Search Results
พบ 70 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา
- 10 เส้นทางการบินเสี่ยง ‘ตกหลุมอากาศ’ มากที่สุดในโลกปี 2023
ภาวะที่เครื่องบินตก “หลุมอากาศ” โดยมากเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เช่น เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง, เกิดจากการบินเหนือพื้นที่บางแห่ง หรืออาจเกิดจากการที่เครื่องบินบินใกล้กับเครื่องบินลำอื่นมากเกินไป ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการคาดการณ์สภาพอากาศ และวางแผนการบินล่วงหน้ามาแล้ว แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดหลุมอากาศแบบกะทันหัน ที่ไม่มีสัญญาณ คือท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใสดี แต่กลับมีหลุมอากาศที่คาดการณ์ไม่ได้ (Clear-air turbulence) หลุมอากาศลักษณะนี้นักบินไม่ทันตั้งตัวได้ ส่งผลกระทบต่อเครื่องบินโดยไม่คาดคิด คำถามสำคัญที่หลายคนอยากทราบคือ เส้นทางการบินใดบ้าง ที่มีโอกาสหรือความเสี่ยงเจอหลุมอากาศ คนที่จะตอบคำถามนี้ได้คือ “Turbli” (https://turbli.com) เว็บไซต์พยากรณ์การเกิดหลุมอากาศที่สร้างฐานข้อมูลจากข้อมูลพยากรณ์หลุมอากาศขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) และข้อมูลพยากรณ์เมฆพายุฝนฟ้าคะนองของกรมอุตุนิยมวิทยาสหราชอาณาจักร (UK Met Office) Turbli วิเคราะห์เส้นทางการบินทั้งหมด 150,000 เส้นทาง เฉพาะเส้นทางการบินที่ดำเนินการอยู่ ณ เดือน ธ.ค. 2023 เท่านั้นที่ได้รับการจัดอันดับ “การวัดความรุนแรงของหลุมอากาศ ณ จุดที่กำหนด” ซึ่งแบ่งเป็น 4 ระดับ ระดับเบา (0-20) ปานกลาง (20-40) รุนแรง (40-80) รุนแรงมาก (80-100) ที่น่าสนใจคือ จาก 10 อันดับแรก มีถึง 6 เส้นทางที่เกิดขึ้นในเอเชีย หรือถ้าเฉพาะเจาะจง คือเป็นเส้นทางภายในประเทศญี่ปุ่นและจีน ขณะที่เส้นทางยุโรป 2 เส้นทางก็มีจุดสำคัญที่เมืองมิลานของอิตาลี อิกนาชิโอ กัลเลโก มาร์กอส ผู้ก่อตั้ง Turbli อธิบายว่า มิลานมีหลุมอากาศมากเนื่องจากเส้นทางบินมักผ่านเหนือเทือกเขาแอนดีสหรือเทือกเขาแอลป์ ส่วนเส้นทางในญี่ปุ่นและจีนมีความผันผวนเนื่องจากมีกระแสเจ็ตสตรีมสูง (ลมแรงที่พัดมาจากตะวันตกไปตะวันออก) ดังนั้น ผู้โดยสารจะต้องมีสติและฟังคำแนะนำของพนักงานต้อนรับอย่างเคร่งครัด หมั่นสังเกตุสัญญาณเข็มขัดนิรภัย หากมีสัญญาณให้รัดเข็มขัด ควรรัดเข็มขัดนิรภัยให้กระชับ ตลอดการเดินทางอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เรารับมือกับการเผชิญความรุนแรงของการตกหลุมอากาศในทุกระดับ การปลดล๊อคเข็มขัดต้องรอสัญญาณเมื่อปลอดภัย และปลดล๊อคเมื่อยามจำเป็นเท่านั้น ซึ่งโดยปกติทุกสายการบินจะแนะนำให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาเมื่ออยู่บนเก้าอี้ที่นั่งตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันอันตรายจากเหตุที่ไม่คาดคิด
- เครื่องบินตกหลุมอากาศคืออะไร เกิดได้อย่างไร
ในเหตุการณ์ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ321 ที่ลงจอดฉุกเฉินที่สุวรรณภูมิ เหตุจากสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิต ทำความรู้จักการตกหลุมอากาศ และระดับความแปรปรวนอากาศที่เกิดจากการเดินทางโดยเครื่องบินกัน เครื่องบินตกหลุมอากาศคืออะไร เกิดได้อย่างไร คนที่เดินทางด้วยเครื่องบินบ่อย ๆ มักพบเหตุการณ์การกระตุกอย่างกะทันหันที่เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบินเข้าสู่หลุมอากาศ ซึ่งสามารถทำให้เครื่องบินเคลื่อนที่และเปลี่ยนระดับความสูงอย่างกะทันหัน หลุมอากาศส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเมฆที่มีลมพัดขึ้นและลง โดยส่วนใหญ่จะเป็นหลุมอากาศที่ค่อนข้างเบา แต่ในเมฆขนาดใหญ่ ที่ก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง การเคลื่อนไหวของอากาศที่วุ่นวายสามารถก่อให้เกิดหลุมอากาศระดับปานกลางหรือแม้แต่ขั้นรุนแรงได้ หลุมอากาศ เกิดจากอากาศส่วนบน และอากาศส่วนล่าง มีความเร็ว และความหนาแน่นในการทำให้เครื่องบินโดยสารเคลื่อนที่แตกต่างกัน เมื่อเครื่องบินเคลื่อนที่ผ่านอาจทำให้เกิดการกระทบ สั่นสะเทือน เหมือนตกหลุม จึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อย เมื่อเครื่องบินโดยสาร บินเข้าไปใกล้รอยต่อระหว่างขอบนอกของกระแสลมกรด (Jet Stream) กับบริเวณสภาพอากาศปกติ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ‘การตกหลุมอากาศ’ อาจมีระดับความรุนแรงของความปั่นป่วน อยู่ในขั้นปานกลางถึงขั้นรุนแรง เครื่องบินตกหลุมอากาศ (Air Pocket) คือ หนึ่งในเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยผู้โดยสารจะรู้สึกเหมือนกับว่าเครื่องบินจะมีการส่าย สั่น และลดระดับไปจากระดับการบินเดิมเล็กน้อย ซึ่งหากอากาศมีการแปรปรวนอย่างรุนแรงจะทำให้เกิดความเสียหายได้ เครื่องบินตกหลุมอากาศเกิดขึ้นตอนไหน 1. เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบิน บินเข้าไปใกล้กับรอยต่อระหว่างขอบนอกของกระแสลมกรด กับบริเวณสภาพอากาศปกติ เรียกว่า "บริเวณความปั่นป่วนในอากาศแจ่มใส" (Clear air turbulence: CAT) 2. เกิดขึ้นเมื่อมีลมพัดปะทะภูเขา ทำให้อากาศอีกด้านปั่นป่วน เกิดเป็นหลุมอากาศ สาเหตุข้อนี้สามารถคาดการณ์ได้ และโดยส่วนใหญ่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักบินจะเตือนผู้โดยสารให้ทราบ 3. พายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้เกิดหลุมอากาศ ฝนฟ้าคะนอง สาเหตุข้อนี้สามารถตรวจพบได้ นักบินจึงหลีกเลี่ยงไม่บินไปใกล้ได้ ระดับความรุนแรง : ความแปรปรวนอากาศ ความรุนแรง ระดับเล็กน้อย (Light) : สภาพอากาศเกิดความแปรปรวนเล็กน้อย ผู้โดยสารจะต้องรัดเข็มขัด และอยู่กับที่ สิ่งของต่างๆ ในเครื่องบินต้องเก็บให้เรียบร้อย ความรุนแรงในระดับนี้ ผู้โดยสารอาจจะไม่รู้สึกถึงการสั่น ความรุนแรง ระดับปานกลาง (Moderate): สภาพอากาศเกิดความแปรปรวน โดยผู้โดยสารจะต้องรัดเข็มขัด และอยู่กับที่ ความรุนแรงนี้อาจทำให้ผู้โดยสารอาจถูกโยนตัวเป็นครั้งคราว แม้รัดเข็มขัด และสิ่งของต่างๆ ในเครื่องบินอาจเคลื่อนที่ได้ ความรุนแรง ระดับรุนแรง (Severe): สภาพปั่นป่วนทำให้นักบินไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้ชั่วขณะหนึ่ง ผู้โดยสารจะถูกโยนตัวขึ้น - ลง อย่างรุนแรง ขณะรัดเข็มขัด พร้อมกับสิ่งของต่างๆ อาจถูกโยนขึ้น และลอยตัวในอากาศได้ ความรุนแรง ระดับรุนแรงมากที่สุด (Extreme) : หนึ่งในระดับที่เกิดขึ้นน้อยมาก ทำให้สภาพอากาศเกิดความแปรปรวน ทำให้นักบินไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้เลย เครื่องบินถูกโยนขึ้น - ลง อย่างรุนแรง มาก นักบินไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้ และอาจสร้างความเสียหายต่อตัวเครื่องบินได้ วิธีป้องกันอันตรายขณะตกหลุมอากาศ “หลุมอากาศ” แม้จะไม่ได้อันตรายเพราะไม่ทำให้เครื่องบินตกก็จริง แต่บางครั้งการเกิดขึ้นของหลุมอากาศ ก็ไม่สามารถรับรู้ล่วงหน้าได้ ดังนั้น ผู้โดยสารและลูกเรือจะต้องนั่งประจำที่ รัดเข็มขัดนิรภัยให้กระชับ ตลอดการเดินทางอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เรารับมือกับการเผชิญความรุนแรงของการตกหลุมอากาศในทุกระดับ มีสติและฟังคำแนะนำของพนักงานต้อนรับอย่างเคร่งครัด ซึ่งโดยปกติแม้จะไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ แต่ทุกสายการบินจะแนะนำให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาเมื่ออยู่บนเก้าอี้ที่นั่งตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันอันตรายจากเหตุที่ไม่คาดคิด
