top of page

Search Results

พบ 70 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา

  • บลูไล้ท์ อุตสาหกรรม: พัฒนาทีมงานสู่ความเป็นเลิศ

    บริษัท บลูไล้ท์ อุตสาหกรรม จำกัด : ยกระดับบริการและองค์ความรู้ สู่การเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ระดับโลกในประเทศไทย บริษัท บลูไล้ท์ อุตสาหกรรม จำกัด : ยกระดับบริการและองค์ความรู้ สู่การเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ระดับโลกในประเทศไทย บริษัท บลูไล้ท์ อุตสาหกรรม จำกัด ในฐานะผู้ผลิต และตัวแทนจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Caggioni , Echolac , Giogracia Polo Club , Caterpillar , IT Luggage และ NinetyGo   อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผ่านร้านค้า bbag shop มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาศักยภาพเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกท่าน  เพิ่มเติมความรู้ และทักษะให้กับ พนักงานขาย ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริการที่เป็นเลิศ เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท บลูไล้ท์ อุตสาหกรรม จำกัด ได้จัด สัมมนาเพื่อ เพิ่มเติมความรู้ และทักษะให้กับ พนักงานขาย ทั่วประเทศของเราอย่างเข้มข้น การสัมมนาในครั้งนี้มุ่งเน้นการอัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของทุกแบรนด์ที่เราเป็น ตัวแทนจำหน่าย   ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางดีไซน์ทันสมัยจาก   Caggioni และ  IT Luggage เน้นความคุ้มค่าในการใช้งาน กับแบรนด์ Giogracia Polo Club ความหรูหราลักซูรีของ   Echolac , ความแข็งแกร่งทนทานในแบบฉบับ   Caterpillar และนวัตกรรมอัจฉริยะจาก NinetyGo  รวมถึงการเสริมสร้างกลยุทธ์การขายและการยกระดับมาตรฐานการบริการลูกค้าให้เหนือความคาดหมาย ทักษะการบริการที่เป็นมืออาชีพ การลงทุนในการพัฒนาบุคลากรครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความตั้งใจของ บริษัท บลูไล้ท์ อุตสาหกรรม จำกัด ที่จะส่งมอบสินค้าคุณภาพและบริการที่เป็นเลิศที่สุดให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในผลิตภัณฑ์และทักษะการบริการที่เป็นมืออาชีพ พนักงานขาย ของเราทุกคนพร้อมแล้วที่จะ ต้อนรับลูกค้า ทุกท่านด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ และประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่น่าประทับใจ มั่นใจได้ว่าทุกการเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ดังที่เราเป็น ตัวแทนจำหน่าย จะเต็มไปด้วยความพึงพอใจและความคุ้มค่า เพราะเราคือ บริษัท บลูไล้ท์ อุตสาหกรรม จำกัด ผู้นำด้านกระเป๋าเดินทางและสินค้าไลฟ์สไตล์คุณภาพใน ประเทศไทย สร้างกลยุทธ์การขายและการยกระดับมาตรฐานการบริการลูกค้า

  • Power Bank คู่ใจ เตรียมบินไปจีน? ต้องมีเครื่องหมาย CCC นะ!

    Power bank CC ยุคดิจิทัลที่ใครๆ ก็พึ่งพาสมาร์ทโฟน Power Bank หรือแบตสำรอง จึงกลายเป็นไอเท็มจำเป็นที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกลไปยังต่างประเทศอย่าง ประเทศจีน ที่มีทุกสิ่งให้คุณได้สำรวจและเชื่อมต่อ! แต่ก่อนจะจัดกระเป๋าเตรียมบิน คุณรู้หรือไม่ว่าการนำ Power Bank ขึ้นเครื่องบินไปจีนนั้นมีข้อกำหนดพิเศษที่หลายคนอาจยังไม่รู้ นั่นคือ  "Power Bank ของคุณจะต้องมีเครื่องหมาย CCC (China Compulsory Certification)"  ติดอยู่ด้วย! Bbag.co.th จะมาไขข้อสงสัย พร้อมแนะนำการเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นไร้กังวล ทำไมต้องมีเครื่องหมาย CCC สำหรับ Power Bank ที่จีน? เครื่องหมาย  CCC (China Compulsory Certification)  คือเครื่องหมายรับรองคุณภาพและความปลอดภัยภาคบังคับสำหรับสินค้าหลายประเภทที่จำหน่ายหรือนำเข้าสู่ประเทศจีน รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ Power Bank ด้วย รัฐบาลจีน โดยเฉพาะสำนักงานบริหารการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในการบิน การกำหนดให้ Power Bank ต้องมีเครื่องหมาย CCC เป็นการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ผ่านการทดสอบและได้มาตรฐานความปลอดภัยของจีนแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดความร้อนสูงเกินไป การลัดวงจร หรือการลุกไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้ขณะอยู่บนเครื่องบิน CCC Power Bank Power Bank แบบไหนที่ต้องมีเครื่องหมาย CCC? โดยทั่วไปแล้ว กฎนี้มีผลบังคับใช้กับ  เที่ยวบินภายในประเทศจีน (Domestic Flights within China)  เป็นหลัก นั่นหมายความว่า หากคุณเดินทางจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งในจีน (เช่น จากปักกิ่งไปเซี่ยงไฮ้) Power Bank ของคุณจะต้องมีเครื่องหมาย CCC อย่างชัดเจน มิฉะนั้นอาจถูกเจ้าหน้าที่สนามบินยึดได้ สำหรับ เที่ยวบินระหว่างประเทศ (International Flights) เข้าและออกประเทศจีน โดยปกติแล้ว เจ้าหน้าที่อาจไม่ได้ตรวจสอบเครื่องหมาย CCC อย่างเข้มงวดเท่าเที่ยวบินภายในประเทศ แต่การที่ Power Bank ของคุณมีเครื่องหมาย CCC ติดอยู่ ก็จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจและช่วยให้การผ่านขั้นตอนการตรวจสอบเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ข้อแนะนำสำคัญ:  เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่คาดฝัน หากคุณวางแผนเดินทางไปประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศหรือภายในประเทศ ควรเลือกใช้ Power Bank ที่มีเครื่องหมาย CCC ระบุไว้อย่างชัดเจนเสมอ สังเกตเครื่องหมาย CCC บน Power Bank ได้อย่างไร? เครื่องหมาย CCC มักจะอยู่บนตัว Power Bank โดยตรง หรือบนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ โดยมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์วงกลมและตัวอักษร "CCC" ดังภาพตัวอย่าง: นอกจากเครื่องหมาย CCC แล้ว Power Bank ที่ได้มาตรฐานควรมีข้อมูลอื่นๆ ระบุอย่างชัดเจน เช่น ความจุ (mAh หรือ Wh), แรงดันไฟฟ้า (V), และชื่อผู้ผลิต ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็มีความสำคัญต่อการตรวจสอบความปลอดภัยในการบินเช่นกัน ก่อนเดินทางไปประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินภายในหรือระหว่างประเทศ เพื่อความสบายใจและหลีกเลี่ยงปัญหาที่สนามบิน อย่าลืมตรวจสอบ Power Bank ของคุณว่า: มีเครื่องหมาย CCC ชัดเจนหรือไม่?  (สำคัญมากสำหรับเที่ยวบินภายในจีน และเป็นข้อแนะนำสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ) มีความจุไม่เกินที่กำหนด (สูงสุด 32,000 mAh)? อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ชำรุด? และที่สำคัญที่สุดคือ "ต้องพกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น และห้ามใช้งานหรือชาร์จบนเครื่องบินเด็ดขาด!" การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้คุณมีทริปที่ราบรื่นและปลอดภัย เตรียม Power Bank ที่มีมาตรฐานไปพร้อมเที่ยวจีนกันนะคะ!

  • กระเป๋าเดินทางหาย ไม่ต้องกังวล! bbag.co.th แนะวิธีตามหาและเคลมอย่างมืออาชีพ

    กระเป๋าเดินทางหาย การเดินทางคือความสุข แต่การที่ กระเป๋าเดินทางหาย หรือ กระเป๋าเดินทางดีเลย์ อาจทำให้ทริปของคุณสะดุดได้ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเดินทาง Caggioni, Echolac, NinetyGO หรือแบรนด์ที่คุณรักจาก bbag.co.th หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น บทความนี้คือ คู่มือตามหากระเป๋าเดินทางหาย ที่ครบครัน พร้อมวิธี เคลมกระเป๋าเดินทาง และ เคลมประกันการเดินทาง ให้คุณมั่นใจและกลับมาสนุกกับการเดินทางอีกครั้ง รับมือกับสถานการณ์ “กระเป๋าเดินทางหาย” หลังเครื่องลงจอด เมื่อเที่ยวบินของคุณลงจอดที่สนามบินปลายทาง แต่กลับไม่พบกระเป๋าเดินทาง บนสายพานสัมภาระ อย่าเพิ่งตกใจ! นี่คือสิ่งที่ต้องทำทันที : สำรวจให้ทั่วบริเวณสายพานสัมภาระ: บางครั้งกระเป๋าอาจไปอยู่ผิดสายพาน หรือถูกวางแยกออกไป รีบตรงไปที่เคาน์เตอร์บริการสัมภาระ (Baggage Service) หรือ Lost & Found (เคาน์เตอร์เหล่านี้มักอยู่ใกล้กับจุดรับกระเป๋าของแต่ละสายการบิน) เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม : ตั๋วเครื่องบิน หรือ บอร์ดดิ้งพาส (Boarding Pass) แท็กสัมภาระ (Baggage Claim Tag) ที่ได้ตอนเช็คอินกระเป๋า บัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง รายละเอียด เที่ยวบิน (หมายเลขเที่ยวบิน, วันที่เดินทาง, ต้นทาง, ปลายทาง) รายงาน "กระเป๋าหาย" กับสายการบิน: เอกสาร PIR คือหัวใจสำคัญ นี่คือ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ในการตามหากระเป๋า : เมื่อคุณแจ้งเจ้าหน้าที่ สายการบิน ว่า กระเป๋าเดินทางของคุณหายไป พวกเขาจะให้คุณกรอกเอกสารที่เรียกว่า Property Irregularity Report หรือ PIR เป็นใบแจ้งทรัพย์สินหาย โดยเรา 'จำเป็น' ต้องขอจากสนามบินเพื่อติดตามสัมภาระ และใช้สำหรับเคลมประกัน ซึ่งจะมีหมายเลข Reference Number อยู่ หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยืนยันครบ 21 วันแล้วว่ากระเป๋าหายจริง เราสามารถนำใบนี้ไปยื่นขอรับเงินชดเชยคืนจากสายการบิน ได้ Property Irregularity Report หรือ PIR กรอกข้อมูลกระเป๋าของคุณให้ละเอียดที่สุด: ลักษณะกระเป๋า: สี, ยี่ห้อ (เช่น กระเป๋าเดินทาง Caggioni, กระเป๋าเดินทาง NinetyGO), ขนาด (เช่น กระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว, กระเป๋าเดินทาง 28 นิ้ว), วัสดุ (ABS, PC, PP), รุ่น, รูปทรง จุดสังเกตพิเศษ: สติกเกอร์, ป้ายห้อยกระเป๋า (เช่น ป้ายห้อยกระเป๋าเดินทาง มีโลโก้แบรนด์ Caggioni), ริบบิ้น, หรือรอยตำหนิเฉพาะที่ช่วยให้ระบุได้ง่าย สิ่งของสำคัญภายในกระเป๋า: ระบุประเภทสิ่งของคร่าวๆ (เช่น เสื้อผ้า, อุปกรณ์เดินทาง, ของใช้ส่วนตัว) หลีกเลี่ยงการระบุของมีค่าสูงลิบลิ่วในขั้นนี้ เพื่อความปลอดภัย ข้อมูลติดต่อ: ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ในระหว่างที่คุณเดินทาง รวมถึงอีเมลที่ใช้งานจริง เก็บเอกสาร PIR และหมายเลขอ้างอิงไว้ให้ดี: เจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาเอกสาร PIR พร้อมกับ หมายเลขอ้างอิง (Reference Number) หรือ รหัสติดตามสัมภาระ (Tracking Code) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการ ตรวจสอบสถานะกระเป๋า ของคุณ Tip: หากคุณมี ผ้าคลุมกระเป๋าเดินทาง ที่โดดเด่นจาก Bbag.co.th อย่าลืมแจ้งรายละเอียดสีสันหรือลวดลายของผ้าคลุมด้วย! กระเป๋าเดินทางดีเลย์" ต้องรอนานแค่ไหน? ช่องทางการติดตามที่ควรรู้ หลังจากแจ้งเรื่องและได้เอกสาร PIR มาแล้ว คุณสามารถ ติดตามสถานะสัมภาระ ได้ดังนี้: ระบบติดตามออนไลน์ของสายการบิน: สายการบินส่วนใหญ่มีระบบให้คุณสามารถ ตรวจสอบสถานะกระเป๋าเดินทาง ได้บนเว็บไซต์ โดยใช้หมายเลขอ้างอิงจากเอกสาร PIR ที่คุณได้รับ โทรศัพท์/อีเมลหาแผนกสัมภาระ: หากไม่สะดวกตรวจสอบออนไลน์ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ให้โทรศัพท์หรือส่งอีเมลไปยังแผนกสัมภาระของ สายการบิน โดยอ้างอิงหมายเลข PIR เสมอ ระยะเวลารอคอย: โดยทั่วไป กระเป๋าดีเลย์ มักถูกค้นพบและจัดส่งให้ภายใน 24-48 ชั่วโมง หากนานกว่านั้น (เช่น เกิน 5-7 วัน) กระเป๋าอาจเข้าสู่สถานะ "กระเป๋าสูญหาย"   กระเป๋าเดินทางกลับมาแล้ว! ขั้นตอนการรับคืนและตรวจสอบ สายการบินจะติดต่อกลับ: เมื่อพบ กระเป๋าเดินทาง ของคุณ สายการบินจะแจ้งให้ทราบและนัดหมายการจัดส่ง โดยส่วนใหญ่มักจะจัดส่งให้ถึง โรงแรม หรือ ที่พัก ของคุณโดยตรง ตรวจสอบสภาพกระเป๋าและสิ่งของภายใน: ทันทีที่ได้รับกระเป๋าคืน ให้ตรวจสอบว่า กระเป๋าเดินทาง อยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ มีร่องรอยความเสียหาย หรือสิ่งของภายในสูญหายไปหรือไม่ หากพบปัญหา ให้รีบแจ้งสายการบินอีกครั้งเพื่อดำเนินการ เคลมความเสียหาย "กระเป๋าเดินทางสูญหายถาวร": การเคลมประกันและการชดเชย หากไม่ได้รับกระเป๋าเดินทาง ภายในระยะเวลาที่กำหนด (โดยปกติคือ 21 วันหลังจากแจ้งหาย) กระเป๋าของคุณจะถือว่า "สูญหายถาวร" ในกรณีนี้ คุณสามารถดำเนินการ เคลมประกัน และ เคลมค่าชดเชย ได้: เคลมกับบริษัทประกันการเดินทาง: หากคุณทำ ประกันการเดินทาง ที่คุ้มครองสัมภาระไว้ ให้ติดต่อบริษัทประกันทันที พร้อมแนบเอกสาร PIR และหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทประกันจะแจ้งขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ในการ เคลมประกันกระเป๋าหาย เคลมกับสายการบิน: แม้ไม่มีประกันการเดินทาง สายการบินก็มีข้อกำหนดในการ ชดเชยสัมภาระสูญหาย โดยมีวงเงินสูงสุดตามข้อตกลงของสายการบินนั้น ๆ และตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ เตรียมเอกสารประกอบการเคลม: ใบเสร็จรับเงินสำหรับของที่อยู่ในกระเป๋า (ถ้ามี), เอกสาร PIR, ตั๋วเครื่องบิน, และหนังสือรับรองจากสายการบินว่ากระเป๋าสูญหายถาวร ทำรายการสิ่งของที่สูญหาย: ระบุสิ่งของที่หายไปพร้อมมูลค่าโดยประมาณ เพื่อใช้ในการคำนวณ เงินชดเชย   เคล็ดลับจาก Bbag.co.th : ป้องกัน "กระเป๋าเดินทางหาย" ด้วยอุปกรณ์เสริมคุณภาพ Bbag.co.th เข้าใจดีว่าการป้องกันดีกว่าการแก้ไข เรามี อุปกรณ์เสริมกระเป๋าเดินทาง มากมายที่จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเหตุการณ์ กระเป๋าหาย  และเพิ่มความปลอดภัยให้การเดินทางของคุณ: ป้ายติดกระเป๋าเดินทาง (Luggage Tag):  เลือกดีไซน์โดดเด่น พร้อมเขียนชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล (ไม่ควรใส่ที่อยู่บ้านทั้งหมด) เพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อกลับเมื่อกระเป๋าถูกพบ สายรัดกระเป๋าเดินทาง (Luggage Strap):  ช่วยรัดกระเป๋าให้แน่นหนา ป้องกันการเปิดออกโดยไม่ตั้งใจ และยังเป็นจุดสังเกตให้กระเป๋าของคุณโดดเด่นบนสายพาน กุญแจล็อครหัส (TSA Lock):  เพิ่มความปลอดภัยให้สัมภาระภายใน และยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถเปิดตรวจได้โดยไม่ทำลายกุญแจ (สำหรับ เที่ยวบินต่างประเทศ ) ผ้าคลุมกระเป๋าเดินทาง (Luggage Cover):  นอกจากจะช่วยปกป้อง กระเป๋าเดินทาง  จากรอยขีดข่วนและสิ่งสกปรกแล้ว ยังทำให้กระเป๋าของคุณมีเอกลักษณ์ จดจำได้ง่ายขึ้น อุปกรณ์ติดตามกระเป๋า (Luggage Tracker) เช่น Apple AirTag, Tile:  อุปกรณ์เล็กๆ เหล่านี้สามารถใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง เพื่อให้คุณสามารถ ติดตามตำแหน่งกระเป๋า  ของคุณได้ตลอดเวลาผ่านสมาร์ทโฟน ถ่ายรูปกระเป๋าเดินทาง:  ถ่ายรูปกระเป๋าของคุณก่อนเดินทาง รวมถึงรูปสิ่งของบางส่วนภายในกระเป๋า เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน   การเดินทางควรเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ Bbag.co.th หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณหมดกังวลเรื่อง กระเป๋าเดินทางหาย หรือ กระเป๋าดีเลย์  เลือก กระเป๋าเดินทางคุณภาพดี  และอุปกรณ์เสริมจาก Bbag.co.th เพื่อทุกการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัยไร้กังวล! Bbag.co.th : แบรนด์แท้ ส่งไว ช้อปได้ 24 ชม.

