่ายๆ คือ เบา : เนื่องจากการ Carry On หรือนำกระเป๋าขึ้นเครื่อง จำเป็นต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กก. ซึ่งเราจำเป็นต้องหากระเป๋าที่มี้หนักเบาเพื่อที่จะสามารถใส่สัมภาระอื่นๆ ได้ ขนาดพอดี : ตัวกระเป๋าต้องมีขนาดไม่เกิน 56 ซม. x 36 ซม. x 23 ซม. (สูง x ยาว x กว้าง) ตามมาตรฐานสายการบินทั่วไป ซึ่งเพียง 2 ข้อนี้เราก็คิดว่าเพียงพอสำหรับหารเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางที่สามารถ Carry On ได้ ซึ่งเราก็มาเจอเจ้ากระเป๋าเดินทางจากแบรนด์ คาจีโอนี่ กระเป๋าเดินทาง รุ่น โวยาจเกอร์ Caggioni Voyageur Luggage เป็นกระเป๋าเดินทางสไตล์โมเดิร์น ขนาด 20 นิ้ว ขนาด 48 ซม. x 26 ซม. x 21 ซม. ขนาดพอดิบพอดี ด้วยการออกแบบให้เจ้า"กระเป๋าเดินทางคาจิโอนี่" มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นนักหนาในเรื่องความเบา ดีไซน์ต้องดูสวย ทันสมัย และใช้งานได้จริง ซึ่งตัวกระเป๋ามีความโดนเด่นในส่วนลวดลายที่ตัดกัน คล้ายตารางหมากฮอส เพราะสำหรับผู้ท่ชอบงานออกแบบที่มีการเน้นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่มีคุณภาพสูง จุดเด่นของ"กระเป๋าเดินทางคาจิโอนี่" ขนาด 20 นิ้ว (กระเป๋าเดินทางแบบ carry on) วัสดุตัวกระเป๋า ทำจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต หรือ PC (Polycarbonate) ลักษณะแข็ง ทนแรงยึดและแรงกระแทกได้ดี และมีน้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย ถือว่าเป็นพลาสติกประเภทหนึ่งที่มีคุณภาพสูงมากเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าโพลีคาร์บอเนตยังมีความเหนียว แข็ง ยึดเกาะตัวได้ดี คงรูปได้ง่าย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย คันชัก ทำจากวัสดุ อลูมิเนียมอย่างดี มีความแข็งแรง และทนทาน มีปุ่มกดสามารถปรับระดับความยาวขึ้น - ลงได้ ซึ่งสามารถปรับได้มากถึง 3 ระดับ มีความแน่น และกระชับมากๆ หูจับ ต้องบอกก่อนว่ามีหูจับเพียงด้านเดียวใส่ส่วนของกระเป๋าขนาด 20 นิ้ว ตัวหูจับมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี จับง่าย (ในส่วนของกระเป๋าเดินทางขนาด 24 และ 28 นิ้ว จะมีหูจับทั้งบ้านบนและด้านข้าง) ซิปขยาย มันดีมาก ! เพราะปกติมันตะมีเฉพาะกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งเจ้า"กระเป๋าเดินทางคาจิโอนี่" แบบ Carry on มันมีซิปทีขยายที่ใหญ่ และแข็งแรงมาก ซึ่งเมื่อรูดซิปเพื่อขยายขนาดของกระเป๋าแล้วตัวกระเป๋าเนทางสามารถเพิ่มปริมาณการจุได้อีก 25% เลยทีเดียว ภายในกระเป๋าเดินทาง มีช่องแบกสัมภาระ 2 ช่องใหญ่ และช่องซิปสำหรับใส่ของอเนกประสงค์ อีก 1 ช่อง มีแผงกั้นระหว่างกันให้เป็นระเบียบมาก คือ ช่องนี้จะช่องให้ข้าวของ สัมภาระอยู่ในที่ของมันไม่ปะปนกันได้ดีมากๆ และจะมีสายรัดช่วยกันสัมภาระร่วงใน 1 ช่องสัมภาระใหญ่ ล้อ ล้อตัวล้อออกแบบมาให้แบบ "ล้อคู่ 4 ล้อ" สามารถหมุนได้ 360 องศา แบบไม่สะดุด วัสดุล้อผลิตจากยางที่มีขนาดใหญ่ รู้สึกถึงความทนทาน แต่ให้ความง่ายต่อการลาก แม้ในพื้นที่จำกัด ล้อก็หมุนได้ไม่มีปัญหาเลย ระบบล็อคแบบ TSA ด้วยะบบล็อคแบบ TSA เป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา (Transportation Security Administration) ผู้ผลิตกุญแจระแบบล็อคขึ้นมา กุญแจล็แคของระแบบ TSA ต้องเป็นไปตามข้อกำหนกของ TSA เท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถตรวจสอบ ของกระเป๋าของคุณ โดยไม่ต้องงัดกุญแจของคุณ หรือทำให้กระเป๋าเกิดความเสียหาย และเพื่อนๆ สามารถมั้นใจได้เลยว่ามันปลอดภัยสุดๆ เพราะกุญแจระบบล็อค TSA จะมีเฉพาะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินเท่านั้น จุดเดินของ"กระเป๋าเดินทางคาจิโอนี่" ขนาด 20 นิ้ว โดนรวมถือว่าคุ้มค่ามากเพราะใส่ได้ทั้งของหนักและของเบา ให้ความจุที่เยอะกว่าเพราะสามารถขยายกระเป๋าเดินทางได้เพราะขึ้น หากใช้สำหรับการเดินทาง 1-3 วัน ถือว่าความจุกำลังดีเลยดีเดียว และไม่หนักมากไป และที่สำคัญคือจะ Carry on ขึ้นเครื่องหรือโหลดลงใต้เครื่องก็ไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนเปลี่ยนใจกระทันหัน หรือจะ Carry on ขาไป ส่วนขากลับของเยอะหน่อยจะโหลดลงใต้เครื่องได้ไม่มีปัญหา Cr. https://www.tpakinr.com/blog/caggionivoyageurluggage/

  • วิธีเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางล้อลากแบบถือขึ้นเครื่อง (Carry-on Luggage)

    สำหรับการเดินทางระยะสั้นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางเพื่อกลับประชุมงาน หรือท่องเที่ยวแบบชั่วคราว ไม่ต้องถือสัมภาระมากนัก จึงมักไม่ซื้อน้ำหนักเพื่อโหลดกระเป๋าใต้เครื่อง บางครั้งการจัดสัมภาระให้ลงตัวในกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง (carry-on) จึงอาจเหมาะสมกว่า ทั้งในแง่ความคล่องตัวและค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถใช้กระเป๋าแบบเป้สะพายหลัง หรือกระเป๋าเดินทางล้อลากได้ หลายครั้งการเดินทางจำเป็นต้องพกโน้ตบุ๊ก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แบตเตอรี่สำรอง สายชาร์จ ติดตัวไปด้วย จากที่เคยแบกเป้ ขอแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้กระเป๋าล้อลากแบบหิ้วขึ้นเครื่องแทน นอกจากเรื่องสุขภาพของหลังแล้ว ยังเอาของจุกจิกแบบสบู่ ยาสระผม ครีมทาผิว และอุปกรณ์ส่วนตัวเล็กน้อยขึ้นเครื่องได้มากขึ้น ขนาด ขนาด เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกกระเป๋าเพื่อถือขึ้นเครื่อง ตามหลักทั่วไปกระเป๋าที่สามารถถือขึ้นเครื่องได้ จะต้องมีขนาดไม่เกิน 20 นิ้ว โดยแต่ละสายการบินมีข้อกำหนดของขนาดกระเป๋าไม่เท่ากัน หากกระเป๋ามีขนาดใหญ่กว่าที่สายการบินกำหนด จะถูกบังคับให้โหลดใต้เครื่องไปเท่านั้น ไม่สามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้ ดังนั้น หากจะเลือกซื้อกระเป๋าใบใหม่ อย่าลืมพกสายวัดไปด้วย วัดตั้งแต่ส่วนบนจนถึงล้อ (ไม่รวมการดึงคันชัก) บางครั้งในรายละเอียดของกระเป๋าที่แจ้ง อาจจะไม่รวมล้อ ลองวัดด้วยตัวเองเพื่อความแน่นอนดีกว่า น้ำหนักและความจุ นอกจากขนาดแล้ว น้ำหนักยังมีส่วนสำคัญในการเลือกซื้อกระเป๋า เพราะแต่ละสายการบินมีข้อกำหนดเรื่อง “น้ำหนัก” ของสัมภาระที่ต้องการนำติดตัวขึ้นเครื่องด้วย โดยส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ 7 กิโลกรัม ดังนั้น หากเลือกซื้อกระเป๋า น้ำหนัก 5 กิโลกรัม จะเหลือความจุสำหรับใส่สัมภาระส่วนตัวเพียง 2 กิโลกรัมเท่านั้น ปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรมการผลิตที่ดีขึ้น กระเป๋าที่มีน้ำหนักเบากว่า 4 กิโลกรัมจึงมีให้เลือกมากขึ้น ลองเลือกกระเป๋าน้ำหนักเบาๆ ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลาย เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน ทางคาจิโอนีรวบรวมมาให้แล้ว ดังนี้ วัสดุและความทนทาน กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง มักจะอยู่ใกล้ตัว