- แจก Travel Checklist ก่อนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ
สายเที่ยวพร้อมจะบินกันหรือยัง จะไป เที่ยวต่างประเทศตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะหลายๆ ประเทศ เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว เรามาดูกันดีกว่า ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมไปเที่ยวต่างประเทศกัน ไปดู checklist กันเลย! เช็คให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน ไม่ต้องวิ่งวุ่น ไม่ต้องซื้อใหม่ - เอกสารสำคัญต่างๆ - อุปกรณ์ไฟฟ้า - เสื้อ ผ้า หน้า ผม - อุปกรณ์ส่วนตัวในห้องน้ำ - พร๊อพ แซ่บๆพร้อมเก็บภาพ และทั้งหมดนี้คือรายการเตรียมของที่คาจิโอนี่ได้รวบรวมเป็น Checklist เดินทางต่างประเทศ ให้เพื่อน ๆ ใช้เตรียมตัวเดินทาง และจัดเก็บกระเป๋าเดินทางได้ง่ายขึ้น เป็นตัวช่วยดี ๆ ที่จะทำให้ทริปนี้ไม่ลืมเอกสารและของใช้จำเป็น นอกจากนี้เพื่อน ๆ อาจเพิ่มกระเป๋าอุปกรณ์สร้างความบันเทิง กระเป๋าของกินติดตัว หรือกระเป๋าตามความชอบของเราได้อีก แค่เช็กให้ครบ การเดินทางของเพื่อน ๆ ก็จะราบรื่นไม่มีสะดุดแน่นอน สมาชิก bbag club สามารถดาวน์โหลดไฟล์ Checklist น่ารักๆจาก bbag ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้านล่างนะคะ
- ส่องโฉม ECHOLAC กระเป๋าเดินทางพรีเมียมจากญี่ปุ่น ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลแฟชั่น
‘ECHOLAC’ (แอ็ค-โค-แลค) เป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางคุณภาพระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีความเป็นมายาวนานเกือบ 50 ปี สำหรับชื่อ ECHOLAC ประกอบด้วยสองส่วน คือ ECHO และ LAC โดยคำว่า ‘ECHO’ เสมือนการสะท้อนของเสียง แสดงถึงความพร้อมในการรับฟังความต้องการของผู้บริโภคที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ส่วนคำว่า ‘LAC’ บอกเล่าอย่างตรงตัวถึงการเคลือบป้องกันกระเป๋าให้มีความแข็งแรงสวยงาม และให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “East meets West’ อันเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ เพราะเชื่อมั่นว่าเมื่อผู้คนจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกันมาพบกันและเรียนรู้จากกันและกันพลังด้านบวกจะถูกปลดปล่อยออกมา โดยผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลงานจากทีมออกแบบมืออาชีพนานาชาติ ทั้งอิตาลี ญี่ปุ่น เดนมาร์ค และ เกาหลี ซึ่งในแต่ละคอลเลกชันจะมีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เน้นดีไซน์ทันสมัยตอบโจทย์นักเดินทาง โดยเฉพาะนักเดินทางเจนเนอเรชั่นใหม่ ประกอบกับคุณภาพสินค้าที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ทำให้กระเป๋าเดินทาง ‘แอ็คโคแลค’ ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และสามารถขยายฐานการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยจุดเริ่มต้นของ ‘แอ็คโคแลค’ ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1964 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดย Mr.Reizo Koseiki ได้คิดค้นเคสพลาสติก ABS เจ้าแรกของโลกขึ้นในปี 1965 สามารถพัฒนาออกมาเป็นกระเป๋าเดินทางรุ่น ‘เจมส์บอนด์ ABS’ ที่มีกระแสความนิยมอย่างสูงในปี 1999 จากนั้นแบรนด์ยังคงมีการพัฒนาและต่อยอดการออกแบบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้ ‘แอ็คโคแลค’ ก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์กระเป๋าระดับโลกที่ได้รับการยอมรับว่ามีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก โดยสินค้าทุกชิ้นผ่านการทดสอบผลิตภัณฑ์ ISO 9001 ภายใต้การควบคุมระดับสากลโดยใช้การตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย 6 ขั้นตอน บวกกับระบบการจัดการคุณภาพที่เข้มงวดของ ‘แอ็คโคแลค’ ทำให้แน่ใจว่ากระเป๋าแต่ละใบที่ออกจากโรงงานมีคุณภาพและความทนทานสูง นอกจากนี้ยังมีความสวยงามสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้การออกเดินทางของนักเดินทางทั่วโลก มีประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ จากความโดดเด่นด้านการออกแบบและความสมดุล ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สำหรับคอลเลกชันที่วางจำหน่ายในประเทศไทยประกอบด้วย 3 คอลเลกชัน ได้แก่ CELESTRA เป็นคอลเลกชันที่ครองอันดับขายดีที่สุด ด้วยการออกแบบมาเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน ฝากระเป๋าเปิดด้านหน้ามีขนาดใหญ่ หยิบของได้ง่าย พร้อมซิปขยายเพิ่มพื้นที่ภายในจุสัมภาระได้มากขึ้น ขนาด 20 ฝาเปิดด้านหน้ามีช่องใส่แล็ปท็อป พร้อมช่องเสียบสาย USB ต่อ Power Bank ซึ่งทีมออกแบบพัฒนาได้ต่อยอดกระเป๋าคอลเลกชันนี้ออกมาหลากหลายรุ่น ได้แก่ CELESTRA frame, CELESTRA Pilot, CELESTRA XA และ CELESTRA Trunk plus DYNASTY คอลเลกชันที่แสดงออกถึงสมดุลระหว่างความหรูหราสง่างาม มาพร้อมกับคุณภาพของวัสดุโพลีคาร์บอเนต 100% ของ Bayer ประเทศเยอรมนี ผิวกระเป๋าเคลือบพิเศษป้องกันรอยขีดข่วนได้มากกว่าผิวปกติทั่วไป SHOGUN คอลเลกชันที่สะท้อนคอนเซ็ปต์ ‘EAST MEET WEST’ อย่างแท้จริง ตัวกระเป๋าผลิตโดยใช้โพลีคาร์บอเนตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวัสดุที่ดีที่สุดผ่านกระบวนการผลิตพิเศษทำให้มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงความแข็งแรง สำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษไปกับ ECHOLAC สามารถเยี่ยมชมคอลเลกชันที่มีจัดจำหน่ายในประเทศไทยได้ที่ช็อป ECHOLAC บนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ www.bbag.co.th
- Power Bank นำขึ้นเครื่องบินได้กี่ก้อน
Power Bank นำขึ้นเครื่องบินได้กี่ก้อน การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ ไออาตา (IATA) มีกฎมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับการนำแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบินไว้ว่า ห้ามนำ Power Bank (แบตเตอรี่สำรอง) ใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่อง แต่สามารถใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ โดยแบตเตอรี่สำรองที่ไม่ระบุพลังงานไฟฟ้าหรือระบุไว้แต่เลือนราง ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ถ้าจะนำแบตเตอรี่สำรองขึ้นเครื่องบิน ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้ Power Bank ต้องมีตัวเลขระบุพลังงานไฟฟ้าชัดเจน Power Bank ความจุไฟฟ้า 20,000 mAh (หรือน้อยกว่า 100 Wh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่ระบุจำนวน บางสายการบินระบุว่า ไม่เกิน 20 ก้อน หรือ ตามความเหมาะสม อย่างไรแล้วให้ดูประกาศของแต่ละสายการบินเป็นหลัก Power Bank ความจุไฟฟ้า 20,000 - 32,000 mAh (100- 160 Wh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน Power Bank ความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh (หรือมากกว่า 160 Wh) ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง ข้อควรสังเกตอีกอย่าง ที่ตัว Power Bank ควรมีตัวเลขระบุความจุอย่างชัดเจน ดังนั้นก่อนนำ Power Bank ออกเดินทาง โปรดสังเกตว่า Power Bank ของคุณมีตัวเลขบอกอย่างชัดเจนหรือไม่ หากไม่มีระบุ ไม่ชัด เลือนราง ไม่สามารถบ่งชี้ความจุไฟฟ้าได้ เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาไม่ให้นำขึ้นเครื่อง