  • ทุเรียน นำขึ้นเครื่องบินได้มั้ย

    คำตอบคือ . . . . ไม่ได้ ทุเรียน จัดอยู่ในหมวดของอาหารที่มีกลิ่นแรง รวมถึง กะปิ ปลาร้า หรืออาหารทะเลตากแห้ง จะกลายเป็นของต้องห้ามขึ้นเครื่อง เพราะอาจส่งกลิ่นรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ ระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะในเที่ยวบินระยะไกล คงไม่มีใครอยากต้องมาทนกับกลิ่นเหม็นตลอดทั้งไฟล์ท   มีเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารชาวจีนต้องการนำทุเรียนกลับประเทศ โดยเอาขึ้นเครื่องบิน (carry-on baggage) แต่ถูกสายการบินปฏิเสธ เนื่องจากสายการบินมี นโยบายไม่ให้นำผลไม้มีกลิ่นฉุนขึ้นเครื่อง ถึงแม้ว่าจะแพคปิดสนิทแน่นหนาแค่ไหน ทางการบินก็ยังไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง และไม่สามารถโหลดลงใต้ท้องเครื่องได้เช่นกัน ทำให้ผู้โดยสารต้องทิ้งทุเรียนทั้งหมด   ปิดขนาดนี้ ก็ยังห้ามขึ้นเครื่อง เหตุผลที่ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ เนื่องจากบนเครื่องบิน ระหว่างไฟล์ทมีอากาศถ่ายเทน้อย ทุเรียนเป็นผลไม้มีกลิ่นฉุนรุนแรง เมื่อกลิ่นโชยออกมา กลิ่นนี้จะตลบอบอวนทั่วห้องผู้โดยสาร อาจรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นที่เจอกลิ่นไม่พึงประสงค์นี้   เรื่องกลิ่นทุเรียนนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วปี 2018 สายการบิน Sriwijaya Air ออกเดินทางจาก Bengkulu ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้บนเกาะสุมาตรา มีผู้โดยสารแอบนำทุเรียนขึ้นเครื่องบิน กลิ่นของทุเรียนส่งไปทั่วทั้งห้องผู้โดยสาร ผู้โดยสารหลายคนประท้วงปฏิเสธการเดินทาง ถ้ายังมีกลิ่นทุเรียนนี้อยู่   ภาพข่าว ส่วนเหตุผลห้ามโหลดลงใต้ท้องเครื่อง เนื่องจากกลิ่นของทุเรียนเกิดจากการผลิตสารประกอบเรียกว่า โวลาไทล์ซัลเฟอร์คอมพาวด์ (Volatile Sulfur Compounds หรือ VSCs) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีซัลเฟอร์และมีคุณสมบัติที่ระเหยได้ง่าย นอกจากนี้ทุเรียนยังมีสารประกอบอินทรียอื่นๆ เช่น น้ำตาลและกรดอะมิโน ที่มีอยู่ในเนื้อทุเรียน เมื่อทุเรียนสุกเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ส่งผลให้กลิ่นของทุเรียนฉุนขึ้นจนสามารถไป รบกวนการทำงานของ Smoke Detector ของเครื่องบิน จะส่งสัญญาณเตือนขึ้นมา ตัวอย่างในปี 2023 สายการบิน Turkish Airline เที่ยวบินบรรทุกสินค้า TK1855 ออกจากอิสตัลบูล ไป บาร์เซโลน่า ขณะที่บินอยู่ สัญญาณของ smoke detector ขึ้นเตือน pungent odor หรือกลิ่นฉุน กลิ่นรุนแรง ทำให้นักบินตัดสินใจบินกลับไปตรวจเช็คที่สนามบินอิสตัลบูล ซึ่งพบทุเรียนกำลังสุกถูกโหลดลงใต้ท้องเครื่อง สำหรับทุเรียนแปรรูปนั้น โดยทั่วไปแล้วสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ ทั้งแบบถือขึ้นเครื่องและโหลดใต้ท้องเครื่อง เพราะไม่มีกลิ่นแรงเท่าทุเรียนสด แต่ก็ควรแพ็กให้มิดชิด และเก็บไว้ในถุงอย่างดี ดังนั้นทุเรียนจึงเป็นผลไม้ต้องห้ามนำขึ้นเครื่องในหลายๆสายการบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศ ผู้โดยสารท่านใดจะนำผลไม้กลิ่นแรง ควรสอบถามสายการบินก่อนเช็คอิน

  • ทุเรียน นำขึ้นเครื่องบินได้มั้ย

    คำตอบคือ . . . . ไม่ได้ ทุเรียน จัดอยู่ในหมวดของอาหารที่มีกลิ่นแรง รวมถึง กะปิ ปลาร้า หรืออาหารทะเลตากแห้ง จะกลายเป็นของต้องห้ามขึ้นเครื่อง เพราะอาจส่งกลิ่นรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ ระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะในเที่ยวบินระยะไกล คงไม่มีใครอยากต้องมาทนกับกลิ่นเหม็นตลอดทั้งไฟล์ท   มีเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารชาวจีนต้องการนำทุเรียนกลับประเทศ โดยเอาขึ้นเครื่องบิน (carry-on baggage) แต่ถูกสายการบินปฏิเสธ เนื่องจากสายการบินมี นโยบายไม่ให้นำผลไม้มีกลิ่นฉุนขึ้นเครื่อง ถึงแม้ว่าจะแพคปิดสนิทแน่นหนาแค่ไหน ทางการบินก็ยังไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง และไม่สามารถโหลดลงใต้ท้องเครื่องได้เช่นกัน ทำให้ผู้โดยสารต้องทิ้งทุเรียนทั้งหมด   ปิดขนาดนี้ ก็ยังห้ามขึ้นเครื่อง เหตุผลที่ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ เนื่องจากบนเครื่องบิน ระหว่างไฟล์ทมีอากาศถ่ายเทน้อย ทุเรียนเป็นผลไม้มีกลิ่นฉุนรุนแรง เมื่อกลิ่นโชยออกมา กลิ่นนี้จะตลบอบอวนทั่วห้องผู้โดยสาร อาจรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นที่เจอกลิ่นไม่พึงประสงค์นี้   เรื่องกลิ่นทุเรียนนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วปี 2018 สายการบิน Sriwijaya Air ออกเดินทางจาก Bengkulu ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้บนเกาะสุมาตรา มีผู้โดยสารแอบนำทุเรียนขึ้นเครื่องบิน กลิ่นของทุเรียนส่งไปทั่วทั้งห้องผู้โดยสาร ผู้โดยสารหลายคนประท้วงปฏิเสธการเดินทาง ถ้ายังมีกลิ่นทุเรียนนี้อยู่   ภาพข่าว ส่วนเหตุผลห้ามโหลดลงใต้ท้องเครื่อง เนื่องจากกลิ่นของทุเรียนเกิดจากการผลิตสารประกอบเรียกว่า โวลาไทล์ซัลเฟอร์คอมพาวด์ (Volatile Sulfur Compounds หรือ VSCs) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีซัลเฟอร์และมีคุณสมบัติที่ระเหยได้ง่าย นอกจากนี้ทุเรียนยังมีสารประกอบอินทรียอื่นๆ เช่น น้ำตาลและกรดอะมิโน ที่มีอยู่ในเนื้อทุเรียน เมื่อทุเรียนสุกเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ส่งผลให้กลิ่นของทุเรียนฉุนขึ้นจนสามารถไป รบกวนการทำงานของ Smoke Detector ของเครื่องบิน จะส่งสัญญาณเตือนขึ้นมา ตัวอย่างในปี 2023 สายการบิน Turkish Airline เที่ยวบินบรรทุกสินค้า TK1855 ออกจากอิสตัลบูล ไป บาร์เซโลน่า ขณะที่บินอยู่ สัญญาณของ smoke detector ขึ้นเตือน pungent odor หรือกลิ่นฉุน กลิ่นรุนแรง ทำให้นักบินตัดสินใจบินกลับไปตรวจเช็คที่สนามบินอิสตัลบูล ซึ่งพบทุเรียนกำลังสุกถูกโหลดลงใต้ท้องเครื่อง ดังนั้นทุเรียนจึงเป็นผลไม้ต้องห้ามนำขึ้นเครื่องในหลายๆสายการบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศ ผู้โดยสารท่านใดจะนำผลไม้กลิ่นแรง ควรสอบถามสายการบินก่อนเช็คอิน