แตกต่างจากกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้เครื่อง ดังนั้นอาจไม่จำเป็นต้องเลือกจ่ายเงินแพงๆ สำหรับวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง เพราะกระเป๋าจะไม่ถูกโยนหรือมีการกระแทกหนักๆ สำหรับวัสดุและความทนทานของกระเป๋าถือขึ้นเครื่องขึ้นอยู่กับกระเป๋าเดินทางที่เลือกใช้ โดยทั่วไปแล้ว วัสดุของกระเป๋าแยกได้ 2 แบบกว้างๆ คือ แบบซอฟต์เคส (Soft Case) และแบบฮาร์ดเคส (Hard Case) ซอฟต์เคส (Soft Case) กระเป๋าผ้า ด้วยความยืดหยุ่นของวัสดุผ้า หากกระแทกจะไม่ค่อยฉีกขาด โดยเฉพาะกระเป๋าสมัยใหม่มักใช้ผ้าสังเคราะห์ที่ทนทาน น้ำหนักเบา แต่อาจจะมีรอยเปื้อนคราบต่างๆได้ง่ายกว่า และเวลาลุยฝนหรือลุยหิมะ สัมภาระข้างในอาจชำรุดเสียหายได้ ฮาร์ดเคส (Hard Case) มักใช้วัสดุจำพวกพลาสติก ความยืดหยุ่นอาจน้อยกว่าแบบผ้า ระหว่างการเดินทาง อาจมีการเคลื่อนย้ายกระเป๋าโดยเจ้าของกระเป๋า หรือ พนักงานสายการบิน จะเกิดรอยได้ง่ายกว่าแบบผ้า ส่วนในแง่ความทนทานคงไม่เป็นปัญหามากนัก เพราะวัสดุรุ่นใหม่ๆ ทนทานกว่าเดิม น้ำหนักเบาขึ้น แถมข้อดีของฮาร์ดเคสคือกันน้ำได้ดีกว่า และทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ล้อลาก ล้อลื่นๆ เสียงเงียบๆ น่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางในฝันของนักเดินทาง เพราะล้อจะสามารถช่วยไม่ให้ต้องยกกระเป๋าถือขณะเดินทางให้ปวดหลัง ปวดไหล่ กระเป๋าเดินทางล้อลาก มีให้เลือก 2 แบบหลักๆ ดังนี้ กระเป๋า 2 ล้อ ขณะใช้งานต้องลากแบบเอียง ไม่สามารถลากด้านข้างได้ อาจจะลำบากหากต้องเดินในพื้นที่คับแคบ เช่นบนเครื่องบิน ทางเดินในรถไฟ แต่ยังมีข้อดีที่พื้นที่ใส่สัมภาระจะมากขึ้น และกระเป๋าไม่ไหลในทางลาดชัน กระเป๋า 4 ล้อ กระเป๋าแบบนี้จะหมุนได้ 360 องศาเข็นไปด้านหน้า ด้านข้าง ถอยหลัง สะดวกต่อการเข็นในพื้นที่คับแคบและคนหนาแน่น แต่ข้อเสียของล้อลื่นๆ บางทีกระเป๋าจะไหลไปตามที่ลาด ต้องคอยระมัดระวัง คันชัก / หูจับ ตามมาตรฐานกระเป๋าเดินทาง คันชักจะต้องสามารถดึงขึ้นมาได้ถึงระดับเอวของผู้ใช้งาน หากต่ำ/สูงกว่า กระเป๋าจะกระแทกขาระหว่างเดิน ดังนั้น กระเป๋าควรปรับระดับได้เพื่อให้เหมาะสมกับส่วนสูงของผู้ใช้งาน กระเป๋าเดินทางควรมีหูจับ เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ในบางสถานที่ อาจไม่สามารถใช้งานล้อลากได้ต้องหิ้วกระเป๋าด้วยตนเอง ดังนั้น หูจับต้องมีความแข็งแรง แต่ไม่แข็งจนเกินไป เพราะหากต้องถือสัมภาระในระยะเวลานาน อาจจะเจ็บมือได้ ช่องเก็บของ อย่ามองข้ามช่องเก็บของภายใน เพราะนั่นคือตัวช่วยในการจัดระเบียบสัมภาระให้เป็นหมวดหมู่ หยิบของใช้ได้สะดวก โดยทั่วไปกระเป๋าเดินทางมักจะแยกเป็น 2 ฝั่ง ด้านหนึ่งเป็นผ้าซิปที่มีฝาปิดทึบ อีกด้านหนึ่งเป็นสายรัดสัมภาระ แต่ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ ที่ทำแบบเป็นฝาปิดทึบทั้งสองด้าน และด้านนอกของฝา มีช่องแบ่งแยกให้อีกเป็นสัดส่วน ช่วยให้นักเดินทางจัดเก็บของได้ง่ายกว่าเดิม พัฒนาไปมากกว่านั้น กระเป๋าเดินทางบางรุ่นมีช่องเปิดฝาหน้าแยกจากส่วนสัมภาระ สามารถใส่แล็บท๊อปที่ฝาด้านหน้า ลดกระเป๋าแล็บท๊อปไปได้อีก 1 ใบ โดยช่องใส่แล๊ปท๊อปมักจะถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้จริง มีการบุนวมเพื่อเพิ่มการป้องกันการกระแทก และเพิ่มช่องใส่ของแยกส่วนในช่องด้านหน้าได้อีก ถ้าเจอกระเป๋าที่ลงตัวแบบนี้อย่าพลาดที่จะซื้อไว้เป็นเจ้าของสักใบ สนใจกระเป๋าเดินทางในภาพประกอบ Caggioni Espace

bottom of page