- แจก Travel Checklist ก่อนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ
สายเที่ยวพร้อมจะบินกันหรือยัง จะไป เที่ยวต่างประเทศตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะหลายๆ ประเทศ เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว เรามาดูกันดีกว่า ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมไปเที่ยวต่างประเทศกัน ไปดู checklist กันเลย! เช็คให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน ไม่ต้องวิ่งวุ่น ไม่ต้องซื้อใหม่ - เอกสารสำคัญต่างๆ - อุปกรณ์ไฟฟ้า - เสื้อ ผ้า หน้า ผม - อุปกรณ์ส่วนตัวในห้องน้ำ - พร๊อพ แซ่บๆพร้อมเก็บภาพ และทั้งหมดนี้คือรายการเตรียมของที่คาจิโอนี่ได้รวบรวมเป็น Checklist เดินทางต่างประเทศ ให้เพื่อน ๆ ใช้เตรียมตัวเดินทาง และจัดเก็บกระเป๋าเดินทางได้ง่ายขึ้น เป็นตัวช่วยดี ๆ ที่จะทำให้ทริปนี้ไม่ลืมเอกสารและของใช้จำเป็น นอกจากนี้เพื่อน ๆ อาจเพิ่มกระเป๋าอุปกรณ์สร้างความบันเทิง กระเป๋าของกินติดตัว หรือกระเป๋าตามความชอบของเราได้อีก แค่เช็กให้ครบ การเดินทางของเพื่อน ๆ ก็จะราบรื่นไม่มีสะดุดแน่นอน สมาชิก bbag club สามารถดาวน์โหลดไฟล์ Checklist น่ารักๆจาก bbag ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้านล่างนะคะ
- ข้อควรรู้!! ก่อนจัดกระเป๋าเดินทางถือขึ้นเครื่อง
ข้อที่ต้องรู้ก่อนเริ่มจัดกระเป๋า คำนวณน้ำหนักกระเป๋าแบบยังไม่ใส่อะไรเพิ่มก่อน เราควรต้องรู้ก่อนว่าเฉพาะตัวกระเป๋าเดินทางใบที่จะใช้งานนั้นมีน้ำหนักเท่าไร เพื่อคำนวณน้ำหนักที่เหลือสำหรับเสื้อผ้าข้าวของอื่นๆ ว่าจะสามารถใส่เพิ่มได้อีกเท่าไร แน่นอนว่ายิ่งกระเป๋าหนักจะยิ่งทำให้เราใส่ของได้น้อย ดังนั้นควรเลือกกระเป๋าทีมีคุณภาพที่ดีและมีน้ำหนักเบาจะดีที่สุด ข้อแรกที่ต้องคำนึงถึงก่อนเลยคือขนาดของกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ต่อให้น้ำหนักไม่เกินแต่กระเป๋าขนาดใหญ่เกินที่กำหนด ก็อาจจะไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ และอาจจะต้องซื้อน้ำหนักสัมภาระโหลดในตอนเช็กอิน ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าปกติ ดังนั้นเราจึงควรตรวจสอบขนาดกระเป๋าที่สายการบินอนุญาตก่อน ส่วนใหญ่หลายสายการบินก็กำหนดขนาดตามมาตรฐานมีขนาดใกล้เคียงกัน อาจมีบางสายการบินที่แตกต่าง จึงขอแนะนำให้ตรวจสอบกับเว็บไซต์สายการบินที่ท่านทำการจองตั๋วไปหรือ กดอ่านได้จากบทความนี้ ถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้กี่ใบ สามารถนำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ใบ และทั้งสองใบนั้นจะต้องมีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 7 กิโลกรัม ในบางสายการบิน เช่นสายการบินฟลูเซอร์วิสอาจกำหนดไว้มากสุดคือ 10 กิโลกรัม ซึ่งกระเป๋าใบที่สองที่เรานำขึ้นไปนั้นสามารถเป็นได้ทั้งกระเป๋าโน้ตบุ๊ค หรือกระเป๋าพกพาทั่วไป โดยต้องมีขนาดตามที่สายการบินกำหนดไว้ ก่อนการจัดกระเป๋า ควรเรียนรู้ข้อจำกัดเรื่องสิ่งต้องห้าม ที่ห้ามนําขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาด 7 สิ่ง ถ้ามั่นใจว่ากระเป๋าเดินทางของเราไม่มีสิ่งของต้องห้าม และไม่มีอะไรที่ขัดต่อกฏของการ ขึ้นเครื่องบิน เพียงเท่านี้การเดินทางของเราก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีแล้ว สนุกได้อย่างเต็มที่ และสบายใจตลอดทั้งทริป ของเหลวขึ้นเครื่องหมายถึงอะไรบ้าง การนำของเหลวขึ้นเครื่องบินก็คือ ของในกระเป๋าสัมภาระประเภทของเหลว, เจลหรือสเปรย์ ที่มีกำหนดข้อห้ามในแต่ละสายการบินกำหนดไว้ ว่าเราสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่ ซึ่งของเหลวขึ้นเครื่องมีอะไรบ้างดูตามนี้ได้เลย อาหารที่เป็นของเหลวอย่าง เครื่องดื่ม, น้ำซุปหรือซอสต่างๆ เครื่องสำอางประเภทครีม, โลชั่น, น้ำหอมและน้ำมัน สเปรย์, โฟมหรือสิ่งที่ต้องฉีดพ่น ของใช้ที่เป็นเจล เช่น ยาสีฟัน, ยาสระผมหรือเจลอาบน้ำ สิ่งที่มีส่วนผสมของแข็งกับของเหลว เช่น มาสคาราหรือลิปกลอส การนำของเหลวขึ้นเครื่องบินจะมีข้อกำหนดว่า จะต้องมีความจุของเหลวขึ้นเครื่อง 100 ml พอดีต่อชิ้น สามารถนำไปได้มากกว่า 1 ชิ้น แต่ต้องมีปริมาตรรวมกันสูงสุดไม่เกินคนละ 1,000 มล. และต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกซิปล็อกใส เพื่อให้ง่ายแก่การตรวจสอบ ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ ยารักษาโรคที่จำเป็นมีลักษณะเป็นของเหลว, อาหารสำหรับทารกในรูปแบบของเหลวหรือน้ำนมแม่ในถุงบรรจุน้ำนมในปริมาณที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้สามารถพกพาขึ้นเครื่องเกินปริมาณได้ แต่ของเหลวขึ้นเครื่องแบบข้อยกเว้นนี้ ก็ต้องผ่านการตรวจค้นและการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รวมถึงยาต้องมีเอกสารกำกับชัดเจนก่อนด้วยถึงจะนำขึ้นเครื่องได้ ของเหลว เจล และสเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้าปลอดภาษี (Duty free shops) ที่ท่าอากาศยานต้องบรรจุในถุงพลาสติกใสปิดผนึกปากถุง Security Tamper-Evident Bag ในสภาพที่ปิดสนิท ไม่มีร่องรอย การเปิดปากถุง สินค้าดังกล่าวต้องเป็นสินค้าปลอดภาษีจากประเทศต้นทางเท่านั้น และต้องมีหลักฐานการซื้อแนบไว้ ทั้งนี้ เพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจค้น อย่างไรก็ตามแต่ละประเทศจะมีกฎ การนำของเหลว ขึ้นเครื่องแตกต่างกัน ผู้โดยสารควรสอบถามจากสายการบินที่จะเดินทางให้ชัดเจนก่อนที่จะซื้อสินค้า Power Bank นำขึ้นเครื่องบินได้กี่ก้อน การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ ไออาตา (IATA) มีกฎมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับการนำแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบินไว้ว่า ห้ามนำ Power Bank (แบตเตอรี่สำรอง) ใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่อง แต่สามารถใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ โดยแบตเตอรี่สำรองที่ไม่ระบุพลังงานไฟฟ้าหรือระบุไว้แต่เลือนราง ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ถ้าจะนำแบตเตอรี่สำรองขึ้นเครื่องบิน ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้ Power Bank ต้องมีตัวเลขระบุพลังงานไฟฟ้าชัดเจน Power Bank ความจุไฟฟ้า 20,000 mAh (หรือน้อยกว่า 100 Wh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่ระบุจำนวน บางสายการบินระบุว่า ไม่เกิน 20 ก้อน หรือ ตามความเหมาะสม อย่างไรแล้วให้ดูประกาศของแต่ละสายการบินเป็นหลัก Power Bank ความจุไฟฟ้า 20,000 - 32,000 mAh (100- 160 Wh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน Power Bank ความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh (หรือมากกว่า 160 Wh) ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเค รื่อง ข้อควรสังเกตอีกอย่าง ที่ตัว Power Bank ควรมีตัวเลขระบุความจุอย่างชัดเจน ดังนั้นก่อนนำ Power Bank ออกเดินทาง โปรดสังเกตว่า Power Bank ของคุณมีตัวเลขบอกอย่างชัดเจนหรือไม่ หากไม่มีระบุ ไม่ชัด เลือนราง ไม่สามารถบ่งชี้ความจุไฟฟ้าได้ เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาไม่ให้นำขึ้นเครื่อง