  • เตรียมตัวชมซากุระที่ญี่ปุ่น : วางแผนให้เป๊ะพร้อมกระเป๋าเดินทางคู่ใจ

    การชมซากุระที่ญี่ปุ่นเป็นความฝันของนักท่องเที่ยวหลายคน  เพราะดอกไม้สีชมพูอ่อนที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิสร้างบรรยากาศที่สวยงามและน่าประทับใจ หากคุณกำลังวางแผนไปสัมผัสประสบการณ์นี้  บทความนี้จะช่วยคุณเตรียมตัวให้พร้อมทั้งการวางแผนเดินทาง การเลือกเสื้อผ้า การเลือกกระเป๋าเดินทางที่เหมาะสม  เพื่อให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบ โดยอ้างอิงข้อมูลการพยากรณ์ดอกซากุระบานจาก japan-guide.com/sakura มาดูกันเลย! 1. การวางแผนการเดินทาง การชมซากุระที่ญี่ปุ่นต้องเริ่มจากการวางแผนที่แม่นยำ เพราะช่วงที่ซากุระบานมักอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี โดยคุณสามารถเช็กพยากรณ์การบานของดอกซากุระได้จากเว็บไซต์ japan-guide.com/sakura ซึ่งจะอัปเดตข้อมูลตามเมืองต่าง ๆ เช่น โตเกียว เกียวโต โอซาก้า และฮอกไกโด  เลือกเมืองและช่วงเวลา: หากอยากเห็นซากุระบานเต็มที่ แนะนำให้จองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้าประมาณ 3-6 เดือน เพราะช่วงนี้เป็นฤดูท่องเที่ยวยอดนิยม  สำรองวันเผื่อไว้: ดอกซากุระอาจบานช้าหรือเร็วกว่าที่คาดการณ์ได้ ดังนั้นควรมีวันสำรองในแผนการเดินทาง 2-3 วัน การเดินทางในญี่ปุ่น: ซื้อบัตร JR Pass หรือบัตรโดยสารแบบเหมาจ่ายเพื่อความสะดวกในการเดินทางข้ามเมือง 2. แนะนำการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับอากาศ ช่วงฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่น (มีนาคม-เมษายน) อากาศมักจะเย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 10-20 องศาเซลเซียส แต่บางวันอาจมีลมแรงหรือฝนตกได้ ดังนั้นการเลือกเสื้อผ้าต้องคำนึงถึงความอบอุ่นและความคล่องตัว เสื้อผ้าแนะนำ: เสื้อแจ็คเก็ตบาง ๆ หรือเสื้อโค้ทกันลม เสื้อกันหนาวแบบบางสวมทับได้ สเวตเตอร์ และผ้าพันคอสำหรับวันที่อากาศเย็น รองเท้า: รองเท้าผ้าใบที่ใส่สบายเหมาะกับการเดินชมซากุระในสวนสาธารณะเป็นเวลานาน อุปกรณ์กันฝน: ร่มพกพาหรือเสื้อกันฝนแบบบาง เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปท่ามกลางดอกซากุระได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอากาศ 3. แนะนำการเลือกกระเป๋าเดินทางให้ขนาดเหมาะสม การเลือกกระเป๋าเดินทางสำหรับทริปชมซากุระเป็นสิ่งสำคัญ เพราะขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณเดินทางสะดวกและพกพาของใช้ได้ครบครัน โดย bbag มีตัวเลือกมากมายจากหลากหลายแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางล้อลากแบบโหลด กระเป๋าเดินทางล้อลากแบบถือขึ้นเครื่องได้ กระเป๋าเป้ กระเป๋าคาดอก ที่เพิ่มความคล่องตัวให้ทริปของคุณ ทริปสั้น 3-5 วัน: กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว (carry-on) เหมาะสมที่สุด เพราะพกขึ้นเครื่องได้ ไม่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง และน้ำหนักเบา เหมาะกับการเดินทางไปกลับแบบไม่เยอะ ทริปยาว 7 วันขึ้นไป: เลือกกระเป๋าเดินทางขนาด 24-28-30 นิ้ว เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับเสื้อผ้าฤดูใบไม้ผลิที่อาจหนากว่าปกติ รวมถึงของฝากจากญี่ปุ่น เช่น ขนมหรือของที่ระลึก คุณสมบัติที่ควรมี: ล้อหมุน 360 องศาเพื่อความคล่องตัว วัสดุกันน้ำเผื่อฝนตก และช่องใส่ของที่จัดระเบียบง่าย กระเป๋าเดินทางที่ดีไม่เพียงช่วยให้คุณเดินทางสะดวก แต่ยังเพิ่มความมั่นใจในทุกก้าวของการท่องเที่ยว ค้นหากระเป๋าคุณภาพได้ที่เว็บไซต์ของเราเลย! https://www.bbag.co.th/shop-by-category 4. คำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากการเตรียมตัวด้านการเดินทาง เสื้อผ้า และกระเป๋าแล้ว ยังมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้ทริปชมซากุระของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น - เตรียมกล้องหรือสมาร์ทโฟนให้พร้อม: ซากุระบานคือช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายรูป อย่าลืมพกแบตสำรองและเมมโมรี่การ์ดเพิ่ม - พกเสื่อปิกนิก: ชาวญี่ปุ่นนิยมปูเสื่อนั่งชมซากุระใต้ต้นไม้ (เรียกว่า "ฮานามิ") ลองหาเสื่อพกพาน้ำหนักเบาใส่ในกระเป๋าเดินทาง - จองร้านอาหารล่วงหน้า: ร้านอาหารใกล้จุดชมซากุระมักเต็มเร็ว แนะนำให้จองผ่านแอปหรือเว็บไซต์ก่อนเดินทาง - เรียนรู้มารยาทท้องถิ่น : อย่าเด็ดดอกซากุระหรือทิ้งขยะในสวนสาธารณะ เพื่อรักษาความสวยงามให้คงอยู่ คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: กระเป๋าเดินทางญี่ปุ่น, เที่ยวซากุระญี่ปุ่น, วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น, กระเป๋าเดินทางขนาดไหนดี, เตรียมตัวเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ

  • ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารใช้หรือชาร์จพาวเวอร์แบงค์ขณะเดินทาง

    ห้ามใช้ power bank ขณะเดินทาง วันนี้ (วันที่ 7 มีนาคม 2568) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกประกาศแจ้งผู้โดยสาร ว่า เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร ขอแจ้งให้ทราบว่าผู้โดยสารไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้หรือชาร์จ พาวเวอร์แบงค์ (แบตเตอรี่สำรอง) หรือ Power Bank ตลอดระยะเวลาการเดินทาง  สายการบินต่างชาติหลายสายการบิน ได้ออกประกาศห้ามใช้พาวเวอร์แบงค์บนเครื่องบินก่อนหน้านี้ โดยเริ่มจาก Air Busan ประเทศเกาหลีใต้ ที่ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารเก็บพาวเวอร์แบงค์ (แบตเตอรี่สำรอง) ไว้ในช่องเก็บสัมภาระ โดยให้พกติดตัว และไม่อนุญาตให้ชาร์จขณะโดยสารบนเครื่อง ดังนั้น หากเพื่อนๆต้องการจะเดินทาง กรุณาตรวจสอบกฏ ระเบียบของสายการบิน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร การบินไทย ห้ามผู้โดยสารใช้ หรือชาร์จ Power Bank บนเครื่องบิน การบินไทยกำหนดมาตรการการพกพา Power Bank เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร เนื่องจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นกับสายการบินต่างประเทศ ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการใช้งาน Power Bank ระหว่างเที่ยวบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จึงกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย โดยไม่อนุญาตให้ใช้ Power Bank ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและลูกเรือ ขอความร่วมมือทุกท่านปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ ที่มา https://www.facebook.com/ThaiAirways.TH

  • ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารใช้หรือชาร์จพาวเวอร์แบงค์ขณะเดินทาง

    ห้ามใช้ power bank ขณะเดินทาง วันนี้ (วันที่ 7 มีนาคม 2568) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกประกาศแจ้งผู้โดยสาร ว่า เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร ขอแจ้งให้ทราบว่าผู้โดยสารไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้หรือชาร์จ พาวเวอร์แบงค์ (แบตเตอรี่สำรอง) หรือ Power Bank ตลอดระยะเวลาการเดินทาง  สายการบินต่างชาติหลายสายการบิน ได้ออกประกาศห้ามใช้พาวเวอร์แบงค์บนเครื่องบินก่อนหน้านี้ โดยเริ่มจาก Air Busan ประเทศเกาหลีใต้ ที่ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารเก็บพาวเวอร์แบงค์ (แบตเตอรี่สำรอง) ไว้ในช่องเก็บสัมภาระ โดยให้พกติดตัว และไม่อนุญาตให้ชาร์จขณะโดยสารบนเครื่อง ดังนั้น หากเพื่อนๆต้องการจะเดินทาง กรุณาตรวจสอบกฏ ระเบียบของสายการบิน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร การบินไทย ห้ามผู้โดยสารใช้ หรือชาร์จ Power Bank บนเครื่องบิน เนื่องจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นกับสายการบินต่างประเทศ ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการใช้งาน Power Bank ระหว่างเที่ยวบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จึงกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย โดยไม่อนุญาตให้ใช้ Power Bank ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและลูกเรือ ขอความร่วมมือทุกท่านปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ ที่มา https://www.facebook.com/ThaiAirways.TH

  • จัดกระเป๋าเดินทาง ทริปลุยหิมะ เตรียมอะไรไปดี?

