เที่ยวในสไตล์คุณ กับกระเป๋าเดินทาง Voyageur ลากกระเป๋าใบเดียวเที่ยวเนินมะปราง-พิษณุโลก


ทริปนี้เราจะพาไปเที่ยว พิษณุโลก แต่ไม่ได้จะไปไหว้พระทำบุญ หรือเที่ยวย้อนรอยประวัติศาสตร์นะ เพราะจุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ บ้านมุง อ.เนินมะปราง ซึ่งเป็นแลนด์มากของพิษณุโลกอีกแห่งหนึ่งที่ใครๆ หลายคนเคยมา อยู่ไม่ไกลจาก ตัวเมื่องพิษณุโลกมาก นั่งรถแค่ ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว
 

ต้นไม้รูปหัวใจที่บ้านรักไทย อ.เนินมะปราง

มาเนินมะปรางทั้งทีถ้าไม่มีที่นี่ก็เหมือนว่ามาไม่ถึง เพราะ ต้นไม้รูปหัวใจต้นนี้ กลายเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ และพิษณุโลกไปแล้ว เพราะด้วยความเป็นเอกลักษณ์และวิวที่สวยงาม ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางแบบไม่ขาดสาย ซึ่งวันที่ผมไป ก็มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ เพราะที่นี่เขามีทั้งที่พักและร้านกาแฟ ส่วนใครที่จะเข้าไปถ่ายรูปก็มีค่าบำรุงสภานที่ 10 บาท นะครับ พิกัดอยู่ที่บ้านสวนชมวิว บ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

 

ภูเขาหินปูน 300 ล้านปีที่บ้านมุง

ขับรถอีกไม่ถึงชั่วโมงจากบ้านรักไท มุ่งหน้าไปยังบ้านมุง แลนด์มาร์คอีกแห่งของเนินมะปรางที่เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของทริปนี้เลย ที่นี่เป็นภูเขาหินปูนแบบสวยงามอลังการที่มีอายุกว่า 300 ล้านปี บริเวณนี้จะเป็นจุดที่สามารถชมภูเขาหินปูนสูงใหญ่ได้อย่างสวยงามและชัดเจนมาก ๆ อีกทั้งยังจะเห็นท้องทุ่งนาสุดกว้างใหญ่ มีฉากหลังเป็นภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา อากาศเย็นสบาย รับรองได้เลยว่าจะต้องประทับใจแน่นอน ทั้งนี้ทุ่งทานตะวันจะมีให้เข้าชมในช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น ถ้ามีโอกาสแนะนำให้มานอนสักคืนจะดีมาก





อากาศเย็นๆ ทุ่งนาสีเขียว กับฉากภูเขา ฟินส์แบบบอกไม่ถูก






 

“แคมป์หมาบ้าใจดี” แหล่งท่องเที่ยวคนรักงานศิลป์และธรรมชาติที่บ้านมุง

หมาบ้า แค่ได้ยินชื่อหลายคนอาจจะรู้สึกกลัวแล้ว แต่ถึงจะเป็นหมาบ้า แต่ก็เป็นหมาบ้าใจดี เพราะที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ว่าด้วยเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชุมชนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เน้นการท่องเที่ยวเชิงครอบครัว กลายเป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ให้ผู้ที่สนใจในงานศิลปะ อาทิ การทำเปเปอร์มาเช่ การทำผ้ามัดย้อม การลงสีวาดภาพ นอกจากนั้นที่นี่ยังให้บริการโฮมสเตย์ จุดการเตนท์ อาหาร เครื่องดื่ม และอื่นๆ

ที่ตั้ง หมู่ 1 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
055-992-948, 09-8789-3859
Facebook : Camp Mabajaidee





ขอบคุณอนุเคราะห์ภาพถ่ายจากล้องเพื่อน ardnapon jancae

ก่อนกลับแวะ MADE FOR MOUTH (เมดฟอร์เมาท์)

ขากลับเราแวะที่ร้าน Made for mouth (สาขาใหญ่) ที่บอกว่าสาขาใหญ่เนี่ยะ แน่นอนว่าเค้าต้องมีหลายสาขาถูกไหม ที่นี่เป็นร้านอาหารกึ่งผับ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 โซนใหญ่ ๆ คือ คาเฟ่ ห้องอาหาร และบาร์ ซึ่งจะอยู่ด้านหลังของร้าน บรรยากาศของร้านคือดีมาก ตกแต่งด้วยสไตล์ โมเดิร์นลอฟท์ แบบผสมสานอย่างลงตัว มุมถ่ายรูปเยอะ และเมนูเด่นของร้านนี้เลยคือ กาแฟพรีเมียมที่คอกาแฟต้องลองเลย ส่วนเมนูอาหารจะเป็นอาหารนานาชาติ อาทิ หมูพริกไทยดำ หมูพริกไทยดำ พาสต้าต้มยำกุ้ง พาสต้าต้มยำกุ้ง เรื่องของราคาก็ถือว่าไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับคุณนะภาพแล้ว และนี่คืออีกหนึ่งร้านเด็ดที่อยากจะขอแนะนำเมื่อมาพิษณุโลกต้องมาให้ได้