- ระวังสิ้นสุดทางเลื่อน... ⚠️
เรื่องของความปลอดภัยในการใช้บันไดเลื่อน และทางเลื่อน ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกกังวลใจเวลาที่ต้องใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเดินทางโดยมีสัมภาระ Caggioni อยากให้ทุกคนใช้กระเป๋าเดินทางบนบันไดเลื่อน-ทางเลื่อนอย่างปลอดภัย 💗 1. ควรมีสติกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นบันไดเลื่อน หรือทางเลื่อน ระหว่างการใช้งาน ขณะขึ้น-ลง ไม่ควรหยอกล้อ เล่นโทรศัพท์มือถือ มองจังหวะการเคลื่อนตัวของบันไดเลื่อน-ทางเลื่อน ก่อนการก้าวเท้า เลี่ยงอุบัติเหตุ 2. หากสัมภาระหนักจนเกินไปมองหาลิฟท์หรือบันไดเลื่อนสำหรับรถเข็น ปลอดภัยกว่า เพราะล้อรถเข็นอาจลื่นไถลหรือสะดุดกับพื้นต่างระดับของบันไดเลื่อน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้แต่หากเร่งรีบและกระเป๋าสามารถถือได้ การใช้บันไดแบบธรรมดาก็เป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ 3 . ระวังจุดสิ้นสุดทางเลื่อน ควรก้าวเท้าก่อนถึงบันไดเลื่อนขั้นสุดท้าย รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังขณะก้าวเท้า เพื่อป้องกันการสะดุดล้มหรือชนผู้ที่อยู่ด้านหลัง ไม่วางเท้าบนเส้นสีเหลืองเพราะเป็นตำแหน่งของขั้นบันไดที่แยกออกจากกันจะทำให้เสียการทรงตัวและหกล้มได้ จุดเสี่ยงของการใช้งานบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อน คือบริเวณจุดสิ้นสุดทางเลื่อนเป็นจุดอันตรายที่สามารถติดหรือถูกดูดได้ 4. การจัดวางกระเป๋าเดินทาง ไม่ควรวางไว้ด้านหน้า อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการสะดุดหรือหนีจากอุบัติเหตุ ควรวางด้านข้างหรือด้านหลัง 1 ขั้น และเมื่อถึงจุดสิ้นสุดทางเลื่อน ควร “ยก” กระเป๋าข้ามไม่ลากผ่านเพื่อป้องกันล้อกระเป๋าเข้าไปติดร่องของบันได 5. ตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย พร้อมยกชายผ้าให้พ้นระดับพื้น ผูกเชือกรองเท้าให้แน่นเพื่อป้องกันมิให้ชายผ้าเข้าไปติดในช่องหรือซี่หวีของบันไดเลื่อน เพิ่มความระมัดระวังในการสวมรองเท้าส้นสูงขณะใช้งานบันไดเลื่อน-ทางเลื่อน กรณีรองเท้าเข้าไปติดในซี่ร่องบันไดเลื่อน ให้รีบถอดรองเท้าออกทันที 6. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย เช่น การยืนพิงกับขอบด้านข้างของบันไดเลื่อน การนั่งบนราวจับ นั่งบนบันไดเลื่อน ยื่นศีรษะ/ลำตัวออกนอกราวจับ ยื่นเท้าชิดขอบข้างของบันไดเลื่อนมากเกินไป เพราะอาจได้รับอันตรายได้ และจับราวบันไดเลื่อนให้มั่น จะช่วยป้องกันการเสียการทรงตัว ปลอดภัยไว้ก่อนเพราะเรื่องอื่นๆ อาจอยู่เหนือการควบคุมของเรา
- มาเป็นผู้โดยสารน่ารักๆกันดีกว่า
ขณะเดินทางบนเครื่องบิน หลายคนอาจเคยทำให้คนอื่นรำคาญโดยไม่รู้ตัว หรืออาจเคยรำคาญคนอื่นๆ อยู่บ้าง วันนี้คาจิโอนี่มาชวนดูพฤติกรรมบางอย่างที่จะช่วยให้เราเป็นผู้โดยสารน่ารักๆ ในช่วงเวลาที่ต้องร่วมเดินทางกับผู้อื่น 1. ใส่ใจคำแนะนำและข้อปฏิบัติบนเครื่องบิน ข้อแรกแน่นอนว่าเราจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของลูกเรือ อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยจึงควรรัดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง และควรชมการสาธิตการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉินจากลูกเรือด้วย หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ การฝ่าฝืนคำสั่งลูกเรือ หรือมีเจตนารบกวน การปฏิบัติหน้าที่ของลูกเรือบนเครื่องบิน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 (ข้อมูลจาก twitter : กองปราบปราม @CSDThailand) 2. ให้เกียรติพนักงาน / อย่ากดปุ่มเรียกพนักงานโดยไม่จำเป็น ในห้องโดยสารแต่จะชั้นโดยสารจะมีจำนวนแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตเพียงไม่กี่คน อย่าเถียงพนักงานเวลาเขามาเตือนให้ทำตามกฏรักษาความปลอดภัยบนเครื่อง เพราะบนเครื่องบินไม่ได้มีเราคนเดียว ยังมีผู้โดยสารอีกเป็นร้อยชีวิตร่วมทางมาด้วย นอกจากนี้ การที่คุณกดปุ่มเรียกขอบริการจากแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตบ่อยครั้งหรือเกินความจำเป็นอาจจะทำให้ผู้โดยสารท่านอื่นไม่ได้รับบริการที่ดีและเหมาะสมเท่าที่ควร 3. สัมภาระถือขึ้นเครื่อง โดยทั่วไปการนำสัมภาระขึ้นเครื่องบินนั้น จำนวนไม่เกิน 2 ชิ้น ต่อ 1 ท่านรวมของใช้ส่วนตัว และทั้ง 2 ชิ้น รวมกันไม่เกินน้ำหนัก 7.0 kg ซึ่งจะต้องเป็นสิ่งที่สามารถจัดเก็บไว้ในช่องที่กำหนดได้ หากเรามีกระเป๋าหิ้วขึ้นเครื่องเกิน 1 ใบ ให้เอาใบเล็กวางไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าแทนที่จะพยายามยัดทั้ง 2 ใบเข้าไปในตู้จนไม่เหลือที่ให้คนอื่นเลย อย่าลืมว่าตู้เก็บของนี้มีไว้ใช้ “ร่วมกัน” ไม่ใช่ของเราคนเดียว ทีนี้พิ้นที่เก็บกระเป๋าบนเครื่องบินก็จะเพียงพอ อย่าเอาเปรียบคนอื่น เพราะกระเป๋าใบใหญ่และน้ำหนักมากเกินกำหนดอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้ 4. ยกสัมภาระด้วยตัวเอง การเก็บสัมภาระบนช่องเก็บด้านบน เป็นหน้าที่ของผู้โดยสาร ไม่ใช่หน้าที่ของแอร์โฮสเตส เราไม่สามารถออกคำสั่งให้แอร์โฮสเตสมายกสัมภาระให้เราได้ บางท่านอาจเคยเห็นแอร์ช่วยเหลือผู้โดยสาร นั่นอาจจะเป็นผู้โดยสารสูงอายุหรือคนที่เอื้อมไม่ถึง หากเหลือบ่ากว่าแรงให้ลองขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมเดินทางของเรา หรือผู้โดยสารใกล้เคียงดู ส่วนกระเป๋าที่หนักรู้ตัวว่ายกไม่ไหว แนะนำให้โหลดใต้ท้องเครื่อง เสียเวลารอรับกระเป๋าที่สายพานดีกว่าทำให้ตัวเองและคนอื่นลำบาก และจังหวะการยกเก็บสัมภาระ อย่าลืมชำเลืองมองด้านหลัง ด้านข้างสักนิด ระมัดระวังไม่ให้ไปกระทบกับคนรอบข้าง 5. การใช้ทางเดิน ไปถึงที่นั่งแล้วแต่ไม่ยอมนั่งลงสักที มัวแต่สาละวนหยิบโน่นจับนี้ หรือไม่ก็คุยเล่นกับหมู่คณะโดยไม่แคร์ว่ามีคนอื่นยืนรอยาวเหยียด อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำสำหรับนักเดินทางมืออาชีพ สิ่งที่ควรทำคือ พยายามจัดเก็บสัมภาระต่าง ๆ ของตัวเองเข้าที่อย่างรวดเร็วแล้วลงนั่งให้เรียบร้อย เพื่อเปิดทางให้คนอื่นเขาเดินต่อไป ไม่ควรวางถาดอาหารบนพื้น เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว เพราะจะกีดขวางทางเดิน ควรนำขยะทุกอย่างไว้บนถาดอาหารให้หมด โดยไม่มีอะไรล้นออกมา ส่วนเวลาจะลงจากเครื่อง ควรรอให้เครื่องจอดสนิทหรือจนกว่าสัญญาณรัดเข็มขัดดับก่อนแล้วค่อยลุก ไม่จำเป็นต้องแย่งกัน ทุกอย่างมีหลักง่าย ๆ คือ ให้คนข้างหน้าไปก่อน ถ้าเขายังไม่พร้อมเราค่อยไป 