    จัดกระเป๋าเที่ยวช่วงหิมะ เตรียมอะไรไปดี !?   การเดินทางไปเมืองหนาวนั้นสำหรับคนไทยอาจจะต้องเตรียมตัวไปให้ดีเพราะสภาพอากาศที่มีหิมะหนาวเย็นและแตกต่างจากประเทศไทยอย่างมาก ทำให้หลายคนหากเตรียมตัวไปไม่ดีก็อาจจะเจ็บป่วยจากการที่ร่างการปรับอุณหภูมิไม่ทันได้อย่างแน่นอน สำหรับมือใหม่ที่เริ่มต้นเที่ยวในช่วงฤดูหิมะอาจสับสนว่าหิมะคือระดับความหนาวแค่ไหน ควรพกอะไรไปดี วันนี้เราเอาคำแนะนำในการจัดกระเป๋ามาฝาก เสื้อผ้าและชุดกันหนาว ลองจอน  สำคัญมากเพราะจะช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นจากเนื้อผ้าที่มีความหนาเป็นพิเศษ ควรใส่ทุกวันเป็นชิ้นแรก เมื่อต้องเจอกับหิมะ เสื้อกันหนาวตัวใน  ควรหาเสื้อที่มีความอุ่น เช่น ไหมพรม,เสื้อคอเต่า,Heattech, สเวตเตอร์ เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย กันหนาวจากหิมะ เ สื้อกันหนาวตัวนอก  แนะนำเป็นเสื้อขนเป็ด, Overcoat, เสื้อเฟอร์ขนสัตว์ หรือจะแบบ Puffer Coat ที่ผลิตจากขนห่าน ผ้าวูล สามารถกักเก็บความร้อนได้และช่วยกันความหนาวจากหิมะได้ดี  ผ้าพันคอ  เลือกผ้าพันคอไหมพรมหรือผ้าที่ผลิตจากผ้าวูลก็จะช่วยให้ไม่คันและเพิ่มความอุ่นได้ดี ถุงมือ  แนะนำเป็นถุงมือหนังที่มีผ้า Heattech เนื้อผ้าแคชเมียร์หรือผ้าหนาพิเศษและให้เลือกถุงมือที่สามารถทัชสกรีนโทรศัพท์เพื่อความสะดวกในการใช้งาน หมวกไหมพรม  หรือหมวกกันหนาวนจากลมหรือหิมะด้วยขนเฟอร์จากสัตว์หรือที่มีความหนาพิเศษแนะนำให้เลือกที่พอดีกับศีรษะไม่หลวมหรือไม่แน่นจนเกินไป ·         ถุงเท้า  ควรเลือกเป็น ถุงเท้า Heattech หรือทำจากผ้าวูลหรือกำมะหยีก็จะทำให้มีความหนานุ่มเก็บควาามร้อนจากร่างกายช่วยกันหนาวจากหิมะได้ดี รองเท้า  ถ้าต้องลุยหิมะเยอะ แนะนำเป็นรองเท้ากันหิมะ เช่น รองเท้าบูทที่บุขนสัตว์ด้านใน สามารถกันน้ำและกันลื่นจากหิมะได้ดี แต่หากไม่ต้องลุยหิมะมากนักแนะนำเป็นรองเท้าผ้าใบธรรมดาได้แต่ดูเลือกพื้นรองเท้าที่เหมาะสม ระวังลื่น ของใช้จำเป็นอื่นๆ มอยส์เจอไรเซอร์  อากาศหนาวทำให้ผิวหน้าและผิวกายแห้งมากที่สุด อย่าลืมทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าและผิวกาย สำคัญและจำเป็นมากป้องกันไม่ให้ผิวแห้งลอกและแตกได้ ลิปบาล์ม  นอกจากผิวแห้งแล้วปากก็ยังแตกได้ถ้าเจออากาศหนาวเย็นมาก แนะนำพกลิปมันหรือลิปบาล์มติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา หมั่นทาระหว่างวันเพิ่มความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากบ่อยๆ ยาสามัญประจำตัว  ก่อนที่จะพกยาติดกระเป๋า อย่าลืมตรวจสอบยาที่ห้ามนำเข้าของแต่ละประเทศด้วยเนื่องจากแต่ละประเทศมีการนำเข้ายาบางชนิดไม่เหมือนกัน ศึกษาและตรวจสอบก่อนเดินทาง ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกห้ามนำเข้าประเทศได้ หลักๆ ที่แนะนำให้พกติดตัว คือ ยาแก้แพ้ เมารถ ยาแก้ปวด เป็นต้น แบตเตอรี่สำรอง  เมื่อเจออากาศหนาวและหิมะแบตเตอรี่ในโทรศัพท์มือถือจะหมดลงอย่างรวดเร็ว แนะนำอย่าใช้โทรศัพท์ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นนานๆ เพราะจะทำให้โทรศัพท์ของคุณ ดับลงอย่างทันที วิธีแก้ไขเมื่อโทรศัพท์ดับให้นำถุงร้อนมาประคบเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้โทรศัพท์และรอสักพักจนกว่าอุณหภูมิของเครื่องจะอุ่นขึ้นก็จะสามารถใช้งานได้ปกติ ควรชาร์จแบตหลังจากเปิดเครื่องติดแล้วเท่านั้น กระเป๋าใส่สัมภาระ  กระเป๋าใส่ของใช้ระหว่างวัน อย่าลืมเลือกเป็นกระเป๋าผ้าแบบกันน้ำหรือผ้าร่มจะใช้งานได้ดีเพราะอาจจะต้องเจอกับหิมะกระเป๋าจะได้ไม่เปียก เลือกกระเป๋าที่มีช่องใส่สิ่งของหลายๆ ช่องมีซิปปิดหนาแน่นและพกสัมภาระเท่าที่จำเป็นเท่านั้น   Item ช่วยชีวิตให้รอดจากความหนาว ถุงร้อนกันหนาว  แนะนำเป็นถุงร้อนแบบพกพาที่ให้ความร้อนนานถึง 10 ชั่วโมง นำใส่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวเพื่อให้สามารถใช้มือกำเพิ่มความร้อนให้ร่างกายเมื่อเจอหิมะหรืออากาศหนาวจัด หน้ากาก  หากอุณหภูมิติดลบควรใช้หน้ากากผ้าปิดจมูกกันหนาว โดยเฉพาะลมแรงแล้วหายใจโดยไม่มีหน้ากากผ้าก็จะทำให้หายใจลำบากและหนาวมากนั่นเอง แว่นตากันลม  หากเจอหิมะและลมแรง หิมะเข้าตาอาจจะให้ตาเกิดการระคายเคืองได้ควรใส่แว่นกันลมและหิมะเข้าไปด้วยจะให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น    ที่ปิดหูกันหนาว  เมื่อเจออากาศหนาวจัดหูของคนเราจะเย็นอย่างรวดเร็วและสามารถเกิดอาการบาดเจ็บได้ ใครขี้หนาวหรือไม่สามารถทนหิมะได้ควรใส่ที่ครอบหูหรือที่ปิดกันหนาวไปด้วย ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองหนาวหิมะ อย่าลืมเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทางเพื่อจะได้เตรียมความพร้อมไปให้ได้มากที่สุดและสำคัญอย่าลืมที่จะเตรียมร่างกายให้พร้อมเผชิญหน้ากับความหนาวเย็นด้วย เพื่อให้การเที่ยวเมืองหนาวและการเจอหิมะของทุกคนมีความสุขและสนุกที่สุดตลอดทั้งทริปนั่นเอง

  • จนท.สนามบิน ชี้เคล็ดลับช่วย ผู้โดยสารรับกระเป๋าเร็วทันใจ ไม่ต้องรอสัมภาระนาน!

    เผย 3 เคล็ดลับจากเจ้าหน้าที่สนามบินสหรัฐฯ ช่วยให้รับสัมภาระเร็วทันใจหลังลงเครื่อง ไม่ต้องรอนาน! เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ใครจะไม่อยากรับกระเป๋าเดินทางทันทีที่ลงจากเครื่องบินบ้าง? เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสนามบินสหรัฐฯ ได้เผยเคล็ดลับ 3 ข้อ ที่จะช่วยให้ผู้โดยสารไม่ต้องรอสัมภาระนาน สามารถรับกระเป๋าได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม "Thomas Lo Sciuto" เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสนามบินสหรัฐฯ ได้อธิบายว่า เนื่องจากผู้โดยสารที่เช็คอินก่อนจะมีสัมภาระถูกโหลดขึ้นเครื่องก่อน ในขณะที่ผู้โดยสารที่เช็คอินทีหลัง สัมภาระจะถูกวางไว้ใกล้กับประตูเครื่องบิน ซึ่งทำให้สามารถนำลงได้เร็วกว่าเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง แม้ว่าวิธีนี้จะช่วยลดเวลารอรับสัมภาระ แต่สำหรับผู้โดยสารที่ชอบวางแผนล่วงหน้า การทำแบบนี้อาจจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนไปบ้าง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินกล่าวเพิ่มเติมว่า บางสายการบินได้เปิดให้บริการจัดการสัมภาระลำดับพิเศษ "ที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย" เพื่อรองรับความต้องการของผู้โดยสารที่ต้องการรับสัมภาระอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้โดยสารที่เดินทางในชั้น ธุรกิจ หรือผู้ที่สะสมไมล์ได้ถึงระดับที่กำหนด ก็อาจได้รับสิทธิพิเศษในการใช้สายพานส่งสัมภาระเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้สัมภาระมาถึงได้เร็วขึ้นเช่นกัน ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่แนะนำเคล็ดลับเล็กๆ โดยให้ติดสติกเกอร์ "ของแตกหักง่าย" บนกระเป๋าเดินทาง เพราะสายการบินจะให้ความสำคัญกับสัมภาระที่ติดสติกเกอร์ดังกล่าว และจะพยายามหลีกเลี่ยงการทับหรือกระแทกขณะโหลด กระเป๋าประเภทนี้มักจะถูกโหลดเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งเมื่อถึงจุดหมายปลายทางจะถูกนำลงก่อน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถรับสัมภาระได้เร็วขึ้นและประหยัดเวลาได้มากขึ้น อีกทั้งอดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชื่อ "Yuka" ก็ได้ชี้แนะนำว่า หากมีความจำเป็นเร่งด่วน ผู้โดยสารสามารถขอให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินนำสัมภาระไปวางที่พื้นที่ "Doorside" (บริเวณข้างประตูเครื่องบิน) ได้เช่นเดียวกัน แต่พื้นที่นี้โดยปกติแล้วจะจัดไว้สำหรับผู้โดยสารที่มีความต้องการพิเศษ เช่น ผู้ใช้รถเข็น หรือเด็กเล็กที่นั่งในรถเข็น หากผู้โดยสารไม่มีเหตุผลเร่งด่วน แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่อาจปฏิเสธคำขอนี้