ร้านสวย บรรยกายากาศดีมุมถ่ายรูปเยอะ







ตลอดทริปนี้เราใช้กระเป๋าเดินทางแค่ใบเดียว ซึ่งเป็นกระเป๋าเดินทางที่ได้มาใหม่ ก็เลยต้องขออวดกันหน่อย เป็นของยี่ห้อ Caggioni รุ่น Voyageur Luggage สี Silver ขนาด 20 นิ้ว (Carry-On Luggage) คือสามารถถือขึ้นเครื่องได้



 

Caggioni รุ่น Voyageur Luggage

ทริปนี้ถือโอกาสเปิดซิง กระเป๋าเดินทางใบใหม่สไตล์โมเดิลเลยแล้วกัน ซึ่งก็คือ Caggioni รุ่น Voyageur Luggage รุ่นเดียวกับที่ Miss Universe Thailand ใช้จ้า ธรรมดาซะที่ไหน ซึ่งกระเป๋ารุ่นี้เนียะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นเรื่องความเบา ดีไซน์ทันสมัย และการใช้งานจริงโดดเด่นด้วยลายที่ตัดกัน คล้ายตารางหมากฮอส เหมาะเลยสำหรับผู้ที่ชอบงานออกแบบการดีไซน์แบบเรียบๆ หรูดูไฮท์

จุดเด่น
ตัวกระเป๋า : ทำจาก Ploycarbonate ลักษณะแข็ง ทนแรงยึดและแรงกระแทกได้ดี และมีน้ำหนักเบา แถมยังทำความสะอาดง่าย
คันชัก : ทำจากวัสดุอะลูมิเนียม มีความแข็งแรง และทนทาน มีปุ่มกดสามารถปรับระดับความยาวขึ้น-ลงได้ ถึง 3 ระดับ
หูจับ : มีความแข็งแรง ยืดหยุ่นสมารถรองรับน้ำหนักได้ดี จับง่าย มีหูจับทั้งด้านบนและด้านข้าง
ซิปขยาย : ซิปมีขยายใหญ่และแข็งแรง นอกจากนี้ยังสามารถรูดซิปเพื่อขยายขนาดของกระเป๋า่วยเพิ่มปริมาณการจุได้อีก 25%
ภายใน : มีช่องแยกสัมภาระ ช่องซิปสำหรับใส่ของอเนกประสงค์ มีแผงกั้นระหว่างกัน และสายรัดช่วยกันสัมภาระร่วง
ล้อ : ล้อคู่ สามารถหมุนได้รอบ 360 องศา ล้อยางขนาดใหญ่มีความทนทานและง่ายต่อการลาก แม้ในพื้นที่จำกัด




 

ขนาด 20 นิ้ว (ไซส์ Carry on) : 36 x 21 x 48 ซม. น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม
ขนาด 24 นิ้ว : 43 x 27 x 60 ซม. น้ำหนัก 3.6 กิโลกรัม
ขนาด 28 นิ้ว : 50 x 30 x 68 ซม. น้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม

มี 4 สี : ดำ แดงไวน์ เงิน ฟ้า



 

วิธีตั้งรหัสกระเป๋าเดินทาง Caggioni รุ่น Voyageur Luggage

เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้ทำการตั้งรหัสใหม่ ซึ่งเดิมการตั้งค่าจากทางโรงงาน รหัสจะเป็น 000 เราก็ทำการตั้งใหม่ได้เลยง่ายๆ

1. ปลดล็อกรหัสเดิมของกระเป๋า ซึ่งรหัสที่โรงงานตั้งมาคือ 0-0-0 
2. เลื่อนปุ่มวงกลมไปตามลูกศร จนสุดแล้วค้างไว้ อย่าพึ่งปล่อยจนกว่าจะตั้งเสร็น จากนั้นให้ทำการตั้งรหัสใหม่ แล้วก็ปล่อยได้
3. เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นในการตั้งค่ารหัสกระเป๋าของเราแล้ว
 

ระบบล็อก TSA

หากใครที่สังเกตุบริเวณปุ่มล็อกของกระเป๋าจะเห็นสัญลักษณ์สีแดง ข้าวหลามตัด นี่ไม่ใช่ยี่ห้อหรืออะไร แต่เป็นระบบล็อก TSA (Transportation Security Administration) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา  เขาเป็นผู้ผลิตกุญแจระบบล็อคขึ้นมา ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สามารถตรวจสอบของในกระเป๋าของคุณ โดยไม่ต้องงัดกุญแจของคุณ หรือทำให้กระเป๋าเกิดความเสียหาย







กระเป๋าทำจาก PC (Ploycarbonate) ลักษณะแข็ง ทนแรงยึดและแรงกระแทกได้ดี และมีน้ำหนักเบา




โดยรวมแล้วค่อนข้างชอบเลยแหละสำหรับกระเป๋าเดินทาง Caggioni โดยเฉพาะเรื่องของดีไซน์ เพราะอยางผมเนี่ยะเดินทางบ่อยทั้งไปเที่ยวและทำงาน ดีไซน์แบบโมเดิร์นนี้สามารถนำไปใช้ได้ทุกโอกาสทุกสถานการณ์ ซึ่งถ้าใครที่กำลังมองหากระเป๋าเดินทางใบใหม่ ก็ขอแนะนำยี่ห้อนี้เลย รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน

ช่องทางการติดตามข่าวสาร

Website : www.caggioni.com
Facebook : Caggioni Travel Luggage
Line : @caggioni
โทร : 02-243-5433-5

Cr. https://www.travelxmuscle.com/review-caggioni-voyageur-phitsanulok/