6. ดูแลลูกหลานของตัวเอง ไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น หากการเดินทางด้วยเครื่องบินมีเด็กไปด้วย ควรจะดูแลลูกหลานของตัวเองให้ดี เพื่อไม่ให้ไปรบกวนผู้โดยสารคนอื่น เพราะถึงหลายคนจะเข้าใจธรรมชาติของเด็กว่าก็ต้องมีซนมีงอแงบ้าง แต่เราก็ควรพยายามสุดความสามารถในการควบคุมลูกไม่ให้ไปรบกวนคนอื่นด้วย หรือหากเป็นเด็กเล็กที่ชอบงอแงและร้องไห้ เวลาจองตั๋วเครื่องบิน ขอแนะนำพ่อแม่หรือผู้ปกครองว่า ควรเลือกที่นั่งบริเวณแถวหน้าที่เป็น Long Leg 7. ขอบคุณ และ ขอโทษ ถือเป็นมารยาททางสังคมที่ทุกคนจะต้องมีอยู่แล้ว นั่นก็คือการรู้จักคำว่า “ขอบคุณ” และ “ขอโทษ” ไม่เพียงแต่บนเครื่องบินเท่านั้น การโดยสารด้วยเครื่องบินเป็นเวลานานๆ ถือว่าเราใช้พื้นที่ร่วมกับคนอื่นๆ ใกล้ชิดกว่าปกติ การได้นั่งติดกันกับคนไม่รู้จัก เป็นเวลานานๆ หรือการรับการบริการต่างๆ ตลอดไฟล์ทบิน คำพูดขอบคุณ หรือขอโทษเล็กๆ น้อยๆ เป็นสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีและพร้อมช่วยเหลือเราเสมอ 8. อย่าเอนเบาะ / อย่าถีบเบาะ! มารยาทอีกข้อที่ควรปฏิบัติตามอย่างยิ่งก็คือ อย่าเอนเบาะมากเกินไป และอย่าถีบเบาะ รวมถึงการเล่นเกมบนจอด้านหลังพนักพิง ก็ไม่ควรใช้ความรุนแรงเช่นเดียวกันโดยเฉพาะเวลาที่คุณพาลูกหลานเด็กเล็กมาด้วย ต้องช่วยดูแลไม่ให้เค้าเผลอไปซนถีบเบาะที่นั่งด้านหน้าของคนอื่น เพราะจะเป็นการรบกวนผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้า การเอนเบาะนั้นเป็นเราหรือคนอื่นอาจจะคิดไม่ถึง แน่นอนว่าการเอนเก้าอี้คือ “สิทธิ์” ของเรา เพราะเมื่อเครื่องขึ้นไปแล้วเราก็จะปรับเอนเบาะเพื่อให้นั่งสบาย แต่เมื่อถึงเวลาเสิร์ฟอาหาร เราก็มักจะลืมไปว่าเบาะที่เราปรับเอนนั้น ทำให้ผู้โดยสารแถวหลังทานอาหารไม่สะดวก ดังนั้น จะให้น่ารักควรปรับเบาะขึ้นตรงทุกครั้งเมื่อเวลาเสิร์ฟอาหาร และควรรอจนกว่าพนักงานเก็บถาดอาหารเรียบร้อยแล้วจึงค่อยเอนได้อีกครั้ง สำคัญมากคือ ก่อนเอนทุกครั้งควรหันไปมองคนข้างหลังสักนิดให้แน่ใจว่าเขาพับเก็บโต๊ะหน้าที่นั่งดีแล้ว 9. อย่าใช้ห้องน้ำเป็นเวลานาน จำนวนห้องน้ำบนเครื่องบิน จะแปรผันไปตามสายการบินและชั้นที่โดยสาร และสำหรับชั้น Economy มักจะมีขนาดเล็ก เพื่อประหยัดพื้นที่ของเครื่องบิน โดยเฉลี่ย 1 ห้อง จึงเท่ากับต่อผู้โดยสารประมาณ 28-30 คน ดังนั้นอย่าใช้ห้องน้ำเป็นเวลานานราวกับอยู่บ้าน ควรเผื่อให้คนอื่นได้ใช้บ้าง และรักษาความสะอาดด้วย ที่สำคัญคืออย่าทิ้งขยะลงไปในท่อเพราะถ้าห้องน้ำท่อตันใช้ไม่ได้ า ห้องน้ำห้องนั้นจะต้องถูกปิดไปตลอดทั้งไฟล์ทการเดินทาง 10. คุยเสียงดังระหว่างนั่งเครื่องบิน จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้า หรือเครื่องบินก็ตาม ไม่ควรจะพูดคุยหรือส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นอยู่แล้ว การใช้เสียงบนเครื่องบินยิ่งเป็นเรื่องต้องระวัง ไม่ควรคุยเสียงดังหรือพูดคุยข้ามศีรษะผู้โดยสารท่านอื่น เพราะจะสร้างความรำคาญให้กับผู้โดยสารท่านอื่น ๆ หากต้องการคุยกัน อาจจะใช้วิธีการเดินไปคุย ในเวลาที่เครื่องบินอนุญาตให้ลุกจากที่นั่ง หรือหากคุณโดยสารในชั้นธุรกิจหรือ Business Class ขึ้นไป บนเครื่องบินบางลำจะมีอุปกรณ์สื่อสารระหว่างที่นั่ง คล้ายการใช้โทรศัพท์ติดต่อภายใน พูดคุยกันระหว่างที่นั่งได้ 11. ห้ามทำอะไรที่ส่งกลิ่น เราไม่ควรเป็นแหล่งกระจายกลิ่นไม่พึงประสงค์แก่ผู้คนรอบข้าง เพราะเรื่องนี้ถือเป็นมารยาททางสังคมที่พึงมี ทั้งนี้ มารยาทบนเครื่องบินอีกข้อ ทุกคนควรจะจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง เพื่อไม่ให้ไปรบกวนผู้โดยสารคนอื่นด้วยก็คือ เรื่องกลิ่นตัว กลิ่นเท้า เสียงกรน และอาการเมาเครื่อง ซึ่งถ้าทราบล่วงหน้าว่าตัวเอง เป็นคนที่มีปัญหาในเรื่องข้างต้น ก็ควรแก้ไขและหาตัวช่วย 12. เก็บผมให้เข้าที่ นอกจากแขนขาที่ควรต้องระวังไม่ให้ล้ำที่คนอื่น ผมก็ควรเก็บให้เรียบร้อยด้วย บางคนพอนั่งปุ๊บก็ชอบสยายผมหรือรวบเป็นหางม้าแล้วยกข้ามมาทิ้งไว้ข้างหลังเป็นพวง ทำให้คนด้านหลังถึงกับสะดุ้งที่อยู่ ๆ ก็มีหางม้ามากวัดแกว่งอยู่หน้าจอทีวีเฉยเลย 13. ใช้หูฟังทุกครั้งที่ดูหนัง/ฟังเพลง หากไฟล์ทบินของคุณใช้เวลายาวนาน คุณควรที่จะมีหูฟังพกติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วย จะได้เอาไว้ใช้ดูหนังหรือฟังเพลงฆ่าเวลาและจะได้ไม่เบื่อ ควรใช้หูฟังทุกครั้งที่ดูหนัง ฟังเพลงผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไอพอด ไอโฟน ไอแพด แท็บเล็ตดูหนัง ดูซีรีย์ต่างๆ จะได้ไม่รบกวนคนอื่น ทั้งนี้ หากไม่มีหูฟังคุณสามารถขอจากแอร์โฮสเตสได้ (ในกรณีที่สายการบินนั้นมีบริการ) 14. อย่าเปิดหน้าต่างอยู่คนเดียว หลายเที่ยวบินที่ต้องเดินทางผ่านเขตเวลาที่แตกต่างกัน โดยด้านนอกอาจจะสว่างจ้า แต่ในเครื่องบินมักจะถูกปรับสภาพแสงไว้เพื่อให้ผู้โดยสารนอนพักผ่อน ปิดไฟมืดสนิท หน้าต่างปิดสนิททุกบาน ระวังอย่าเปิดหน้าต่างอยู่ช่องเดียวของเครื่องบิน เพราะคุณอาจจะทำให้ผู้โดยสารอื่นนอนไม่หลับ 15. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีสติ บนสายการบินแบบ Full Services ส่วนมากมีบริการเสิร์ฟเครื่องดื่มทั่วไป รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ฟรี แต่เราต้องรู้ลิมิตตัวเอง การดื่มเยอะไปไม่ส่งผลดีอะไรเลย เพราะนอกจากจะต้องลุกไปเข้าห้องน้ำทุก 20 นาทีแล้ว ยังทำให้มีกลิ่นติดตัว เสียบุคลิก และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เกินการควบคุมหรือเรียกง่าย ๆ ว่า เมาจนคุมสติไม่ได้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะคุณอาจจะทำให้ผู้โดยสารท่านเกิดความรำคาญหรือเดือดร้อน ซึ่งถ้าคุณเมามาก ทางแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตสามารถเชิญตัวคุณไปสงบสติอารมณ์ได้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน 16. อย่ารีบลุกตอนเครื่องยังไม่จอดสนิท การเดินทางโดยเครื่องบิน จะเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารมาก ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่เครื่องลงจอดจะมีการประกาศและแจ้งสัญญาณให้ทราบว่าไม่อนุญาตให้ลุกจากที่นั่งไว้ทุกครั้งก่อนเครื่องลงจอด และเมื่อล้อของเครื่องบินลงแตะที่สนามบินคุณยังไม่ควรลุกจากที่นั่ง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างเครื่องลงจอด ควรนั่งในที่นั่งของตนเองพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยจนกว่าเครื่องบินจะจอดสนิทที่สนามบินปลายทาง หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลประกาศให้ลุกจากที่นั่งได้ การปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง มีมารยาทไม่ทำในสิ่งที่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่นหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อนจากการกระทำที่ไม่เหมาะสมระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบิน จะช่วยสร้างความสุขระหว่างการเดินทางให้กับผู้โดยสารที่ร่วมเดินทางในเครื่องบินลำเดียวกันได้ไม่ยาก และยังทำให้คุณไม่ดูแย่ในสายตาของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
- Marco กับ Joy (Frame) ต่างกันตรงไหน!
เปิดตัวขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับสินค้าแบรนด์ไทยแท้ ที่นักเดินทางเลือกรีวิวจนเป็นกระแส หลายคนมีคำถามว่า ความต่างระหว่างรุ่นมาโคร (Marco) และจอย (Joy Frame) ที่มีจุดเด่นตรงกระเป๋าโครงทั้งใบ มีจุดล๊อคถึง 3 จุดรอบตัวกระเป๋า วัสดุ PP คุณภาพดี ทั้งทนทาน และมีความยืดหยุ่นสูง แถมท้ายด้วยน้ำหนักเบาเข้าไปอีก แล้วควรจะเลือกซื้อตัวไหนดี เรามาดูข้อมูลกัน เพื่อวัดความต่าง 5 ความต่างชัดๆ ระหว่าง มาโคร และจอย สี สีชมพู สีฟ้าอ่อน สีฟ้า สีเหล่านี้เพิ่มมาเป็นตัวเลือกในรุ่นมาโคร ซึ่งมีมากถึง 6 สี สีชมพู สีฟ้าอ่อน และสีฟ้าเลคบลู เป็นเฉดสีที่รุ่นจอยไม่มีจำหน่ายดึงดูดความสนใจของผู้ที่ชอบโทนสีหลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่สีสันมีผลต่ออารมณ์การใช้งาน ก็จะเลือกยากหน่อยว่าจะจัดสีไหนดี แผงกั้น / ผ้าซับใน รุ่นมาโคร มีความโดดเด่นมาก ในส่วนของผ้าซับใน เพราะคุณภาพของผ้าที่หนากว่า สามารถปรับระดับความสูงต่ำของแผงกั้นได้ และยังสามารถถอดแยกส่วนออกมาเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ หรือนำไปซักได้ แต่รุ่นจอยนั้นแผงกั้นจะเย็บกับตัวกระเป๋าไม่สามารถถอดทำความสะอาดแยกได้ ล้อ ทั้ง 2 รุ่น เป็นกระเป๋าเดินทางล้อคู่ 4 ล้อ หมุนได้รอบทิศเหมือนกัน แต่จุดสังเกตง่ายๆที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือล้อกระเป๋าของรุ่นมาโครจะใหญ่ ทึบ และดูแข็งแรงกว่ารุ่นจอยที่เป็นทรงโปร่งเห็นซี่ล้อ ซึ่งอาจทำให้เศษฝุ่น เศษเส้นผมเข้าไปติดในส่วนเกลียวของล้อได้ง่ายกว่า ราคา ความแตกต่างของราคาระหว่างรุ่นมาโครและจอย ต่างกันอย่างชัดเจน ถ้าในเรื่องราคาเพื่อซื้อมาใช้ไม่บ่อยครั้งนั้นก็คงทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่สำหรับสายทำงาน และสายท่องเที่ยว ก็ต้องเทียบสเปกทีละจุดว่าคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ น้ำหนักและความจุ ส่วนต่างของทั้ง 2 รุ่น ถือว่าไม่แตกต่างกันมาก เพราะรุ่นมาโครถึงแม้ว่าจะดูมีความจุน้อยกว่า แต่มีน้ำหนักกระเป๋าที่เบามากกว่า ทั้งนี้ก่อนจัดกระเป๋าเดินทางควรลิสต์ก่อนเลยว่าในแต่ละวันใช้เสื้อผ้ากี่ชิ้น เพื่อให้ได้จำนวนเสื้อผ้าที่พอเหมาะ และทราบปริมาณที่ต้องจุลงกระเป๋า อาจใช้ถุงสุญญากาศเพื่อลดพื้นที่ของเสื้อผ้าลงได้ แล้วลิสต์ของใช้ส่วนตัวที่ต้องใส่กระเป๋าว่ามีอะไรมากน้อยแค่ไหน ข้อเปรียบเทียบที่นำมาฝากวันนี้ น่าจะทำให้ทุกคนที่กำลังชั่งใจกับการเลือกกระเป๋าเดินทาง มีข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจได้มากขึ้นนะคะ ว่าจะซื้อรุ่นไหนที่จะเหมาะกับตัวเอง การลงทุนกับกระเป๋าเดินทางดีๆ สักใบ หรือการเลือกกระเป๋าที่เหมาะสมกับการเดินทางของเรา จะทำให้การเดินทางของเราสะดวกสบาย และสนุกมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าจะพัง หรือจะใส่ของไม่พอ สนใจสินค้ารุ่นไหน กดสั่งซื้อได้กับทาง www.caggioni.com สนใจซื้อรุ่นมาโคร คลิก CAGGIONI กระเป๋าเดินทางแบบโครง รุ่นมาโคร สนใจซื้อรุ่นจอย คลิก CAGGIONI : กระเป๋าเดินทางแบบโครง รุ่นจอย (JOY : C20021) | Bbag www.caggioni.com/joyframe
- หากระเป๋าเดินทางดี ๆ สักใบ แต่ขอดีไซน์สวย ทันสมัย ด้วยได้ไหม Caggioni รุ่น Voyageur
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ เทรนด์ช่วงนี้หลาย ๆ คนคงนึกถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวกันใช่ไหมคะ ได้ไปพักผ่อน เจอสถานที่สวย ๆ สนุก ๆ เนี่ย เป็นการเพิ่มพลังให้ตัวเองได้ดีสุด ๆ ไปเลยล่ะค่ะ พอนึกถึงว่าต้องออกไปค้างคืนที่อื่น สิ่งแรกที่เพื่อน ๆ คิดคืออะไรกันบ้างคะ ? สำหรับมิกิ คือกระเป๋าเดินทางค่ะ ยิ่งถ้าไปต่างประเทศ กระเป๋าเดินทางถือว่าเป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ ถ้ากระเป๋าดีไซน์มาดี ก็ทำให้การเดินทางของเราสะดวกขึ้นด้วยนะคะ วันนี้ มิกิ เลือกกระเป๋าเดินทาง Caggioni รุ่น Voyageur Luggage มาแนะนำค่ะ หลัก ๆ เลยคือเรื่องดีไซน์ ปกติของใช้จะเลือกที่แบบสวย ดูดี ไม่ค่อยซ้ำใครค่ะ ( จะได้จำง่ายด้วย ) แล้วก็ถ้าเป็น กระเป๋า ต้องจุได้เยอะ ล้อลากง่าย ๆ ไม่ต้องใช้แรงเยอะ กระเป๋าของมิกิ ขนาด 24 นิ้ว สี Metallic Blue ราคา 5,950 บาท ( โปรโมชั่น ดูได้จากทางร้านนะคะ ) สำหรับกระเป๋า 24 นิ้ว อันนี้เหมาะสำหรับการเดินทาง 4 - 6 คืนค่ะ ( แต่ถ้าเป็นสาว ๆ สัมภาระเยอะ จะคืนเดียวก็ได้ เราพกของไปได้เต็มที่เลย ไม่ต้องแยกมาใส่กระเป๋าอื่นอีก ) ตัวกระเป๋า ทำจาก PC ( Poly carbonate ) ข้อดีคือ มีน้ำหนักเบา ตรงนี้ช่วยเรื่องต้องชั่งน้ำหนักกระเป๋าได้ด้วยนะคะ แล้วก็เรื่องความแข็งแรง ทนแรงกระแทก ก็ทำได้ดี ทนความร้อนสูง ทำความสะอาดได้ง่ายด้วย ดีไซน์ด้านนอกกระเป๋า เป็นลายตารางหมากฮอส ดูทันสมัย และเป็นเอกลักษณ์ดี กระเป๋าเดินทาง Caggioin มีการจดสิทธิบัตรกระเป๋า หรือที่เรียกกันว่า Patented Design ด้วยค่ะ ส่วนหูจับ จะมี 2 ตำแหน่ง คือ ด้านบน กับ ด้านข้าง สำหรับสาว ๆ ตัวเล็ก คิดว่าใช้หูจับทางด้านข้างจะสะดวกกว่ามากเลยค่ะ ตรงหูจับ ยืดหยุ่นได้ดีค่ะ ดูแข็งแรง คันชัก ตัวนี้ทำจากอะลูมิเนียม แข็งแรง ทนทาน กดปุ่มแล้วดึงขึ้นได้เลย คันชัก ตรงนี้ปรับระดับ ได้ 3 ระดับ ส่วนที่รู้สึกว่าชอบมาก ก็คือ มีซิปขยายค่ะ ซิปขยายที่มากับกระเป๋าใบนี้ แข็งแรงมาก รูดง่าย ไม่ติดขัด ปกติเวลาเดินทางเนี่ย เราจัดกระเป๋าอย่างดี เป็นระเบียบของเลยใส่ได้พอดี แต่พอขากลับ บางทีเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว ถึงพับมันก็ไม่เรียบแบนเท่าเดิม หรือ บางทีเราซื้อของมาเพิ่มอีก ทำให้กระเป๋าเต็มปิดไม่ลง กระเป๋ารุ่นนี้พอเรารูดซิปขยายจะใส่ของเพิ่มได้อีกประมาณ 20 - 25 % เลย อีกเรื่องที่สำคัญมากในตอนเดินทาง คือ ล้อลาก ค่ะ อันนี้เป็นล้อคู่ หมุนได้ 360 องศา คือ จะลากไปในแนวไหนก็ได้ ลากง่าย ไม่ต้องออกแรงเยอะ ตัวล้อ เป็นล้อยางขนาดใหญ่ ทนทาน ระบบล็อคแบบ TSA ( Transportation Security Agency ) ออกแบบมาสำหรับเจ้าหน้าที่ในสนามบิน ถ้ามีเหตุต้องเปิดดูสิ่งของต้องสงสัย คือเราล็อคกระเป๋าได้ตามปกติ แต่เจ้าหน้าที่ TSA จะมีเครื่องมือปลดล็อคพิเศษ ทำให้ไม่ต้องงัดกระเป๋าเราเสียหาย วิธีการตั้งรหัสกระเป๋า 