  • เปิด 9 แลนด์มาร์ก โชว์แสงสี “น้องหมูเด้ง” ในงาน Bangkok Illumination Festival

    18 ธันวาคม 2567 ชวนแฟนคลับน้องหมูเด้ง มาเช็กอิน ชมความน่ารัก กับปรากฏการณ์แสงสีสุดอลังการในธีม หมูเด้งบุกกรุง กับงาน Bangkok Illumination Festival 2024 ณ เวลานี้ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “น้องหมูเด้ง” ฮิปโปแคระสุดน่ารักที่สร้างปรากฏการณ์ไวรัล เรียกฐานแฟนคลับได้เป็นจำนวนมากทั้งทั่วประเทศไทย และต่างแดนอีกด้วย กระแสที่เกิดขึ้นนี้ทาง Bangkok Illumination Festival 2024 จึงได้นำคาแรกเตอร์ของน้องหมูเด้ง มาสร้างปรากฏการณ์แสงสีสุดอลังการในธีม “หมูเด้งบุกกรุง” ที่จะนำน้องหมูเด้งมาสร้างพลังงานสุดน่ารักไปทั่วทั้งกรุงเทพฯ แบบไม่เหมือนใคร ด้วยการเนรมิตเมืองกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นของน้องหมูเด้ง ในคาแรกเตอร์ต่างๆ พร้อมชวนนักท่องเที่ยว แฟนคลับ ทุกคนทั้งไทยและเทศมา “เด้ง” ให้สุด ด้วยกิจกรรมแบบจัดเต็มความสนุก แสง และสีสันแบบจัดจ้านไม่ซ้ำใคร 17 ธ.ค. 67 - 5 ม.ค. 68 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป เส้นทางที่ 1 ย่านปทุมวัน-สนามกีฬาแห่งชาติ สนามกีฬาแห่งชาติ พบกับเจ้าหมูเด้งที่มาบุกอาคารกีฬานิมิบุตร พร้อมแปลงโฉมเป็น “DJ เด้ง” ที่จะมาเตรียมเพลงระเบิดบีทแบบมันส์ๆ พร้อมแสง สี เสียงแบบจัดหนัก จัดเต็มความสนุกแบบ NONSTOP ONESIAM SKYWALK (ลานใบบัว)  นำเสนอ Inflatable art lighting หมูเด้งในธีม “มาดามเด้ง สายช็อป สายเปย์” ที่จะเชิญชวนทุกคนมาจับจ่ายซื้อของเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีใจกลางเมืองที่เป็นแหล่งที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าชั้นนำของกรุงเทพมหานคร STREET SIAM CENTER TO CENTRALWORLD บริเวณบาทวิถีหน้าห้างสรรพสินค้า SIAM CENTER – CENTRALWORLD ประดับตกแต่งด้วย Installation art รูปทรงต่าง ๆ เป็นแลนด์มาร์คสำหรับถ่ายรูปจากบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า SIAM CENTER จนถึงหน้าห้างสรรพสินค้า CENTRALWORLD และบริเวณ Park Paragon เส้นทางที่ 2 ย่านหัวลำโพง–เยาวราช สถานีรถไฟหัวลำโพง ตื่นตาตื่นใจกับ Installation art “เด้งซิล่า” หมูเด้งตัวยักษ์ แปลงกายเป็นเด้งซิลล่า บุกหัวลำโพง และจัดแสดงเทคนิค Light up และ Projection Mapping ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยผ่านบริเวณสถาปัตยกรรมของอาคารหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง คลองผดุงกรุงเกษม เนรมิตคลองผดุงกรุงเกษมด้วยการ Light up ประดับตกแต่งไฟสวยงามตลอดบริเวณพื้นที่ริมฝั่งคลองผดุงกรุงเกษมให้มีชีวิตชีวาและนำเสนอ Land Mark ประดับไฟถ่ายรูปในรูปทรงแบบต่าง ๆ ตื่นตา ตื่นใจไปกับแสงสีสุดอลังการจากเคล้าความเป็นหมูเด้งอยู่แบบจุใจ ถนนมิตรภาพไทย - จีน ( ซอยวัดไตรมิตร )  นำเสนอเทคนิคการฉาย Gobo light รอยเท้าน่ารักของเจ้าหมูเด้งบนพื้นผิวทางเดิน ที่จะนำทางทุกคนสู่ความสนุกแบบเด้ง ๆ ตลอดเส้นทางถนนมิตรภาพไทย-จีน ในซอยวัดไตรมิตรและ Light up ประดับตกแต่งต้นไม้บริเวณโดยรอบให้มีความสวยงาม บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ( วงเวียนโอเดียน ) นำเสนอ Inflatable art lighting หมูเด้งในธีม “หมวยเด้ง” สุดน่ารัก มาพร้อมคอสตูมสไตล์จีนสุดปังเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของพื้นที่โดยรอบที่เป็นกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยจีนอย่าง ถนนเยาวราช ที่เป็นแหล่ง Street food ชั้นเลิศของกรุงเทพมหานคร เส้นทางที่ 3 ย่านอโศก - สุขุมวิท บริเวณบีทีเอส สกา ย วอล์ค อโศก ( แยกอโศก ) จัดแสดงเทคนิคฉาย Projection Mapping และ Light up ประดับไฟด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่บนบริเวณหน้า SKY WALK BTS อโศก (ฝั่งถนนรัชดาภิเษก) ให้แยกอโศกใจกลางกรุงเทพมหานครมีสีสัน   เข้ากับบรรยากาศการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2567 บริเวณลานน้ำพุ อุทยานเบญจสิริ   ปิดจบความน่ารักที่ สวนเบญจสิริ กับธีม “หมูเด้งอินเดอะพาร์ค” ที่ชวนทุกคนมาปิกนิกชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดสดใสไปพร้อมกับน้องเด้ง

  • MTUTD: Official Partnership Announcement

    Muangthong United x Caggioni Travel Luggage   เมืองทอง ยูไนเต็ด ขอขอบคุณ คาจิโอนี่ (Caggioni) แบรนด์กระเป๋าเดินทางที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล ที่ให้การสนับสนุนกระเป๋าเดินทางอันเก๋ไก๋ให้กับสโมสร โดยเริ่มจากทริปลัดฟ้าสู่ประเทศฟิลิปปินส์ ทุกก้าวย่างแห่งการเดินทาง เรามั่นใจในคุณภาพของ คาจิโอนี่ ถึงความเป็นมืออาชีพที่อยู่คู่ชาวประชามากว่า 67 ปี ซึ่งแน่นอนว่านักเตะกิเลนผยองก็จะได้สัมผัสสินค้าเกรดพรีเมียมที่จะติดตามพวกเขาไปพร้อมๆ กันบนถนนลูกหนังตลอดฤดูกาล 2024 - 25 นี้ Muangthong United would like to express our gratitude to Caggioni, a renowned international luggage brand, for providing our players and staff with stylish luggage on our journey to the Philippines. With 67 years of excellence, Caggioni’s premium luggage will accompany our players throughout the 2024-25 season. #MuangthongUnited #MTUTD #Kirins #ThaiLeague #ThaiLeague2024I25 #FearlessKirins #Caggioni #MTUTDxCaggioni #Caggioni_MuangthongUnited

  • ใบขับขี่แบบสมาร์ทการ์ด ใช้ได้ในกลุ่มอาเซียนทันที 10 ประเทศ

    ใบขับขี่ smart card คืออะไร ใบขับขี่สมาร์ทการ์ด คือ ใบขับขี่ที่มีการฝังชิปอิเล็กทรอนิกส์ไว้ภายใน ซึ่งชิปนี้สามารถเก็บข้อมูลสำคัญของผู้ขับขี่ได้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ประวัติการขับขี่ คะแนนสะสม หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ใบขับขี่ประเภทนี้ถูกนำมาใช้แทนใบขับขี่แบบกระดาษทั่วไป โดยข้อมูลในใบขับขี่ smart card จะปรากฏเป็นทั้งรูปแบบภาษาไทยและรูปแบบภาษาอังกฤษร่วมด้วยกัน ซึ่งใบขับขี่สมาร์ทการ์ดนี้สามารถนำไปใช้ขับรถได้ในประเทศสมาชิกอาเซียน โดยไม่ต้องทำใบอนุญาตขับรถสากลหรือ ทำใบขับขี่สากล ได้อีกด้วย   ใบขับขี่สมาร์ทการ์ดแตกต่างกับใบขับขี่ทั่วไปอย่างไร บอกก่อนว่าลักษณะของใบขับขี่ทั่วไปกับใบขับขี่ Smart Card หน้าจะไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ แต่ก็จะมีจุดที่ชี้ชัดว่าใบขับขี่ของเราเป็นสมาร์ทการ์ดได้เช่นกัน เช่น มีคิวอาร์โค้ดที่ด้านหลังบัตร เป็นต้น การเก็บข้อมูล ใบขับขี่ Smart Card มีชิปอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นและปลอดภัยกว่า สามารถเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ได้ ใบขับขี่ทั่วไป มักเป็นแบบกระดาษหรือพลาสติก มีข้อมูลจำกัดและไม่ได้มีชิปสำหรับเก็บข้อมูล ความปลอดภัย ใบขับขี่ Smart Card มีการเข้ารหัสข้อมูล ทำให้ยากต่อการปลอมแปลงหรือแก้ไขข้อมูล  ใบขับขี่ทั่วไป ง่ายต่อการปลอมแปลงและแก้ไขข้อมูล การตรวจสอบและการใช้งาน ใบขับขี่ Smart Card สามารถใช้กับเครื่องอ่านการ์ดที่เชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ใบขับขี่ทั่วไปต้องใช้การตรวจสอบด้วยตนเอง ซึ่งอาจจะใช้เวลานานและมีโอกาสเกิดความผิดพลาด ความทนทาน ใบขับขี่ Smart Card มีความทนทานสูงกว่า ไม่เสี่ยงต่อการฉีกขาดหรือเสียหายจากน้ำ ใบขับขี่ทั่วไป ง่ายต่อการเสียหายและสึกกร่อนได้เร็วกว่า เนื่องจากทำมาจากกระดาษหรือพลาสติกทั่วไป ใบขับขี่สมาร์ทการ์ดใช้ได้กี่ประเทศ ใบขับขี่ Smart Card ของประเทศไทย ไม่สามารถใช้แทนใบขับขี่สากลได้ แต่จะใช้ได้กับ 10 ประเทศในอาเซียนเท่านั้น  ใบขับขี่ไทยใช้ได้กี่ประเทศ  อะไรบ้างดังนี้ ทั้งนี้ ใบขับขี่ไทยที่สามารถนำไปใช้ในประเทศที่กล่าวมาข้างต้น จะต้องเป็นแบบสมาร์ทการ์ดที่ระบุข้อมูลเจ้าของบัตรเป็นภาษาอังกฤษด้วย หากเป็นใบขับขี่แบบเก่า จะต้องดำเนินการขอรับใบขับขี่แบบสมาร์ทการ์ดเสียก่อน จึงจะสามารถนำไปใช้ในประเทศข้างต้นได้ อีกทั้งเจ้าของรถที่จดทะเบียนในประเทศไทย สามารถนำรถไปใช้ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ โดยจะต้องดำเนินการทางทะเบียนที่สำนักงานขนส่งที่รถคันนั้นจดทะเบียน เพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนภาษาอังกฤษสำหรับเข้ากลุ่มประเทศสมาชิก โดยเงื่อนไขการนำรถไปใช้ของแต่ละประเทศอาจแตกต่างกันไป เกิดอยากไปท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ก็ไม่ต้องไปทำใบขับขี่สากล ให้มันเสียเวลา อายุการใช้งานใบขับขี่สากลก็แค่ปีเดียว ด้วยรูปแบบใหม่เป็นบัตรพลาสติกซึ่งมีความคงทนถาวรกว่ารูปแบบเดิม มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีแถบข้อมูลแม่เหล็ก และเทคโนโลยี QR Code จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน เช่น รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ GPS Tracking เป็นเครื่องมือในการบันทึกข้อมูลการขับรถ แต่ถึงจะมี ใบขับขี่สมาร์ทการ์ดแล้ว ไม่ใช่ว่าจะขับรถตามใจชอบได้นะ ควรศึกษากฏหมายจราจรของประเทศนั้น ๆ ซะก่อนอย่างเช่นประเทศที่พวงมาลัยซ้าย , ขับรถชิดขวา , และควรทำ ประกันการเดินทาง ติดตัวไว้ด้วย เพราะก็มีหลาย ๆ ประเทศที่มีความอันตรายบนท้องถนนเหมือนกัน และหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อย

  • 10 เมืองท่องเที่ยวกับการเดินทาง ที่ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวเองได้

    Forbes Advisor ดำเนินการสำรวจจาก 60 เมืองใหญ่ทั่วโลก โดยให้คะแนนตามความระดับเสี่ยงตั้งแต่ 0-100 คะแนน ซึ่งเกณฑ์ในการในการชี้วัดมี 7 ประการ ได้แก่ ·         ความปลอดภัยในการเดินทาง คิดเป็นสัดส่วนคะแนน 20% ·         ความเสี่ยงในการก่ออาชญากรรม 17% ·         ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล 17% ·         ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางสุขภาพ 17% ·         ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน 10% ·         ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ 10% ·         ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล 9% ได้จัดอันดับ 10 ประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลกไว้ ดังนี้ 1.  สิงคโปร์ ระดับความเสี่ยง 0.00 คะแนน สิงคโปร์ เมืองขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย สวนที่สวยงามเรียงรายในเมือง แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารมากมาย เพลิดเพลินไปกับการสำรวจเมืองด้วยการเดินเท้า เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และลิ้มลองอาหารท้องถิ่น ด้วยกฎหมายที่เข้มงวดของประเทศสิงคโปร์นี้ สามารถท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยใดๆ 2. โตเกียว – ญี่ปุ่น ระดับความเสี่ยง 10.72 คะแนน ญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้หญิงที่อยากเดินทางคนเดียว โตเกียวเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่นำเอาวัฒนธรรมดั้งเดิม กับความร่วมสมัยมาผสมผสานกันได้แบบลงตัว รวมถึงร้านอาหารที่มีชื่อเสียง การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็สะดวกสบาย ปลอดภัย ด้วยคนท้องถิ่นที่เป็นมิตรและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ รับรองว่าคุณจะประทับใจแน่นอน 3.   โตรอนโต – แคนาดา ระดับความเสี่ยง 13.60 คะแนน เมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในแคนาดา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ มีสถานที่สวยๆ งามๆ น่าเที่ยวหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกไนแองการาที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ, ซีเอ็นทาวเวอร์ หอคอยที่สูงที่สุดในโตรอนโต เมื่อขึ้นไปชมจะสามารถมองเห็นเมืองได้จากทุกมุมมอง, พิพิธภัณฑ์โรยัลออนตาริโอ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำที่มีการจัดแสดงนิทรรศการสำคัญจากทั่วโลก หรือคาซาโลมา คฤหาสน์และสวนสวยสไตล์โกธิคบนยอดเขา ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์และบ้านประวัติศาสตร์ให้คนทั่วไปได้เข้าชม มีลักษณะเป็นปราสาทที่ตกแต่งภายในแบบคลาสสิก 4.   ซิดนีย์ – ออสเตรเลีย ระดับความเสี่ยง 22.28 คะแนน เมืองหลวงของรัฐนิวเซาท์เวลส์ในออสเตรเลีย เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและสีสัน ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ชายหาด และตลาดชุมชน โดยสถานที่โดดเด่นเชิญชวนให้ต้องไปเยือนนั้น มีตั้งแต่โอเปร่าเฮ้าส์ ซึ่งสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแห่งศตวรรษที่ 20 ได้รับเลือกเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.2007 จากองค์การยูเนสโก, ฮาร์เบอร์บริดจ์ สะพานโครงสร้างเหล็กขนาดมหึมา ที่ใช้เป็นโลเกชันจุดพลุฉลองศักราชใหม่ในทุกปี จนเป็นภาพจดจำของชาวโลก เวลาพูดถึงซิดนีย์ คนจึงมักนึกถึงที่นี่เป็นที่แรก จนถึงควีนวิกตอเรีย บิลดิ้ง สถาปัตยกรรมในยุคปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งงดงามเปรียบประดุจมงกุฎประดับอัญมณีล้ำค่าของเมืองนี้ และมหาวิหารเซนต์แมรี ที่ใหญ่ที่สุดในซิดนีย์และสูงที่สุดในออสเตรเลีย ซึ่งเลอค่าด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค   5.   ซูริค – สวิตเซอร์แลนด์ ระดับความเสี่ยง 22.97 คะแนน มากันที่ฝั่งยุโรปกันบ้าง ความงดงามของสถาปัตยกรรมในเมืองซูริกจะทำให้คุณหลงใหล ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำหลากหลายสามารถเดินทางไปชมวิถีชีวิตของชาวบ้านได้ มีเรื่องราวและประเพณีที่น่าสนใจมากมาย อย่าลืมไปลองทานอาหารท้องถิ่นแสนอร่อยที่จะทำให้คุณประทับใจ นอกจากนี้ยังเดินเล่นหรือขี่จักรยานเพื่อชมความงดงามของธรรมชาติได้อย่างสะดวกสบาย 6.  โคเปนเฮเกน – เดนมาร์ก ระดับความเสี่ยง 23.65 คะแนน ถือเป็นหนึ่งเมืองในฝันของนักเดินทางมาแต่ไหนแต่ไร โดยสถานที่สำคัญของเมืองนี้ที่พลาดชมไม่ได้มีหลายแห่ง เช่น พระราชวังอมาเลียนบอร์ก-พระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์ก สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 18 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ร็อกโคโค และยังเป็นที่ตั้งของพระบรมรูปทรงม้าที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย, ศาลาว่าการเมืองโคเปนเฮเกน อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่มีความงดงามและมีหอคอยสูงถึง 105.6 เมตร ตั้งตระหง่านขึ้นไปยังท้องฟ้า, โบสถ์เฟรเดอริกหรือโบสถ์หินอ่อนทรงโดมสีเขียว ที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบร็อกโคโคเช่นกัน มีจุดเด่นที่การใช้หินอ่อนเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง  7.  โซล – เกาหลีใต้ ระดับความเสี่ยง 25.00 คะแนน ถ้าเคยไปเยือนโซล ประเทศเกาหลีใต้ คุณน่าจะเคยได้สัมผัสทางเท้าที่มีคุณภาพ และการข้ามถนนที่แสนสะดวกสบาย แถมยิ่งนานวัน ระบบการสัญจรของเมืองก็ยิ่งพัฒนาขึ้น จุดแข็งของเมืองคือการยอมรับในการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เมืองพัฒนาขึ้น เราจึงได้เห็นการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ทำให้พระราชวังเก่าอยู่ร่วมกับอาคารสำนักงานสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน หรือกระทั่งอาคารล้ำสมัยท่ามกลางทงแดมุน ย่านช็อปปิ้งท้องถิ่น  อย่าง Dongdaemun Design Plaza ศูนย์กลางงานดีไซน์ที่ออกแบบโดย Zaha Hadid จนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของงานออกแบบในระดับโลก สร้างแรงบันดาลใจให้กับทั้งคนในท้องถิ่นเอง และเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าใจบริบทของโซลกับงานดีไซน์ได้มากขึ้น 8.  โอซาก้า – ญี่ปุ่น ระดับความเสี่ยง 25.22 คะแนน โอซาก้า เมืองที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และเสน่ห์อันหลากหลายรอให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส ที่โอซาก้าแห่งนี้มีสมญานามว่าเป็น ครัวของชาติ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวของญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ จึงรับประกันได้เลยว่า โอซาก้า จะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาหารแสนอร่อย และเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมสุดน่าสนใจอย่างแน่นอน ค้นพบอาหารรสเลิศ เปิดประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น ไปกับที่เที่ยวสุดหลากหลาย 9.       เมลเบิร์น – ออสเตรเลีย ระดับความเสี่ยง 26.17 คะแนน เมลเบิร์นเมืองที่ไม่ใช่แค่น่าอยู่ แต่ยังเป็นเมืองที่น่าเที่ยวสุดๆ มีทุกอย่างที่ต้องการ ความเมือง ความธรรมชาติ ภูเขา ทะเล แม่น้ำ สัตว์ต่างๆ เดินทางง่าย สะดวกสบาย เวลาขับรถหรือนั่งรถผ่านเห็นสัตว์ตามข้างทางอยู่ตามธรรมชาติเต็มไปหมด ยิ่งถ้าได้เดินทางในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ยิ่งสวยเข้าไปอีก 10.  อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ระดับความเสี่ยง 29.07 คะแนน เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์-แดนดอกไม้และคูคลอง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเติล ที่นี่อากาศสดชื่น เหมาะกับการเดินเล่นเพลินๆ นั่งเรือชิลๆ หรือไม่ก็ปั่นจักรยานสโลว์ไลฟ์ชมเมือง โดยสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์จะอยู่ที่จัตุรัสดัมสแควร์ ศูนย์กลางของเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยแลนด์มาร์กสำคัญๆ หลายแห่ง, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอัมสเตอร์ดัม ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ และงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างโกธิคกับเรอเนสซองส์, พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ ซึ่งจัดแสดงผลงานของวินเซนต์ แวนโก๊ะ ศิลปินก้องโลกที่ไม่มีใครไม่รู้จัก, หมู่บ้านกังหันลมโบราณ แล้วก็ตลาดขายดอกไม้ลอยน้ำ ที่มีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกไม่หวาดไหว    ด้าน  กรุงเทพมหานคร  ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 30 ซึ่งอยู่ตรงกลางพอดี  โดยดัชนีความเสี่ยงของไทยที่อยู่ระดับ 53.34 คะแนน   สำหรับ 10 อันดับ เมืองที่เสี่ยงอันตรายที่สุดในโลก ได้แก่ 1.       การากัส – เวเนซุเอลา ระดับความเสี่ยง 100.00 คะแนน 2.       การาจี – ปากีสถาน ระดับความเสี่ยง 93.12 คะแนน 3.       ย่างกุ้ง – เมียนมา ระดับความเสี่ยง 91.67 คะแนน 4.       ลากอส – ไนจีเรีย ระดับความเสี่ยง 91.54 คะแนน 5.       มะนิลา – ฟิลิปปินส์ ระดับความเสี่ยง 91.49 คะแนน 6.       ธากา – บังกลาเทศ ระดับความเสี่ยง 89.50 คะแนน 7.       โบโกตา – โคลอมเบีย ระดับความเสี่ยง 86.70 คะแนน 8.       ไคโร – อียิปต์ ระดับความเสี่ยง 83.44 คะแนน 9.       เม็กซิโกซิตี – เม็กซิโก ระดับความเสี่ยง 82.43 คะแนน 10.   กีโต – เอกวาดอร์ ระดับความเสี่ยง 82.02 คะแนน เลือกสถานที่เดินทางได้แล้ว ก็อย่าลืมเลือกกระเป๋าเดินทางดีๆ เบาๆ ให้เหมาะสมกับทริปด้วยนะ กดเบาๆตรงนี้ เลือกสินค้าได้เลยค่ะ

  • ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ทำไงดี!

    จะด้วยต้องไปเที่ยวกับเพื่อน ไปทำงาน หรือเรื่องใดๆก็แล้วแต่ มีเหตุต้องเดินทางขึ้นเครื่องบินครั้งแรกขึ้นมา ทีนี้ก็ว้าวุ่นเลยสิ ทำยังไงดีๆ วันนี้แอดมินเลยสรุปขั้นตอนมาฝาก จะได้มั่นใจก่อนการเดินทาง   1. จองตั๋วเครื่องบิน แน่นอน ขึ้นเครื่องบิน เราต้องจองตั๋วเครื่องบินก่อนอันดับแรก ปัจจุบันสายการบินมีให้เลือกอย่างหลากหลาย ราคาก็แตกต่างกันไป มีทั้งระดับ 5 ดาว หรือจะเป็นโลว์คอสต์ ก็มีให้เลือกตามกำลังทรัพย์ โดยวิธีการจองตั๋วก็มีหลายช่องทาง ทั้งจองผ่านหน้าเว็บไซต์ ผ่านทางตัวแทนจำหน่าย หรือจองผ่านเคาท์เตอร์เลยก็ได้ แล้วแต่จะสะดวกแบบไหน 2. การเช็คอิน บางครั้งการต่อคิวรอ การโหลดกระเป๋า เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าคนจะมากน้อยแค่ไหน หรือมีเหตุจำเป็นที่การเช็คอินล่าช้าเกิดขึ้นหรือไม่ แอดมินแนะนำให้มาถึงสนามบินก่อนเวลาบินสัก 2 ชั่วโมง และเมื่อมาถึงก็เพียงแค่เข้าไปเช็คอินในช่องเคาท์เตอร์ของสายการบินที่เราจองตั๋วเอาไว้ เอกสารที่ต้องเตรียมไว้ก็คือ Passport  หรือ บัตรประชาชน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเอกสาร แล้วเราก็จะได้ Boarding pass มา ซึ่งในนั้นจะระบุเกี่ยวกับข้อมูลผู้โดยสาร เช่น ชื่อ-นามสกุล สายการบิน ประตูที่ขึ้น เวลาเครื่องออก เป็นต้น   3. การขึ้นเครื่อง หลังจากได้ Boarding pass มาแล้ว ให้สังเกตตรงคำว่า Gate ซึ่งก็คือประตูที่ต้องไปรอขึ้นเครื่อง ซึ่งระหว่างทางในสนามบิน จะมีป้ายบอกตลอดทาง ให้หมั่นสังเกตและไปตามทางเดิน ระวังหากพลาดเดินไปรอผิดประตู อดเที่ยวเลยงานนี้ ก่อนที่เครื่องจะขึ้น 30-40 นาที ก็จะมีพนักงานมาเรียกขึ้นเครื่อง ระหว่างนี้ต้องเตรียม Boarding pass และ Passport / บัตรประชาชน เพื่อให้พนักงานตรวจก่อนขึ้นเครื่อง หลังจากที่ขึ้นเครื่องแล้ว ให้ตรวจสอบที่นั่ง โดยดูจากใบ Boarding pass ของเรา คำศัพท์ควรรู้ในการขึ้นเครื่องบิน Boarding Pass = บัตรโดยสาร / ใบผ่านขึ้นเครื่อง Departure Time = เวลาเครื่องออกBoarding Time = เวลาขึ้นเครื่อง Departing = เครื่องออกจาก (สนามบิน) / เวลาออก Arriving = เครื่องถึงที่หมาย (สนามบิน) / เวลาถึง Gate = ประตูขึ้นเครื่อง   4. ถึงจุดหมาย เมื่อถึงจุดหมาย ก็ให้เพื่อนๆเดินตามป้าย Arrivals หรือ Immigration เพื่อเข้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ของประเทศนั้นๆ โดยให้เพื่อนๆเตรียม Passport ให้พร้อม   5. รับกระเป๋า หลังจากที่ผ่านการตรวจของ ตม. มาแล้ว สายพานของสนามบิน สังเกตุป้าย หรือ หน้าจอรวม เพื่อดูว่าสายพานใด เป็นเลขไฟลท์การบินของเรา เพื่อรอรับกระเป๋าเดินทาง   ตอนนี้แหละ กระเป๋าเดินทาง จะละลานตาไปหมด ใครใช้กระเป๋าเดินทางสีแปลก หรือมีสัญลักษณ์โดดเด่นก็จะหาสัมภาระของตัวเองง่ายหน่อย แต่ถ้าหากเราเลือกใช้สีพื้น ให้ระมัดระวังการหยิบผิดใบ ตรวจสอบให้แน่ใจ ก่อนนำกลับที่พัก   หลังจากที่มั่นใจว่ากระเป๋าเดินทางเป็นของเรา ให้ตรวจสอบว่ากระเป๋าเดินทางมีอะไรเสียหายหรือไม่ หากเกิดการชำรุดจากการใช้งานผ่านสายการบิน เบื้องต้น แนะนำให้ทำเรื่องแจ้งทางสายการบินที่ใช้บริการทันที ทางสายการบินก็จะมีตัวเลือกของการชดเชยกระเป๋าใบใหม่ให้ หรือชดเชยมาเป็นเงิน จำนวนเงินที่ชดเชยขึ้นอยู่การรับประกันของแต่ละสายการบิน เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จขึ้นตอนการเดินทางโดยเครื่องบิน

bottom of page