1. กระเป๋าใหม่จะมีรหัสเริ่มต้น คือ 000 วิธีปลดล็อคคือ ดันปุ่มวงกลมไปตาม ลูกศร 2. พอตัวล็อคหลุดออกมาแล้ว ให้เราดันปุ่มวงกลมค้างไว้ แล้วตั้งรหัสใหม่ เส ร็จแล้วค่อยปล่อย 3. เท่านี้ก็เสร็จค่ะ ข้อดีคือ เราไม่ต้องพกอะไรแหลม ๆ มาจิ้ม ตอนที่จะรีเซ็ทรหัสกระเป๋าค่ะ ซิป 2 ชั้น เพิ่มความปลอดภัยเรื่องการโดนงัดแงะกระเป๋า แต่ที่จริงแล้ว ถ้าต้องเดินทางแบบโหลดกระเป๋า ก็แนะนำว่าไม่ควรใส่ของมีค่าไว้ในกระเป๋านะคะ ด้านในกระเป๋า มีที่ปิด เอาไว้แยกสัดส่วนได้ดี ฝั่งที่เป็นผ้าทึบ ด้านบนมีซิปแยก 2 ช่อง ใส่พวกเอกสาร หรือ ของใช้เล็ก ๆ ได้ ด้านในกระเป๋าอีกฝั่ง มีสายล็อคกระเป๋าปรับระดับความยาวได้ ตาข่าย และ ผ้า มีความยืดหยุ่นดี ซิปแข็งแรงดีค่ะ Warranty Card จะติดมากับตัวกระเป๋าด้วย มีระยะเวลารับประกัน 2 ปี สำหรับการใช้งาน ค่อนข้างที่จะชอบเลยค่ะ ดีไซน์ดูสวยดี ทั้งความแข็งแรง ล้อลากง่าย ขยายกระเป๋าได้ด้วย จะใช้สำหรับเดินทาง หรือ ใส่สัมภาระเวลาที่ต้องออกไปถ่ายงานได้อย่างดีเลย คะแนนความพอใจ 4.5 / 5 ( อยากให้ทำกระเป๋ารุ่นสวย ๆ ในสีหวาน ๆ พาสเทล ออกมาด้วยค่ะ ) กระเป๋าเดินทางรุ่นนี้เขามีอยู่ 3 ขนาดค่ะ - ขนาด 20 นิ้ว 36 x 21 x 48 ซม. น้ำหนัก 2.5 กก. - ขนาด 24 นิ้ว 43 x 27 x 60 ซม. น้ำหนัก 3.6 กก. - ขนาด 28 นิ้ว 50 x 30 x 68 ซม. น้ำหนัก 4.5 กก. * สำหรับกระเป๋า Carry on จะเป็นไซส์ 20 นิ้ว ค่ะ เพื่อน ๆ ที่กำลังตามหากระเป๋าเดินทางล้อลาก ที่มีดีไซน์สวย ทันสมัย แข็งแรง ใช้สะดวก ซื้อครั้งเดียวใช้งานได้นาน กระเป๋า Caggioni รุ่น Voyageur ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเลย Shop : Caggioni กระเป๋าเดินทาง รุ่นโวยาจเจอร์ (Voyageur : 15082) ข่าวสาร โปรโมชั่น ติดตามได้ตามช่องทางนี้ค่ะ Website : www.bbag.co.th Facebook : bbag.co.th Line : @bbag CR. Tisiny
- "Phishing Scams" รู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ มิจฉาชีพออนไลน์
รู้จัก Phishing "Phishing" การหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต พ้องเสียงมาจากคำว่า Fishing หมายถึงการตกปลา เป็นการเปรียบเทียบว่า มิฉาชีพจะใช้เหยื่อล่อมาหลอกลวง ส่วนใหญ่แล้วจะมาในรูปแบบของอีเมล เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อที่จะหลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน หมายเลขบัตรประชาชน เลขที่ Passport รวมไปถึงข้อมูลลับทางการเงิน ทั้งเลขที่บัญชีและรหัสผ่าน หรืออาจจะเป็นการหลอกให้กดยอมรับและติดตั้งมัลแวร์แปลก ๆ เข้าสู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของตัวเอง และใช้ประโยชน์หลังการติดตั้งมัลแวร์อีกที เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสร้างความเสียหายในด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการเงิน ทำให้ผู้อ่านหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจนตกเป็นเหยื่อ อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่การล่อลวงธรรมดา ๆ ที่เราอาจรู้ได้ทันทีว่าหลอกลวง แต่มักจะมีการใช้วิธีทางจิตวิทยาเข้าร่วมด้วยเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น หรือเล่นกับความรู้สึกของคน ดังนั้น ภัย Phishing จึงเป็นการหลอกลวงอย่างมีศิลปะชวนให้เชื่อ ซึ่งจะทำให้เราหลงเชื่อได้ง่ายกว่า โดยอาจจะมาในรูปของอีเมลแจ้งเตือนทั้งจากธนาคาร เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ที่เราใช้งานกันเป็นประจำ ที่พอเราได้เห็นชื่อของผู้ส่งข้อความก็จะเกิดความเชื่อว่าปลอดภัยและยอมทำตามโดยง่าย หรืออาจมีการล่อลวงด้วยของฟรี เพื่อเล่นกับความรู้สึกอยากได้ของฟรีของมนุษย์ เช่น กดลิงก์นี้ก็จะได้รับเงินง่าย ๆ หรือหลอกลวงด้วยชื่อของสายการบินดัง โดยอ้างว่าคุณได้รับตั๋วเครื่องบินฟรี กดลิงก์นี้เพื่อรับตั๋วเครื่องบิน โดยทั่วไป Phishing จะนิยมให้กดที่ลิงก์ที่แนบมาด้วย เพื่อพาเราไปยังหน้าเว็บอื่นเพื่อทำการกรอกข้อมูล แน่นอนว่าเว็บที่ลิงก์พาเราไปนั้น ก็จะทำเลียนแบบเว็บไซต์ของหน่วยงานหรือองค์กรที่มีอยู่จริงจนเกือบจะเหมือนกับต้นฉบับ หรืออาจจะแสร้งทำเป็นหน่วยงานปลอม ๆ ที่ไม่มีอยู่จริง แต่ทำหน้าตาเว็บไซต์ให้ดูน่าเชื่อถือก็ได้เช่นกัน วิธีการที่ Phishing พยายามล้วงข้อมูลจากเรา มักเกี่ยวข้องกับ สิ่งสำคัญต่างๆ เหล่านี้ บัตรเครดิต / บัญชีธนาคาร เร่งเหยื่อโดยกำหนดเงื่อนไขเวลา เพื่อให้รีบตัดสินใจคลิก URL โดยไม่คิดอะไรมาก เพื่ออัพเดทข้อมูลภายในเวลาที่กำหนด โดย Username / Password มักถูกดักจับทันที อีเมลปลอม เป็นคนรู้จักส่งอีเมลเพื่อลวงให้เหยื่อทำอะไรบางอย่าง รวมถึงการให้โอนเงินให้ หรือ ให้ดูเหมือนของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคารโดยเขียนข้อความในอีเมลเชิงหลอกล่อเพื่อให้เหยื่อส่งข้อมูลส่วนตัวกลับไป เว็บไซต์ปลอม โดยใช้ Domain ที่มีชื่อที่ใกล้เคียงเว็บไซต์จริงหรือใช้ชื่อที่ผู้มักพิมพ์ผิดบ่อย ๆ ซึ่งเป็นช่องทางที่จะนำไปสู่บัญชีเก็บเงินของลูกค้า เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกรอกข้อมูล รหัสประจำตัว และ Password มิจฉาชีพก็สามารถเข้าถึงและทำธุรกรรมทางการเงินของเราได้ทันที ช่องทางในการล่อเหยื่อ ทางโทรศัพท์ (Phone Call PHISHING) อีเมล (Email PHISHING) เว็บไซต์ (Website PHISHING) ข้อความสั้น (SMS PHISHING) โซเซียล มีเดียต่างๆ (Social Media PHISHING) 5 แนวทางป้องกัน "Phishing" ระวัง : ไม่แชร์ข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์ เช่น Facebook และ LinkedIn เนื่องจากแฮกเกอร์มืออาชีพมัก ชอบหาเบาะแสและศึกษาปูมหลังของเหยื่อเพื่อให้ได้แนวทางการสวมรอยเพื่อส่งอีเมลปลอมไปหาเหยื่อ สังเกตุ : Domain ของเว็บไซต์ที่ส่งมา โดนทั่วไปผู้ไม่ประสงค์ดีมักชอบจดชื่อที่ผู้ใช้ชอบพิมพ์ผิดหรือชื่อที่ดูเผินๆ แล้วใกล้เคียงกับชื่อองค์กร ไม่คลิกลิงก์ที่แนบมาในอีเมล์ของคนที่เราไม่รู้จัก ปกป้อง : บัญชีออนไลน์ของเราให้ดี เพื่อป้องกันกรณีถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ควรใช้มาตรการการยืนยันตนแบบสองปัจจัย (2FA) เป็นมาตรฐานความปลอดภัยหลัก ตรวจสอบ : มองหาไอคอนรูปกุญแจ + https โดยปกติธนาคารจะใช้งาน HTTPS เพื่อป้องกันการโจมตีทางเครือข่าย ดังนั้นควรสังเกตให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่ทำธุรกรรมออนไลน์เป็น HTTPS ก่อนให้ข้อมูลส่วนตัว สงสัย : รับอีเมลให้คลิกลิงก์ หรือมีคนโทรสอบถามข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลบัตรเครดิต เแอบอ้างองค์กรที่มีชื่อเสียง ก่อนให้ข้อมูลลองติดต่อ Call Center เบอร์โทรด้านหลังบัตรก่อน และทั้งหมดนี้ คือ การหลวงลวงผ่านการหลอกให้ตอบแบบสอบถามด้วยวิธีต่าง ๆ หวังว่าทุกคนน่าจะพอเอาไปใช้ระวังตัวกันได้นะ
- รีวิวการใช้งานกระเป๋าเดินทางดีไซน์เก๋ CAGGIONI VOYAGEUR
สวัสดีค่า จอยจี้เองค่ะ วันนี้เอาไอเท็มเด็ดมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักอีกแล้ว นั่นก็คือกระเป๋าเดินทางจาก Caggioni รุ่น Voyageur Luggage ใครที่กำลังมองหากระเป๋าไซส์ Carry On หรือถือติดตัวขึ้นเครื่อง ไปเที่ยวต่างจังหวัดกรุบๆ 2-3 วัน ต้องไม่พลาดรีวิวนี้เลย มามุงเร็วววว! ดีไซน์ล้ำ ไม่ซ้ำใคร สำหรับกระเป๋ารุ่นนี้ มีอยู่หลายสี ดำ แดงไวน์ เงิน ฟ้า และมี 3 ไซส์ด้วยกันค่ะ ได้แก่ ขนาด 20 นิ้ว (ไซส์ Carry on) : 36 x 21 x 48 ซม. น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัมขนาด 24 นิ้ว : 43 x 27 x 60 ซม. น้ำหนัก 3.6 กิโลกรัมขนาด 28 นิ้ว : 50 x 30 x 68 ซม. น้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม ซึ่งขนาดที่จอยเอามารีวิววันนี้คือไซส์ 20 นิ้ว สีดำสุดเท่ห์นั่นเอง พูดถึงเรื่องดีไซน์ จอยว่าลวดลายของกระเป๋าใบนี้เก๋มากๆ สวยแปลกตาไม่ซ้ำใคร อย่างเวลาตอนรับกระเป๋า มองเหนสะดุดตาไม่ต้องกลัวสลับกับใครแน่นอน โดดเด่นด้วยลายที่ตัดกัน คล้ายตารางหมากฮอส มีการจดสิทธิบัตรกระเป๋า หรือที่เรียกกันว่า “Patented Design” ด้วย ความแข็งแกร่งที่น้ำหนักเบา สิ่งที่เราประทับใจอีกอย่างนึงคือความเบา แต่แข็งแรงทนทาน ทำจาก PC (Ploycarbonate) ลักษณะแข็ง ทนแรงยึดและแรงกระแทกได้ดี ถ้าทำเลอะก็เช็ดออกได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวเปื้อน ล้อทนทาน อีกอย่างนึงที่ทั้งแม่และทั้งแฟนทักเป็นเสียงเดียวกัน พอเห็นกระเป๋าใบนี้คือ ล้อ! เพราะล้อลักษณะยางคู่แบบนี้จะมีความแข็งแรงทนทาน สามารถหมุนได้รอบ 360 องศา ทำให้เราลากง่าย และสบายขึ้นมากๆ คันชัก คันชักที่ไว้ลากกระเป๋าทำจากวัสดุอะลูมิเนียม มีความแข็งแรง ทนทาน มีปุ่มกดสามารถปรับระดับความยาวขึ้น-ลงได้ ส่วนหูหิ้วกระเป๋าทั้งสองด้าน (บนกับข้าง) ก็จับถนัดมือ หิ้วของน้ำหนักเยอะๆ ได้สบายมือ ภายในกว้าง ใส่ของจุ มาดูที่ด้านในกันบ้าง ด้านในมีชองแบ่งเยอะ พร้อมสายรัดไม่ให้ของเทมารวมกัน สามารถทำให้เราจัดของได้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ซึ่งงานเนี้ยบ ดูดี ไม่กิ้กก๊อก ซิปคุณภาพแน่น ขยายขนาดได้ดั่งใจ ถ้าคิดว่ากระเป๋าใบจิ๋วขนาดนี้ จะยัดของพอหรอ? พี่เค้าสามารถขยายตัวเองได้ด้วยการรูปซิบขยายรอบตัวได้อีก 1 ชั้น OMG! ระบบล็อคปลอดภัย มาพร้อมมาตรการป้องกันความปลอดภัยด้วยระบบล็อคแบบ TSA เจ้าหน้าที่สนามบินสามารถไขกุญแจเพื่อตรวจสอบสิ่งของในกระเป๋าเราได้เลย ไม่ต้องงัดให้กระเป๋าพัง ไม่ต้องรอเรียนตัวมาตรวจค้นให้เสียเวลา นอกจากนั้นเรายังสามารถตั้งรหัสล็อคกระเป๋าได้เอง ไม่ต้องซื้อแม่กุญแจมาล็อคเองต่างหากให้ยุ่งยาก ครบแล้ววววว หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหากระเป๋าเดินทางคู่ใจใบใหม่นะฮะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าจ้า ใครสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิ้งก์นี้เลยฮะ Website : http://www.bbag.co.th Facebook : bbag.co.th Line : @bbag โทร : 02-243-5433-5 CR : loveberryjoyjee
- วิธีการลอกฟิล์มกระเป๋าเดินทาง
เคยสงสัยกันมั้ย ได้รับกระเป๋าแล้วทำไมถึงมีรอยลอก รอยถลอก !!? วันนี้ Caggioni มาไขข้อข้องใจ และชวนเพื่อนๆมาดูวิธีการลอกฟิล์มกระเป๋าเดินทางกัน สำหรับกระเป๋าเดินทางที่มีลักษณะผิวเงา หรือมันวาวส่วนใหญ่แล้ว ทางบริษัทจะมีการเคลือบฟิล์มกันรอยติดมาพร้อมกับกระเป๋า เป็นพลาสติกบางๆ มองด้วยตาเปล่าบางทีแทบมองไม่เห็น นอกจากจะมีจุดที่ฟิล์มลอก หรือถลอก ถึงจะทำให้เราสามารถสังเกตได้ง่ายขึ้น หากเพื่อนๆซื้อกระเป๋าเดินทางไปแล้วพบว่ามีกระเป๋ามีรอยลอก ถลอกเป็นขุย ไม่ต้องตกใจไป เพราะนั้นไม่ใช่ตำหนิของกระเป๋า แต่เป็นเพียงฟิล์มที่เคลือบมาเพื่อป้องกันรอยในเบื้องต้นเท่านั้น โดยเราจะลอกฟิล์ม หรือไม่ลอกออกก็ได้ แต่หากเพื่อนๆต้องการลอกออก เพื่อให้เห็นสีจริงที่สวยเงางามของกระเป๋า สามารถทำการลอกออกด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ไม่ยาก ขั้นตอนที่ 1 สังเกตให้แน่ใจว่ากระเป๋าใบนั้นมีฟิล์มเคลือบมาด้วยหรือไม่ โดยมีจุดสังเกตง่ายๆคือ กระเป๋าจะมีสีดรอป และขุ่นไม่เงา หรือมีรอยขุย เมื่อแน่ใจแล้วใช้คัตเตอร์กรีดไปตามขอบของกระเป๋า โดยกรีดให้ชิดขอบยางไล่ไปตามแนวของกระเป๋า "เบาๆ" ให้ทั่วทั้งใบ อย่าลงน้ำหนักมาก ค่อยๆกรีดเบาๆ ขั้นตอนที่ 2 หลังจากกรีดทั่วทั้งใบ ค่อยๆลอกฟิล์มออกจากตัวกระเป๋า ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความระมัดระวัง เหตุผลที่เราแนะนำให้เพื่อนๆกรีดชิดขอบกระเป๋าให้ทั่วทั้งใบนั้นก็เพราะ ฟิล์มจะลอกออกมาเป็นแผ่นแบบนี้ ทำให้ลอกออกง่าย ตอนนี้จะเริ่มเห็นสีสวย และความเงาของกระเป๋าชัดเจนขึ้น ขั้นตอนที่ 3 เก็บรายละเอียดว่าฟิล์มหลุดออกหมดทั้งใบแล้วหรือยัง หลังจากนั้นเราก็จะได้กระเป๋าเดินทางที่สีสันสวยงาม และพร้อมใช้งาน จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน กระเป๋าฝั่งที่ลอกฟิล์มออกแล้วจะมีสีสันสวยงาม เห็นความมันวาวของกระเป๋าจนแทบจะส่องกระจกได้เลย แตกต่างจากฝั่งที่ไม่ได้ลอกฟิล์ม เนื้อกระเป๋าจะมีสีหม่น ไม่สดใส และหากใช้งานไปเรื่อยๆก็มีโอกาสที่จะเกิดรอยขุยเพิ่มขึ้นได้ แต่ยังไงการลอกฟิล์มออกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบ หรือการใช้งานของนักเดินทาง เคล็ดลับการเดินทางหากต้องการติดสติ๊กเกอร์ตกแต่งกระเป๋า แนะนำให้ลอกฟิล์มออกก่อน เพราะจะทำให้กระเป๋ามีความเงางาม เมื่อติดสติ๊กเกอร์จะสวย และโดดเด่นมากขึ้น













